หลิงอวี๋เห็นรอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของฮูหยินเว่ยเช่นนั้น สุดท้ายนางจึงรับมา
ฮูหยินเว่ยสามารถดูแลลูกด้วยตัวคนเดียวมาหลายปีเช่นนี้ นางคงจะมีความสามารถพอสมควร หลิงอวี๋จะไปเมืองหลวงแดนเทพก็ต้องใช้เงิน ดังนั้นนางจึงรับมาใช้กรณีฉุกเฉินก่อน หากในภายหน้าฮูหยินเว่ยต้องการความช่วยเหลือ นางค่อยมอบให้เป็นการตอบแทนบุญคุณของฮูหยินเว่ย!
หลิงอวี๋และผู้รอบรู้ขึ้นฝั่งไป แล้วแทรกตัวผ่านฝูงชนที่เบียดเข้ามาเพื่อมารับญาติและสหายของพวกเขา
หลังจากที่เบียดเสียดกันออกมาอย่างยากลำบาก ก็มิสามารถเช่ารถม้าได้ เนื่องจากรถม้าเหล่านี้ถูกจองไปหมดแล้ว
“น้องอวี๋ เราไปพักที่โรงเตี๊ยมชั่วคราวสักคืนเถิด แล้ววันพรุ่งค่อยเข้าไปที่เมืองหลวงแดนเทพกัน!”
ตรงข้ามท่าเรือมีหมู่บ้านขนาดใหญ่มากอยู่ ซึ่งล้วนสร้างเป็นโรงเตี๊ยมไปแล้ว เพื่อตอบสนองความต้องการเข้าพักของเหล่าพ่อค้าที่เดินทางกันทั่วทุกสารทิศ
หลิงอวี๋เห็นว่าอีกประเดี๋ยวฟ้าก็จะมืดแล้ว อีกทั้งเช่ารถม้ามิได้ด้วย ดังนั้นจึงทำได้เพียงทำตามที่ผู้รอบรู้บอกเท่านั้น
กระทั่งเดินมาถึงหมู่บ้าน หลิงอวี๋ก็เห็นว่ากำแพงด้านนอกนั้นติดประกาศไว้เต็มไปหมด มีทั้งประกาศเสนอรางวัล ประกาศคนร้ายและประกาศบุคคลสูญหาย
นางแสร้งทำเป็นเดินไปดูอย่างอยากรู้อยากเห็น แล้วก็เห็นประกาศเสนอเงินรางวัลที่มีภาพของตนอยู่
ประกาศเช่นนี้มีอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือ บนใบหน้าของตนไม่มีรอยบาดแผลจากมีด และอีกประเภทคือใบหน้าเต็มไปด้วยรอยบาดแผลจากมีด
หลิงอวี๋มองภาพวาดที่ไม่มีรอยบาดแผลจากมีดนั้นอย่างละเอียด คนในภาพคือตนในอดีตจริง ๆ หรือ?
“ที่แท้คนผู้นี้ก็คือหลิงอวี๋หรือ!”
ผู้รอบรู้ก็ขยับเข้ามาเช่นกัน เขาได้ยินแต่ประกาศรางวัลนำจับของหลิงอวี๋เท่านั้น ยังมิเคยได้เห็นภาพเลย ดังนั้นเขาจึงพิจารณาภาพนั้นอย่างตั้งใจ จากนั้นก็ยิ้มแล้วเอ่ยกับหลิงอวี๋
“จดจำรูปร่างหน้าตาของนางไว้ให้ดี หากเราจับนางได้ เราสองคนก็มิต้องต่อสู้ดิ้นรนกันอีกแล้ว เราสามารถกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านอย่างสุขสบายไปตลอดชีวิตได้เลย!”
หลิงอวี๋กลอกตาใส่ผู้รอบรู้ แล้วเอ่ยอย่างประชดประชัน “หากนางสามารถสังหารนายน้อยของตระกูลเฉียวได้จริงอย่างที่ว่ากัน ท่านคิดว่าท่านจะเป็นคู่ต่อสู้ของนางหรือ?”
“มิต้องเพ้อฝันแล้ว! ไปกันเถิด!”
ผู้รอบรู้เกาหัว แล้วหัวเราะออกมา “ที่ท่านพูดมาก็มีเหตุผล เฮ้อ หากเงินหาได้ง่ายถึงเพียงนั้น คนก็คงมิแห่กันแย่งชิงมากถึงเพียงนี้ เราหาลู่ทางทำการค้าขายกันอย่างจริงจังสักหน่อยก็พอแล้ว!”
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะไป จู่ ๆ หลิงอวี๋ก็เหลือบไปเห็นประกาศเสนอรางวัลใบหนึ่ง ชื่อของเซียวหลินเทียนที่อยู่ในนั้นแทรกเข้ามาในหัวของนาง
“ข้าได้ยินมาว่าบุรุษผู้นี้เป็นศัตรูของมหาปราชญ์ เงินรางวัลนำจับที่ประกาศออกมา มหาปราชญ์ก็เป็นคนออกเงินเองด้วย!”
มีคนเอ่ยขึ้นมา
“ได้ยินมาว่ามหาปราชญ์ออกไปครั้งนี้ เขากลับมาพร้อมกับตาบอดหนึ่งข้างและแขนหักอีกหนึ่งข้าง หรือว่าคนผู้นี้ทำร้ายมหาปราชญ์?”
“จะเป็นไปได้อย่างไร! พลังวรยุทธ์ของมหาปราชญ์ไปถึงดินแดนที่แปดแล้ว ใต้หล้านี้ คนที่สามารถทำร้ายเขาได้นอกจากคนของพวกตระกูลใหญ่แล้วคนธรรมดามิอาจทำร้ายเขาได้เลย คนที่นามมิเป็นที่รู้จักผู้นี้จะทำร้ายเขาได้อย่างไร!”
ดินแดนที่แปดหรือ?
หลิงอวี๋ตกใจจนพูดมิออก
วรยุทธ์ของเซียวหลินเทียนน่ากลัวถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?
แม้แต่มหาปราชญ์ที่พลังอยู่ที่ดินแดนที่แปดก็ยังถูกเขาทำร้ายจนดวงตาบาดเจ็บ เช่นนั้นหากตนต้องการล้างแค้นให้ลูกชายก็เป็นเรื่องลำบากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์มิใช่หรือไร?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...