ในขณะที่เซียวหลินเทียนกำลังยุ่งอยู่กับการตามหาหลิงอวี๋ และฟื้นฟูตำหนักปีกเงินขึ้นมาอีกครั้งนั้น ทางด้านหลิงอวี๋ก็เตรียมตัวจะออกเดินทางไปเมืองหลวงแดนเทพพร้อมกับครอบครัวของข้าหลวงเก๋อแล้ว
เพื่อเป็นการลดความเหนื่อยล้าของฮูหยินผู้เฒ่าเก๋อจากการเดินทางทั้งทางเรือและทางรถม้า ข้าหลวงเก๋อจึงเลือกที่จะเดินทางไปยังเมืองหลวงแดนเทพทางน้ำแทน
ตระกูลเก๋อเช่าเรือขนาดใหญ่สองลำ ลำหนึ่งสำหรับบรรทุกสัมภาระ และอีกลำหนึ่งสำหรับโดยสารคน
ข้าหลวงเก๋อได้รับการเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้ คงจะมิกลับไปที่เมืองจงกวนอีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงนำข้าวของเครื่องใช้ที่มีค่าและคนรับใช้ทั้งหมดที่เต็มใจจะติดตามเขาไปที่เมืองหลวงแดนเทพไปด้วย
เรือใหญ่มีอยู่สามชั้น ชั้นล่างสุดเป็นที่พักอาศัยของคนรับใช้ ข้าหลวงเก๋อกับบุรุษในตระกูลเก๋อพักกันที่ชั้นสาม ส่วนเหล่าญาติฝ่ายสตรีก็พักอยู่ที่ชั้นสอง
สองพี่น้องหลิงอวี๋กับป้าวซวนก็ได้พักในห้องเดียวกัน แม้ว่าจะเล็กไปสักหน่อย แต่พวกนางทั้งสองก็รู้สึกว่าเพียงพอแล้ว
เส้นทางน้ำนี้ถือว่าเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในแดนเทพ แบ่งออกเป็นแม่น้ำในและแม่น้ำนอก
เส้นทางที่พวกนางเดินทางกันอยู่นี้คือแม่น้ำนอก ซึ่งจะต้องใช้เวลาหลายวันจึงจะสามารถเข้าไปสู่แม่น้ำในได้
และแม้ว่าจะเป็นแม่น้ำ แต่แม่น้ำนี้ก็กว้างใหญ่มาก จนมิสามารถมองเห็นฝั่งได้ด้วยการมองปราดเดียว
ป้าวซวนเติบโตมาในเมืองเล็ก ที่ด้านล่างภูเขาหิมะนั้นล้วนเป็นที่ราบทั้งสิ้น นางจึงมิเคยขึ้นเรือมาก่อน การขึ้นเรือวันแรกของนางจึงเมาเรือ แล้วอาเจียนเสียจนมืดฟ้ามัวดินไปหมด หลิงอวี๋จึงรีบนำเครื่องยาสมุนไพรบางส่วนออกมาต้มเป็นยาให้นางกินแก้อาการเวียนหัว
แต่พวกคนรับใช้ที่ตระกูลเก๋อพาก็มีอยู่จำนวนมากเช่นกันที่มิเคยขึ้นเรือมาก่อน ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นเช่นเดียวกับป้าวซวน และอาเจียนกันเต็มไปหมด
การต้มยาจำนวนมากเช่นนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องยาสมุนไพรเป็นจำนวนมาก ฮูหยินเก๋อรู้สึกเสียดาย จึงให้หลิงอวี๋คิดหาวิธีใช้เครื่องยาสมุนไพรราคาถูกมาทำให้ทุกคนหยุดอาเจียน
หลิงอวี๋จึงนำเครื่องยาสมุนไพรราคาถูกบางส่วน มาต้มจนกลายเป็นยาทาแล้วแปะไว้ที่สะดือของทุกคน จึงได้แก้ไขปัญหานี้ไปได้
เมื่อฮูหยินเก๋อเห็นว่าหลิงอวี๋มีความสามารถเช่นนี้ นางก็ยิ่งรู้สึกว่าสามีของตนเป็นคนมีวิสัยทัศน์ยิ่งนัก พาหมอมาด้วยหนึ่งคน หากการเดินทางไกลนี้มีการเจ็บป่วยใด ๆ ก็มิต้องกังวลแล้ว
เมื่อเก๋อฮุ่ยหนิงเห็นเฉียวไป๋วิ่งไปช่วยหลิงอวี๋และน้องสาวต้มยา ในใจของนางก็รู้สึกมิสบายราวกับว่าถูกแมวข่วนอยู่
“ท่าเรือฟู่จี๋นั้นคึกคักมาก เรือจากทั่วทุกแห่งล้วนเดินทางมาที่นี่เพื่อทำการแลกเปลี่ยนสินค้าและเติมเสบียง หากหมอเจียงพบคนรู้จักที่ท่าเรือแห่งนี้ แล้วติดตามพวกเขาไป ถึงเวลานั้นทั่วทั้งแผ่นดินจะมีผู้ใดที่สามารถตามหาพวกนางพบเล่าเจ้าคะ?”
คำพูดนี้ทำให้คิ้วของเก๋อฮุ่ยหนิงคลายออกในทันที
นางจ้องมองจื่ออวิ๋นด้วยสายตาชื่นชม และยิ้มออกมา
แม้ว่าท่านแม่ของนางจะเป็นอนุ แต่เบื้องหลังก็ยังมีคนคอยหนุนหลังอยู่ คนที่ดูแลท่าเรือคนหนึ่งก็คือลุงของนางเอง
เมื่อถึงเวลานั้น ขอเพียงให้จื่ออวิ๋นไปหาท่านลุง แล้วให้ท่านลุงส่งคนสองสามคนมาจับตัวหมอเจียงกับน้องสาวไป จากนั้นก็นำไปขายให้ไกล ๆ เฉียวไป๋ก็จะไม่มีทางสงสัยว่าเป็นฝีมือของตนแน่
เมื่อคิดออกแล้วก็ต้องลงมือทำ เก๋อฮุ่ยหนิงรีบเขียนจดหมายถึงลุงของนางทันที ระบุในนั้นว่าต้องนำกริชหงส์ที่ตัวของหลิงอวี๋มาให้ได้ และส่วนที่เหลือก็ให้ลุงจัดการได้เลย
ในสองวันที่เหลืออยู่ เก๋อฮุ่ยหนิงก็แสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และรอให้เรือไปถึงท่าเรือฟู่จี๋

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...