ในตอนนี้ไป๋ชงเซิงวางตะเกียบในมือของนางลง “ท่านปู่ ท่านไม่ต้องกลัวว่าท่านแม่จะถูกเสด็จพ่อกลั่นแกล้ง ยังมีข้าที่คอยจับตาดูเขาอยู่ หากเขากล้าทำอะไรไม่ดีต่อท่านแม่ หรือว่ากล้าพาผู้หญิงอื่นเข้ามาในจวน ข้าจะพาท่านแม่กลับมาหาท่านปู่ทันที”
ทันใดนั้นติ้งเป่ยโหวก็หัวเราะขึ้นมาดังลั่น “ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เซิงเอ๋อร์มีความสุขมากจริง ๆ”
หรงจิ่งหลินหันกลับมายิ้มให้ติ้งเป่ยโหว เนื่องจากถูกอีกฝ่ายทำให้ยิ้ม “ท่านปู่ เซิงเอ๋อร์ไม่ได้พูดเล่น หากเสด็จพ่อแต่งงานกับผู้หญิงอื่นและแต่งตั้งนางเป็นพระชายา ข้ากับเซิงเอ๋อร์จะพาเสด็จแม่ออกจากจวนอ๋อง ให้เสด็จพ่ออยู่อย่างเดียวดาย”
“พวกเจ้าทั้งสองจริงจังและทำหน้าที่ได้ดีถึงเพียงนี้ ดูเหมือนว่าปู่จะคิดมากเกินไปเอง” เห็นเด็กทั้งสองรักและเป็นห่วงไป๋ชิงหลิงถึงเพียงนี้ ความกังวลในหัวใจของเขาหายไปในพริบตา
แม้เขารู้ว่าคำพูดของเด็กไม่อาจเชื่อถือได้ แต่เด็กทั้งสองมีความคิดที่จะปกป้องและรักแม่ของตนเองถึงเพียงนี้ นั่นก็พิสูจน์แล้วว่าไม่มีใครมาแทนที่ของไป๋ชิงหลิงได้
“วางใจเถอะ หากเสด็จพ่อทำผิดต่อท่านแม่ เซิงเอ๋อร์จะปล่อยสุนัขไปกันก้นของเขา!”
ติ้งเป่ยโหวหัวเราะออกมาอีกครั้ง
และไป๋ชิงหลิงก็ไม่สามารถห้ามอะไรนางได้
นางเหลือบตามองเหยี่ยวดำที่อยู่ด้านนอกประตู ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยพร้อมกล่าวออกมา “เซิงเอ๋อร์ เหยี่ยวดำตัวนั้นนำไปปล่อยเสียเถอะ เอาไว้ข้างกาย มันอาจจะไปทำร้ายผู้อื่น มันควรจะไปออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระด้วยตัวของมันเอง”
“ท่านแม่ ข้าบอกให้มันไปแล้ว แต่มันต่างหากที่ไม่ยอมไป”
“มันไม่ยอมไป?” ไป๋ชิงหลิงคิดว่าไป๋ชงเซิงเป็นคนรั้งมันเอาไว้เสียอีก
“ใช่ ตอนที่ข้านำมันออกมาจากกรง ข้าก็บอกมันไปแล้วว่าอยากไปไหนก็ไป หลังจากนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรงอีกต่อไปแล้ว ไม่มีใครมาขังมันได้ทั้งนั้น!” ไป๋ชงเซิงวางตะเกียบลง เจ็บคราบน้ำมันบนปากของตนเอง “ท่านแม่ไม่ต้องสนใจมัน หากพวกเราไม่ให้มันกิน เดี๋ยวมันก็จากไปเอง”
ไป๋ชิงหลิงรู้สึกว่าที่ลูกของนางพูดออกมานั้นก็มีเหตุผล นางจึงไม่สนใจเหยี่ยวดำอีกต่อไป
หลังจากที่นางทานอาหารเข้าไปอีกสองสามคำ เด็กทั้งสองก็กลับเข้าไปในห้อง
แม่นมซั่งบอกให้สาวใช้เตรียมน้ำร้อนเอาไว้ให้เด็กทั้งสองอาบ ส่วนนางก็เดินกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อทำขนม จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องของไป๋ชิงหลิง
ไป๋ชิงหลิงจ้องมองขนมที่แม่นมซั่งทำขึ้นมาอย่างพิถีพิถันแล้วพูดว่า “แม่นม ขอบคุณสำหรับน้ำใจของท่าน แต่ข้าอิ่มแล้ว”
“พระชายา!” แม่นมซั่งวางขนมหวานลง “คนที่กำลังตั้งครรภ์ ไม่ว่าอย่างไรก็ควรดูแลสุขภาพของตนเองก่อน”
ไป๋ชิงหลิงผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองแม่นมซั่งโดยไม่รู้ตัว “แม่นมซั่ง ท่านรู้ได้อย่างไร?”
แม่นมซั่งมองมาที่ท้องของนาง จากนั้นกล่าวออกมาว่า “ระดูของพระชายามาช้ากว่าปกติหลายวัน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมาไม่ตรงกำหนด แต่มันก็ไม่เคยเว้นช่วงนานถึงเพียงนี้ และจากอาหารค่ำในวันนี้ ข้าเห็นว่าพระชายาหลีกเลี่ยงของเย็น ข้าจึงเดาว่าท่านอาจจะตั้งครรภ์ และหากพระชายาตั้งครรภ์จริงก็สามารถบอกกับแม่นมซั่งได้ ไม่ว่าพระชายาอยากทานสิ่งใด ข้าก็จะหามาให้ท่านทั้งนั้น”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ไป๋ชิงหลิง บุปผาพิษลิขิตแค้น
จากขทที่ 907ข้ามมาบทที่ 987 เลยเหรอคะหายไป 80บท...แอดขาตามกลับมาให้หน่อยค่าาาาา😅😢😘...
จักรพรรดิตายแล้วค่อยมีกำลังใจอ่านหน่อยอย่างน้อยๆก็ไม่ต้องหัวเสียกับตาแก่งี่เง่าคนนี้อีก......
เรื่องนี้ทำพี่น้ำตาท่วมบ้าน...สามีบอกว่าถ้ามันโศกมันเศร้านักก็เลิกอ่านเหอะ...ไม่ได้สิตามมาขนาดนี้แล้วเอาให้สุดแล้วหยุดที่กระดาษทิชชู่...
อยากรู้ว่าพระเอกและนางเอกจะรู้ความจริงตอนไหนว่าเป็นครบครัวเดียวกันและจิ่นหลินคือลูกอีกคน ช่วยสปอยหน่อยค่ะ...
นางเอกเรื่องนี้เก่ง..แต่อ่อนแอและงี่เง่า..หลายครั้งที่อ่านไปถอนหายใจไป...
อัพต่อนะคะ..กำลังสนุกเลยค่ะ...
บทที่614-623เนื้อหาไม่ครบมีแค่5-6บรรทัดอ่านไม่รู้เรื่องเดาทางไมาถูกเลย...
บทที่594-602สั้นมากค่ะ...
ตอน 460 โอ้โหวว หนักหน่วงมาก ตั้งแต่แมวตาย หลังจากนั้นคนที่นางเอกรักตายเป็นใบไม้ร่วงเลย แต่คนล่าสุดเนี่ย ได้ไงวะ รับไม่ได้อย่างแรง😭 ชีวิตนางเอกบัดซบมาก คนธรรมดาที่ไหนจะทนได้วะเนี่ย เป็นคนปกติป่านนี้เป็นบ้าตายไปแล้ว ว่าแต่อีจักรพรรดิจะเลิกประสาทแดกได้ตอนไหน🤬🤬...
อยากผ่าสมองอ๋องเฉินออกมาดูว่าข้างในมันมีมันสมองอยู่จริงๆรึเปล่า...อะไรจะมึนและง่าวได้ขนาดนี้...