บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] นิยาย บท 161

บทที่ 161 การตัดสินใจของไป๋หว่านฉิง

บทที่ 161 การตัดสินใจของไป๋หว่านฉิง

หลังจากงานเทียบอันดับมังกรซ่อนสิ้นสุดลง เฉินซีได้กลับไปฝึกอย่างลับ ๆ ที่ยอดเขาใจสัจธรรมในนิกายกระบี่เมฆาพเนจรอีกเป็นเวลาหนึ่งเดือน โดยใช้วารีวิญญาณจำนวนมาก เสริมความแข็งแกร่งให้แก่จิตวิญญาณของเขาและความเข้าใจต่าง ๆ เพื่อมุ่งสู่เต๋าแห่งสวรรค์

ยกตัวอย่าง เช่น การเตรียมการของเฉินซีที่จะทำให้เขาสามารถบ่มเพาะพลังทักษะแปรสภาพปราณเพื่อที่จะได้บรรลุความสำเร็จในขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นเก้าดาราในรวดเดียว ตำหนักอินทนิลของเขาเปรียบดั่งทะเลสาบที่กว้างใหญ่ ลึกล้ำดั่งก้นเหว และมีปราณแท้แห่งดวงดาราทั้งเก้าสุกสกาวพราวพร่างอยู่เบื้องบนทะเลสาบตำหนักอินทนิล ขณะเดียวกันพวกมันยังเปล่งประกายสดใส มีความเป็นธรรมชาติ ห่างไปอีกเพียงหนึ่งก้าวเขาจะขึ้นว่าสู่ขอบเขตเคหาทองคำแล้ว

ภายในค่ายกลสังหารเซียนเก้าพระราชวังข่ายดาราในตอนนี้ เฉินซีได้เปลี่ยนที่อันตรายให้เป็นที่ปลอดภัยและเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส และการบ่มเพาะกายาของเขายังได้บรรลุสู่ตำหนักอินทนิลขั้นดาราที่เก้าแล้ว นอกจากนี้ เขายังใช้ความเข้าใจในเต๋าแห่งสวรรค์สร้างอักขระจ้าววิญญาณของตัวเอง นั่นก็คืออักขระจ้าววิญญาณแห่งสายลมและอักขระจ้าววิญญาณแห่งสายฟ้า ส่วนปราณจ้าววิญญาณทั่วร่างกายของเขานั้นกว้างใหญ่และไร้ขอบเขต จนสามารถกลั่นออกมาดั่งของเหลว และมีกลิ่นอายของพลังที่ต่างกันสิบชนิด พลังบ่มเพาะแปรสภาพร่างกายของเขาสูงขึ้นจากเดิมกว่าสิบเท่า!

ไม่ว่าจะเป็นการบ่มเพาะปราณภายใน หรือบ่มเพาะร่างกายต่างก็มีการพัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว กล่าวได้ว่านี่เป็นพรสวรรค์อันอัศจรรย์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน!

ทว่าทั้งหมดมิได้เกิดจากความบังเอิญเลยแม้แต่น้อย

เส้นทางของการบ่มเพาะขึ้นอยู่กับฝึกฝนด้วยความขยันขันแข็งเจ็ดในสิบส่วนและเกิดจากโชคอีกสามส่วน ความอุตสาหะของเฉินซีคงไม่จำเป็นต้องอธิบายมาก ด้วยมีสหายสัตว์อสูรอย่างไป๋คุย ทำให้เฉินซีประสบแต่โชคดีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการผจญภัยในถ้ำเซียน การต่อสู้และฆ่าฟันในเทือกเขาแดนเถื่อนตอนใต้ การบ่มเพาะอย่างลับ ๆ ในทะเลทรายมรณะ การแข่งขันที่เจดีย์บำเพ็ญทุกข์… จากสถานการณ์ที่ผ่านมา เฉินซีบอกได้เลยว่าพวกมันล้วนแต่มีอันตรายอย่างยิ่ง แต่เขาก็รอดมาได้เพราะได้รับโชคที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเกินความคาดหมายของคนทั่วไป

ภายใต้การเข่นฆ่าอย่างต่อเนื่อง การฝึกบ่มเพาะพลังและการชุบตัวให้แข็งแกร่ง การฝ่าภยันตรายและไฟ ท่ามกลางสถานการณ์ที่อันตรายหากก็มีโชคร่วมด้วย วันนี้เฉินซีสามารถมาถึงจุดนี้ได้อย่างปลอดภัยและประสบความสำเร็จอย่างน่าประหลาดใจยิ่ง

‘ดวงดาว สายลม ธาตุทั้งห้า หยิน หยาง สายฟ้า…ข้าเพิ่งก้าวสู่ประตูแห่ง เจตจำนงเต๋าเหล่านี้ก็จริง แต่การฝึกของข้าก้าวหน้าไปถึงขอบเขตดังกล่าวแล้ว สงสัยจริง ๆ ว่าถ้าข้าเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ในระดับที่ลึกมากขึ้นและกลั่นเขตแดนเต๋าของตัวเองได้แล้ว คนอื่นจะต้องเผชิญกับความน่าเกรงขามสักแค่ไหน’

เฉินซีรู้สึกได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่ไหลเวียนอยู่ในเลือด เนื้อและผิวหนังของเขา ในใจพลันเกิดความรู้สึกมั่นใจพุ่งสูงราวกับว่าตนจะทำอะไรก็ได้ในโลกนี้และมีอำนาจเหนือสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา

ถึงกระนั้นเขาก็ยังสังเกตได้ว่ากระแสวังวนดำและขาวยังคงหลั่งพลังอันน่าสะพรึงกลัวแห่งดวงดาวเข้าสู่ร่างกายตนอยู่ไม่หยุดหย่อน…

กระแสวังวนดำขาวปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดหกลี้และอัสนีดาราพิฆาตที่มันกลืนกินพื้นที่กว่าหนึ่งในสี่ของค่ายกลใหญ่ พลังที่ว่านี้เป็นสิ่งที่พระราชวังข่ายดาราใช้เวลาสั่งสมมานานสองสามพันปี อีกทั้งต้องสังเวยชีวิตและดวงวิญญาณของศิษย์นับหมื่นเพื่อกระตุ้นพลังไม่มีสิ้นสุด ดั่งท้องทะเลกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต และพลังที่เฉินซีดูดกลืนนั้นเพียงไม่ถึงหนึ่งในหมื่นของพลังทั้งหมดด้วยซ้ำ เปรียบดั่งขนเส้นเดียวบนวัวเก้าตัวกระนั้น

ครืนนน!

ความรู้สึกขยายตัวพลุ่งพล่านขึ้นในกายของเขาอีกครั้ง และมาพร้อมกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงราวกับเส้นเอ็นและผิวหนังกำลังถูกฉีกออกจากกัน เหมือนกับกระแสน้ำที่โหมกระหน่ำไม่หยุดและเคลื่อนไปทั่วทุกรูขุมขนทั่วร่างกาย

‘ข้าจะต้องเข้าสู่ขอบเขตเคหาทองคำของการบ่มเพาะร่างกายให้ได้!’ เฉินซีกัดฟันและตั้งใจโคจรเคล็ดวิชาบ่มเพาะพลัง ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นธุลีโกลาหล ซึ่งเดิมสงบเงียบและไม่ได้ถูกกระตุ้นกลับดูเหมือนจะตื่นตัวขึ้นมาทันที และทำท่าว่าจะกลืนกินพลังร้ายกาจที่ไหลหลั่งมาจากภายนอก

ทันทีที่ธุลีโกลาหลเคลื่อนไหว ไม้ศักดิ์สิทธิ์นิรนามในอักขระจ้าววิญญาณพฤกษาที่สอง แร่โลหะนิรนามในอักขระจ้าววิญญาณทองคำที่เจ็ด อัญมณีเพลิงนิรนามในอักขระจ้าววิญญาณอัคคีที่สาม และมุกวารีนิรนามในอักขระจ้าววิญญาณวารีที่เก้าดูเหมือนจะตื่นขึ้นจากการหลับใหล ขณะนั้นทั้งหมดเริ่มดูดซับพลังงานที่ส่งมาจากธุลีโกลาหลอย่างต่อเนื่อง

สมบัติมหัศจรรย์ทั้งห้านี้เฉินซีได้รับมาจากเจดีย์บำเพ็ญทุกข์ และทั้งหมดก็ปลดปล่อยปราณบริสุทธิ์จากธาตุทั้งห้า อีกทั้งพวกมันยังสามารถเปลี่ยนเป็นพลังจ้าววิญญาณของธาตุทั้งห้าที่จะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเฉินซี เพื่อเสริมสร้างการบ่มเพาะพลังแปรสภาพร่างกายของเขา

เมื่อก่อนเฉินซีเคยกังวลว่าหลังจากธุลีโกลาหลหายไป สมบัติล้ำค่าทั้งห้าจะได้รับผลกระทบไปด้วย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกแล้ว

พลังที่หลั่งไหลออกมาจากกระแสวังวนดำและขาวนั้นเหมือนกับสายฝนที่ตกลงสู่พื้นที่ที่เคยแห้งแล้ง มันได้ทำให้ธุลีโกลาหลชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น ในขณะที่พลังของธุลีโกลาหลได้หล่อเลี้ยงสมบัติล้ำค่าอีกสี่ชิ้นที่เหลือทางอ้อมด้วย และจะหมุนวนไปรอบ ๆ อีกครั้งรวมทั้งมีความลึกล้ำอันไร้ขอบเขต

ด้วยธุลีโกลาหลสกัดกั้นพลังงานที่ไหลออกมาจากกระแสวังวนดำและขาว เฉินซีจึงสัมผัสได้ว่าความเจ็บปวดที่ปรากฏขึ้นทั่วร่างกายเมื่อครู่ค่อย ๆ หายไปอย่างรวดเร็ว และเกิดความอุ่นสบายราวกับว่าเขากำลังอาบน้ำท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิ

แต่เฉินซียังคงไม่กล้าเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะกระแสวังวนดำและขาวก่อตัวขึ้นจากสายฟ้า หากเกิดความผิดพลาดแม้จะเล็กน้อยที่สุด อาจส่งผลร้ายรุนแรงที่สุดได้ อย่าว่าแต่คนอย่างเขา แม้แต่เซียนปฐพีก็อาจถูกทำลายจนสิ้นซากได้ทีเดียว

‘ดูเหมือนว่าข้าคงทำได้เพียงรอให้พลังงานของกระแสวังวนดำและขาวหายไปเสียก่อน ข้าจึงจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ สงสัยว่าท่านน้าไป๋กับพวกเป็นอย่างไรบ้าง…’ เฉินซีพึมพำกับตัวเอง

เป่ยเหิงยืนอยู่ข้างเฉินซี เขาไม่กล้าเคลื่อนไหวไปด้วย เวลานี้เขาอยู่ในพื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยกระแสวังวนดำและขาว และส่วนนี้ยังเป็นจุดศูนย์กลางอีกด้วย

เขาไม่รู้ว่าการเคลื่อนไหวของเขาจะทำให้สายฟ้าภายในกระแสวังวนดำและสีขาวระเบิดออกหรือไม่ สิ่งเดียวที่เขาจะทำได้ในตอนนี้คือรอให้เฉินซีตื่นขึ้นจากการฝึกบ่มเพาะพลังเท่านั้น

เมื่อเขานึกถึงเรื่องนี้ เป่ยเหิงก็รู้สึกสับสนในใจขึ้นมา ก่อนหน้านี้เขาคิดจะปล่อยเฉินซีไว้ตามลำพังและเอาตัวรอด แต่สถานการณ์กลับพลิกผัน การปล่อยเฉินซีที่กำลังจัดการกับกระแสวังวนดำและขาวจะส่งผลให้ตัวเองต้องรับความทรมานไปด้วยเช่นกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งตอนนี้เขาได้ต้องอาศัยความคุ้มครองจากเฉินซี อย่างนี้จะไม่ทำให้เขาซึ่งเป็นผู้บ่มเพาะพลังขอบเขตเซียนปฐพีระดับสองต้องถอนหายใจอย่างหนักหน่วงได้อย่างไร

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ในขณะนั้นแสงสว่างสามสายพุ่งผ่านท้องฟ้ามา ไป๋หว่านฉิง ไป๋เถิง และไป๋กังดูเหมือนจะหวาดกลัวพลังที่ควบแน่นโดยกระแสวังวนดำและขาวอย่างมาก ทำให้ทุกคนหยุดมองอยู่ห่าง ๆ และไม่กล้าเข้ามาใกล้

เป่ยเหิงตกตะลึง ก่อนที่จะกวาดตามองไปรอบ ๆ และสังเกตเห็นว่าค่ายกลสังหารเซียนเก้าพระราชวังข่ายดาราตั้งขึ้นนั้นถูกทำลายหายไปเรียบร้อยแล้ว

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]