หม่าเปียวตอบตกลงทันที กระทั่งกินบะหมี่เสร็จแล้วเขาก็พาคนของตนกับกลุ่มพ่อค้าออกเดินทางไป
หลิงอวี๋กับป้าวซวนเห็นว่า จ้าวหรุ่ยหรุ่ยพาผู้คุ้มกันทั้งสองออกไปตามหาพวกตนอีกครั้งแล้ว ดังนั้นพวกนางจึงกินอาหารเช้าจนเสร็จอย่างใจเย็นแล้วเดินออกมา
“น้องหญิง เราหาที่พักกันก่อนสักสองวันเถิด เช่นนี้แล้วข้าจะได้จัดเตรียมยาแก้พิษให้เจ้าได้ และอีกอย่างคือข้าจะได้ซ่อนตัวจากจ้าวหรุ่ยหรุ่ยได้ด้วย!”
“หากจ้าวหรุ่ยหรุ่ยหาพวกเรามิพบ นางก็คงจะไปที่เมืองหลวงแดนเทพ แล้วพวกเราค่อยออกเดินทางล่าช้าไปสักสองสามวัน ก็คงจะมิพบนางอีก!”
หลิงอวี๋จับเศษเงินใต้แขนเสื้อ ของมีค่าทั้งหมดที่นางพกติดตัวมา ถูกจ้าวหรุ่ยหรุ่ยแย่งชิงไปจนหมดแล้ว เหลืออยู่เพียงเศษเงินมิกี่ตำลึงเท่านั้น นางยังต้องทำงานหาเงินอีก เมื่อเก็บรวบรวมค่าเดินทางได้แล้ว จึงจะสามารถเดินทางได้
ป้าวซวนไม่มีของมีค่าอะไรติดตัวมาเลย และหากทั้งสองจะเดินทาง เมื่อไม่มีเงินก็ไม่มีทางไปถึงเมืองหลวงแดนเทพได้แน่
ตอนนี้ป้าวซวนทำได้เพียงติดตามหลิงอวี๋ไปเท่านั้น หลิงอวี๋ว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น
ทั้งสองแสดงเป็นพี่น้องที่หนีภัยกันมาแล้วไปหาที่พักอาศัย
แต่เมืองจงกวนนั้นใหญ่นัก ผู้คนพลุกพล่านมากมาย และโรงเตี๊ยมก็ราคาแพงมาก พักหนึ่งคืนต้องจ่ายในราคาสองตำลึง ดังนั้นทั้งสองจึงล้วนมิยอมใช้เงินที่เหลือเพียงเล็กน้อยไปกับสิ่งนี้
“เราไปหาวัดเก่า ๆ พักกันไปก่อนสักสองวันเถิด!”
หลิงอวี๋เสนอขึ้นมา
ป้าวซวนพยักหน้า แม้ว่านางจะใช้ชีวิตอย่างหรูหรามาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้กำลังทุกข์ยาก และมิสามารถเลือกอะไรได้
หลิงอวี๋จึงพาป้าวซวนเดินตามถนนออกจากเมืองไป ในระหว่างทางหลิงอวี๋เห็นว่ามีร้านโอสถอยู่หลายร้าน นางจึงจำร้านเหล่านั้นเอาไว้ รอให้จ้าวหรุ่ยหรุ่ยไปแล้ว นางก็จะสามารถขายตำรับยาแก้ท้องเสียให้กับร้านโอสถเพื่อจะหาเงินได้บ้าง
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัว ตำรับยามากมายก็ผุดขึ้นมาในหัวของหลิงอวี๋ นางจึงยิ่งอยากรู้ตัวตนในอดีตของตนมากขึ้นไปอีก
เหตุใดตนจึงรู้ตำรับยามากถึงเพียงนี้ หรือว่าตัวตนในอดีตของตนเป็นหมอ?
ฮ่าฮ่า นางยังกังวลอยู่เลย มิรู้ว่าจะหาเงินอย่างไรดี ทว่าหากตนเป็นหมอ เช่นนั้นการหาเงินก็มิใช่เรื่องยากแล้ว
“พี่หญิงเจียง เราซื้ออาภรณ์มาเปลี่ยนกันสักสองชุดเถิด!”
ป้าวซวนเห็นว่าร้านที่ขายอาภรณ์สำเร็จรูปอยู่ จึงเอ่ยแนะนำออกมา
เรื่องที่หลับที่นอนยังพอฝืนใจแก้ขัดไปก่อนได้ แต่เรื่องอาภรณ์จะมิเปลี่ยนมิซักเลยก็คงจะมิได้
สถานที่มิคุ้นเคยแห่งนี้ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัว
หลิงอวี๋มิรู้ว่าป้าวซวนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เมื่อได้ยินว่านางเต็มใจที่จะไปหางานทำกับตน ใจของหลิงอวี๋ก็รู้สึกสบายขึ้นมากทีเดียว
ในที่สุดทั้งสองก็พบวัดเก่าแห่งหนึ่งที่ชานเมือง ซึ่งดูเหมือนว่าวัดนี้จะถูกทิ้งร้างแล้ว กำแพงวัดครึ่งหนึ่งพังทลาย และบริเวณโดยรอบก็มีวัชพืชขึ้นอยู่เต็มไปหมด
สิ่งที่โชคดีก็คือมิไกลจากวัดเก่านั้นมีแม่น้ำอยู่ เช่นนี้การอาบน้ำจึงมิเป็นปัญหาใด ๆ
หลิงอวี๋กับป้าวซวนพบห้องหนึ่งที่ยังถือว่าอยู่ในสภาพที่ดี แล้วทั้งสองคนก็ใช้เวลาตลอดช่วงกลางวันในการทำความสะอาดให้อยู่อาศัยได้
หลิงอวี๋ยังไปค้นอีกหลายห้อง แล้วก็ได้ผ้าห่มขาด ๆ มาสองผืน เมื่อสะบัดฝุ่นออกแล้วนำไปผึ่งแดด ก็ยังพอทนนอนได้
ทั้งสองคนรู้สึกว่าแม้วันนี้จะลำบาก แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ในเงื้อมมือของจ้าวหรุ่ยหรุ่ย เอะอะอะไรก็ถูกดุถูกตีไปเสียหมด
กระทั่งทุกอย่างเรียบร้อยฟ้าก็มืดแล้ว ทั้งสองคนจึงนำอาหารที่หม่าเปียวให้มาออกมาแบ่งกันกิน จากนั้นก็นอนพักผ่อนกัน
ขณะที่หลิงอวี๋กำลังจะหลับ นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวุ่นวายไปหมด ราวกับว่ามีคนกำลังมาที่วัดเก่าแห่งนี้...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...