"อย่าให้ความโง่เขลาเบาปัญญาของท่าน ต้องทำร้ายพวกเขาสองคน"
"เจ้า......" ฮองเฮาอู๋โกรธจัด และไม่ฟังคำพูดของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว และได้ตะคอกใส่เขา "ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!"
คืนนั้น ฮองเฮาอู๋ได้ส่งเสิ่นโหรวเม่ยออกไปจากวังหลวงด้วยตัวเอง
หลังจากที่เสิ่นโหรวเม่ยกลับไปยังจวนเสิ่นก็ได้เป็นไข้ตัวร้อนและเนื้อตัวสั่นเทา จากนั้นได้ล้มป่วยลงทันที
บาดแผลที่หน้าผาก สำหรับนางแล้วนั้นไม่ถือว่าทำให้ร่างกายของนางต้องเสียหายอะไร แต่ความเจ็บปวดที่หรงเยี่ยมอบให้กับนางนั้น ทำให้หัวใจที่บอบช้ำอยู่เดิมของนางเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น
อาการไข้ของนางไม่มีทีท่าจะลดลง ทำให้ท่านผู้เฒ่าเสิ่นโกรธเคืองอย่างมากและกล่าวกับฮองเฮาอู๋ว่า "ฮองเฮา โหรวเม่ยทำอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ เหตุใดจึงถูกทำร้ายเช่นนี้ นางเพียงแค่หลงรักและมีใจให้ท่านอ๋องหรง โทษกระหม่อมเอง และโทษท่านแม่ของนางที่ให้ความฝันเช่นนี้กับนางตั้งแต่นางยังเด็ก โหรวเม่ยได้มอบความหวังของนางไว้ที่ท่านอ๋องหรง การแต่งงานถูกเลื่อนออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปีนี้โหรวเม่ยก็อายุสิบแปดปี ตอนนี้นางกลับเป็นเช่นนี้......เช่นนั้นตายไปก็คงจะดี กระหม่อมเห็นแล้วรู้สึกสงสารนางอย่างมาก"
ฮองเฮาอู๋ลุกขึ้นจากเก้าอี้ "เหตุใดถึงพูดเช่นนั้นออกมา เรื่องนี้เป็นความผิดของท่านอ๋องหรง ข้าไม่มีทางปล่อยเขาไปอย่างเด็ดขาด ข้าจะทวงความยุติธรรมคืนมาให้กับโหรวเม่ยอย่างแน่นอน"
"ฮองเฮา" ท่านแม่ของเสิ่นโหรวเม่ย ฮูหยินเสิ่นคุกเข่าลง
ฮองเฮาอู๋รีบเดินเข้าไปประคองนาง "เจ้าคุกเข่าเพื่ออะไร รีบลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้"
"ฮองเฮาได้โปรดให้ความยุติธรรมกับโหรวเม่ยด้วยเพคะ อาการป่วยของโหรวเม่ยหนักหนาอย่างมาก หม่อมฉันมีลูกทั้งหมดสี่คน อีกสามคนที่เหลือนั้นเป็นพี่ชายของนาง นางเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของหม่อมฉัน หม่อมฉันยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้นางตายไปเพคะ" ฮูหยินเสิ่นร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด
เสิ่นโหรวเม่ยตัวร้อนจนเสียสติ นางกรีดร้องตะโกนอย่าทำอะไรนางๆ นางจะกลับบ้านเช่นนี้ตลอดเวลา
เป็นครั้งแรกที่ฮูหยินเสิ่นเห็นลูกสาวของตัวเองต้องทุกข์ทรมานเช่นนี้
ในใจของนางนั้นไม่กล้าโกรธเกลียดท่านอ๋องหรง นางโกรธแค้นไป๋เจาเสวี่ยที่อยู่ข้างกายท่านอ๋องหรง
นางจะต้องทิ่มแทงผู้หญิงคนนั้นด้วยมีด เพื่อแก้แค้นให้กับลูกสาวของนาง
ฮองเฮาอู๋ประคองฮูหยินเสิ่นลุกขึ้นจากพื้น และให้สัญญาว่า "พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวล โหรวเม่ยเป็นเด็กที่ข้าเห็นตั้งแต่ยังเล็กๆ ข้าก็เห็นนางเป็นลูกสาวของข้าอีกคน เยี่ยเอ๋อร์ก็เป็นลูกของข้า ข้าจะอบรมสั่งสอนเขาให้ดี และให้เขาจัดการเรื่องนี้อย่างดี"
เมื่อท่านผู้เฒ่าเสิ่นได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกคลายความขับข้องใจและไม่พูดอะไรอีก
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ไป๋ชิงหลิง บุปผาพิษลิขิตแค้น
จากขทที่ 907ข้ามมาบทที่ 987 เลยเหรอคะหายไป 80บท...แอดขาตามกลับมาให้หน่อยค่าาาาา😅😢😘...
จักรพรรดิตายแล้วค่อยมีกำลังใจอ่านหน่อยอย่างน้อยๆก็ไม่ต้องหัวเสียกับตาแก่งี่เง่าคนนี้อีก......
เรื่องนี้ทำพี่น้ำตาท่วมบ้าน...สามีบอกว่าถ้ามันโศกมันเศร้านักก็เลิกอ่านเหอะ...ไม่ได้สิตามมาขนาดนี้แล้วเอาให้สุดแล้วหยุดที่กระดาษทิชชู่...
อยากรู้ว่าพระเอกและนางเอกจะรู้ความจริงตอนไหนว่าเป็นครบครัวเดียวกันและจิ่นหลินคือลูกอีกคน ช่วยสปอยหน่อยค่ะ...
นางเอกเรื่องนี้เก่ง..แต่อ่อนแอและงี่เง่า..หลายครั้งที่อ่านไปถอนหายใจไป...
อัพต่อนะคะ..กำลังสนุกเลยค่ะ...
บทที่614-623เนื้อหาไม่ครบมีแค่5-6บรรทัดอ่านไม่รู้เรื่องเดาทางไมาถูกเลย...
บทที่594-602สั้นมากค่ะ...
ตอน 460 โอ้โหวว หนักหน่วงมาก ตั้งแต่แมวตาย หลังจากนั้นคนที่นางเอกรักตายเป็นใบไม้ร่วงเลย แต่คนล่าสุดเนี่ย ได้ไงวะ รับไม่ได้อย่างแรง😭 ชีวิตนางเอกบัดซบมาก คนธรรมดาที่ไหนจะทนได้วะเนี่ย เป็นคนปกติป่านนี้เป็นบ้าตายไปแล้ว ว่าแต่อีจักรพรรดิจะเลิกประสาทแดกได้ตอนไหน🤬🤬...
อยากผ่าสมองอ๋องเฉินออกมาดูว่าข้างในมันมีมันสมองอยู่จริงๆรึเปล่า...อะไรจะมึนและง่าวได้ขนาดนี้...