สองวันต่อมา เรือก็มาถึงท่าเรือฟู่จี๋ตามกำหนดการเดินทาง แล้วก็เป็นไปตามที่จื่ออวิ๋นบอก เมื่อเรือจอดเทียบท่า ผู้คุมเรือก็ให้ทุกคนลงจากเรือไปพักผ่อนครึ่งวัน
เหล่าสตรีของตระกูลเก๋ออยู่บนเรือกันมาหลายวันแล้ว เมื่อสามารถขึ้นไปเดินบนบกกันได้ทุกคนก็ต่างลงจากเรือกันอย่างกระตือรือร้น แม้แต่ฮูหยินเก๋อเองก็รอมิไหวที่จะลงจากเรือไปสูดอากาศบริสุทธิ์เช่นกัน
ข้าหลวงเก๋อก็เชิญเฉียวไป๋ไปดื่มสุราและกินอาหารที่ภัตตาคาร เฉียวไป๋ก็พร่ำบ่นกับตระกูลเก๋อมาหลายวันแล้ว จึงยากที่จะปฏิเสธการเชื้อเชิญแล้วตามเขาไป
เก๋อฮุ่ยหนิงเห็นว่าเฉียวไป๋ไปแล้ว นางก็แอบยิ้ม นางให้จื่ออวิ๋นไปแจ้งท่านลุงเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ที่เหลือก็คือนางต้องหลอกล่อหลิงอวี๋ไปยังถิ่นของท่านลุง
“หมอเจียง พวกเราก็ลงไปเดินเล่นกันเถิด ข้าได้ยินมาว่าท่าเรือฟู่จี๋แห่งนี้คึกคักมาก และสามารถเลือกหาของดี ๆ ได้มากมายทีเดียว!”
แม้ว่าป้าวซวนจะมิได้เมาเรือแล้ว แต่นางก็ยังคงมิชอบความรู้สึกที่ต้องอยู่บนเรืออยู่ดี เมื่อได้ยินดังนั้น นางจึงดึงหลิงอวี๋แล้วออดอ้อน “พี่หญิง เราก็ลงไปเดินเล่นกันเถิด!”
หลิงอวี๋เห็นว่าทุกคนไปกันหมดแล้ว นางก็มิอยากอยู่บนเรือเช่นกัน ดังนั้นจึงตามเก๋อฮุ่ยหนิงลงเรือไป
ท่าเรือแห่งนี้เป็นไปดังที่เก๋อฮุ่ยหนิงบอก คึกคักยิ่งนัก มีผู้คนมาจากทุกทิศทุกทาง และมีสินค้าให้เลือกซื้อละลานตา
ตอนนี้หลิงอวี๋มีเงินแล้ว ป้าวซวนอยากได้สิ่งใดนางก็ซื้อสิ่งนั้นให้ ทั้งยังซื้อคันฉ่องจากทางตะวันตกและปิ่นปักผมหลายชิ้นให้ตนเองด้วย
“หมอเจียง พวกเราไปทางนั้นกันเถิด ท่านลุงของข้าก็ทำงานอยู่ที่ท่าเรือนี้เช่นกัน ท่านแม่ให้ข้านำจดหมายไปให้เขา เมื่อข้าส่งให้เขาแล้ว พวกเราค่อยไปซื้อของกันต่อ!”
หลิงอวี๋มิได้สงสัยอะไรกับการที่เก๋อฮุ่ยหนิงพูดเช่นนี้ ดังนั้นนางจึงตามเก๋อฮุ่ยหนิงไป
จื่ออวิ๋นส่งจดหมายไปแล้ว เมื่อเดินออกมาไกลแล้วเห็นพวกหลิงอวี๋เดินมา นางก็ถือโอกาสตอนที่ไม่มีใครสังเกตเดินอ้อมไปด้านหลังพวกนาง แล้วแสร้งทำเป็นว่าเดินตามมา
เมื่อเก๋อฮุ่ยหนิงเห็นว่านางทำสัญญาณมือให้ตน นางก็เข้าใจทันทีว่าท่านลุงเตรียมคนไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นนางจึงพาหลิงอวี๋และป้าวซวนเดินไปที่โกดังท่าเรืออย่างเป็นธรรมชาติ
ทางนี้มีคนน้อย มีเพียงแค่ลูกหาบบางส่วนที่ทำงานอยู่เท่านั้น
หลิงอวี๋มิอยากเข้าไป นางจึงดึงป้าวซวนให้หยุด แล้วเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูสาม พวกเรารอเจ้าอยู่ตรงนี้แล้วกัน ท่านส่งจดหมายเสร็จแล้วก็ออกมาหาพวกเรา!”
“มาจนถึงหน้าประตูแล้วก็เข้าไปนั่งก่อนสิ ดื่มชาเสียหน่อยแล้วค่อยไปก็ยังมิสายหรอก!”
เก๋อฮุ่ยหนิงเชิญชวนอย่างเป็นมิตร
“ไม่ดีกว่า มิเข้าไปรบกวนท่านลุงของเจ้าแล้ว!”
หลิงอวี๋ดื้อดึงมิยอมเข้าไป
แต่ก่อนหน้าการแต่งงานของเก๋อฮุ่ยซิน หลิงอวี๋ก็ได้ถามเก๋อฮุ่ยหนิงไปแล้วว่ายังต้องการความช่วยเหลืออยู่หรือไม่?
เก๋อฮุ่ยหนิงกลับบอกว่า นางมิได้ชอบคุณชายจ้าวแล้ว ดังนั้นจึงมิอยากทำลายชีวิตแต่งงานของเก๋อฮุ่ยซิน
หลิงอวี๋เองก็มิอยากทำลายการแต่งงานของใครโดยไม่มีเหตุผล ดังนั้นเมื่อนางเห็นว่าเก๋อฮุ่ยหนิงยอมแพ้แล้ว นางจึงมิได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก
แต่ตอนนี้ เมื่อหลิงอวี๋นึกถึงเรื่องนี้ นางก็นึกถึงเฉียวไป๋ขึ้นมา
ทุกคนในตระกูลเก๋อให้ความเคารพต่อเฉียวไป๋มาก และเก๋อฮุ่ยหนิงเองก็เข้าหาเฉียวไป๋ทุกครั้งที่ว่าง
ที่แท้ก็มิใช่ว่านางมิชอบคุณชายจ้าวแล้ว แต่เป็นเพราะว่านางมีทางเลือกที่ดีกว่านี่เอง!
เฉียวไป๋!
เมื่อดูจากความเคารพที่ตระกูลเก๋อมีต่อเฉียวไป๋แล้ว สถานะของเฉียวไป๋ต้องอยู่เหนือกว่าคุณชายจ้าวมากแน่ ๆ ดังนั้นเก๋อฮุ่ยหนิงจึงเปลี่ยนใจ
ตอนนี้เก๋อฮุ่ยหนิงล่อลวงตนกับป้าวซวนมาถึงที่นี่ จะเป็นเพราะเหตุใดไปได้เล่า ก็คงจะรู้สึกว่าตนไปทำให้นางเสียเรื่อง นางจึงอยากจะกำจัดตนไปเสีย...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...