บทที่ 1725 ดาราจักรสุบินเมฆา
………………..
บทที่ 1725 ดาราจักรสุบินเมฆา
โอม!
คลื่นพลังผันผวนอันลึกลับแผ่ซ่านไปทั่วอุโมงค์มิติ
เฉินซีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะประสานหมัดและกล่าวว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ โปรดถนอมตัวด้วย”
อู๋เซวี่ยฉานยิ้มพยางพยักหน้า “รีบไปเถอะ”
โดยไม่ลังเล เฉินซีสืบกายเข้าสู่อุโมงค์มิติไปพร้อมกับจักรพรรดินีอวี้เชอ
“นั่นอะไรนะ?” ชั่วขณะก่อนที่จะจากไป เฉินซีพลันสังเกตเห็นความมืดมิดอันกว้างใหญ่ที่แผ่ขยายมาจากส่วนลึกของจักรวาลโดยไม่ตั้งใจ โดยมันได้กลืนกินดาราจักรไปมากมาย ขณะที่มันกวาดไปด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ
จังหวะเดียวกับที่อู๋เซวี่ยฉานหันกลับมา ผมขาวราวหิมะของเขาปลิวไสวไปตามแรงลม พลันโถมกายเข้าปะทะกับความมืดมิดที่กลืนกำลังกลืนกินไปทั่ว…
โครม
…
อุโมงค์มิติที่อู๋เซวี่ยฉานสร้างขึ้นนั้นพิเศษมาก มาตรแม้นจะไม่ได้ขยับเขยื้อนเมื่อเข้าไปในนั้น แต่ก็รู้สึกราวกับพุ่งผ่านจักรวาลนับไม่ถ้วน
“ความมืดมิดอันกว้างใหญ่นั้น….” เฉินซียังคงรู้สึกตกตะลึงและหวาดกลัวอยู่ในใจ เขาคาดเดาได้ราง ๆ ว่า ความมืดนั้นอาจเป็นกลิ่นอายของมหาปุโรหิตอำนาจเทวะแห่งนิกายอำนาจเทวะ
“มหาปุโรหิตอำนาจเทวะทุกคนล้วนอยู่เหนือขอบเขตมหาราชเทวา พวกมันครอบครองพลังสุดจะหยั่งถึงและมิอาจประเมินได้” จักรพรรดินีอวี้เชอกล่าวจากด้านข้างด้วยเสียงที่ไพเราะและชัดเจน “ขอบเขตที่อยู่เหนือขอบเขตมหาราชเทวานี้คือขอบเขตมหาเทพเต๋า เพียงแค่พวกมันสะบัดนิ้วก็สามารถจักรวาลขึ้นมาใหม่ หรือแปรเปลี่ยนเต๋าสวรรค์เพื่อเป็นพลังของมันเอง!”
“ขอบเขตมหาเทพเต๋า!”
เฉินซีตกตะลึงอยู่ในใจ และทันใดนั้น เขาก็นึกถึงจ้าวเต๋าคุนเผิง ซึ่งศพของเขาก็สร้างแดนโลกาวินาศขึ้นมาเอง “เขาอาจจะเป็นตัวตนที่ครอบครองขอบเขตการบ่มเพาะเช่นนั้นกระมัง?”
เมื่อหลายปีก่อน ครั้งที่เฉินซีเข้าสู่แดนโลกาวินาศ เขาได้พบกับเผ่าจุลบรรพกาลโดยบังเอิญ และหลังจากนั้นก็พบว่าแดนโลกาวินาศถูกสร้างขึ้นจากศพของจ้าวเต๋าคุนเผิง
ในเวลานั้น เขายังคงประหลาดใจและสงสัยว่าจะต้องมีขอบเขตการบ่มเพาะขั้นใดจึงจะบรรลุผลดังกล่าวได้ ยามนี้ เมื่อได้ยินจักรพรรดินีอวี้เชอกล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ เขาจึงเข้าใจเล็กน้อยในทันที
ตัวอย่างเช่น จักรพรรดินีอวี้เชอ จักรพรรดิโกวเฉิน และจักรพรรดิชงโตว ต่างก็ดำรงอยู่ในขอบเขตมหาราชเทวา พวกเขาครอบครองพลังสูงสุดที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำดินและควบคุมเต๋ามากมาย
ในทางกลับกัน ขอบเขตมหาเทพเต๋านั่นเห็นได้ชัดว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าขอบเขตมหาราชเทวา และครองราชย์สูงสุดเหนือมัน ยิ่งไปกว่านั้น การดำรงอยู่ในขอบเขตมหาเทพเต๋าสามารถสร้างจักรวาลขึ้นมาใหม่และเปลี่ยนแปลงเต๋าสวรรค์เพื่อการใช้งานของพวกเขาเอง!
ตัวอย่างเช่น มหาปุโรหิตอำนาจเทวะ เห็นได้ชัดว่าการดำรงอยู่ที่ขอบเขตมหาเทพเต๋า
“ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเขา จากการสังเกตของข้า การบ่มเพาะของเขาอาจขึ้นไปสู่ขอบเขตมหาเทพเต๋าแล้ว มิฉะนั้นไม่มีทางที่เขาจะฟาดจักรพรรดิชงโตวให้คุกเข่าลงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว” ดวงตาที่สุกใสของจักรพรรดินีอวี้เชอเป็นประกายและเต็มไปด้วยความงดงามที่ไม่ธรรมดา
“ขอบเขตมหาเทพเต๋าเหรอ?” เฉินซีแอบถอนหายใจอย่างลับ ๆ เดิมทีเขาคิดว่าความเร็วของการบ่มเพาะนี้เร็วเพียงพอแล้ว และตนอยู่ห่างจากการบรรลุขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลเพียงไม่กี่ก้าว
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มไม่เคยคิดมาก่อนว่าศิษย์พี่ใหญ่ของเขาจะบรรลุความสูงที่เหลือเชื่อเช่นนี้แล้ว
“หากข้าอนุมานตามสิ่งนี้ แล้วท่านอาจารย์ที่ข้ายังไม่เคยพบ ปรมาจารย์แห่งเขาเทพพยากรณ์ฝูซีจะบรรลุถึงการบ่มเพาะขั้นใดกัน?
เฉินซีหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นจึงส่ายศีรษะก่อนจะกล่าวกับจักรพรรดินีอวี้เชอว่า “ผู้อาวุโส ข้าต้องขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือในครั้งนี้”
“ท่าน…เป็นศัตรูกับนิกายอำนาจเทวะด้วยเหรอ?” เฉินซีอดไม่ได้ที่จะถามคำถามนี้
“ใช่ กล่าวตรง ๆ ข้าเป็นศัตรูกับตระกูลกงเหย่” ดวงตาที่สุกใสของจักรพรรดินีอวี้เชอเต็มไปด้วยความเย็นชา นางกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “จริง ๆ แล้วมันก็เหมือนกันหมด เพราะตระกูลกงเหย่ เป็นบริวารของนิกายอำนาจเทวะ และสมาชิกส่วนใหญ่ล้วนเป็นศิษย์ ปุโรหิต ไม่ก็ผู้อาวุโสของนิกายอำนาจเทวะ”
สำหรับความเป็นศัตรูระหว่างพวกเขานั้นจักรพรรดินีอวี้เชอไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม เพียงเท่านี้ก็ทำให้เฉินซีเข้าใจบางสิ่งได้อย่างถ่องแท้
ตัวอย่างเช่น จักรพรรดินีอวี้เชอได้สั่งให้เขาหยุดกงเหย่เจ๋อฟูจากการยึดรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้า เป็นเพราะความเป็นปฏิปักษ์และความเกลียดชังระหว่างพวกเขาอย่างแน่นอน
“ผู้อาวุโส กองกำลังของนิกายอำนาจเทวะในเอกภพจักรวรรดินั้นน่าเกรงขามเพียงใด?” เฉินซีอดไม่ได้ที่จะถามคำถามนี้
“คราวหน้าให้เรียกข้าว่าอวี้เชอ” จักรพรรดินีอวี้เชอแก้ไขวิธีที่เฉินซีเรียกหานาง ก่อนที่นางจะกล่าวว่า “เอกภพจักรวรรดิเป็นศูนย์กลางของแดนเทพเจ้าโบราณ และอาณาเขตของมันกว้างใหญ่มากจนครอบคลุมจักรวาลแปดพันแห่ง นอกจากนี้ยังมีนิกายและตระกูลโบราณจำนวนนับไม่ถ้วนที่กระจัดกระจายไปทั่ว
“อย่างไรก็ตาม มีเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้นที่ถือเป็นกองกำลังชั้นนำ เช่น ตระกูลลั่ว ตระกูลกงเหย่ ตระกูลอวี้… ทั้งหมดล้วนเป็นตระกูลชั้นนำ”
“ทว่ามีเพียงไม่กี่นิกายเท่านั้นที่ถือเป็นสุดยอดนิกาย และหนึ่งในนั้นคือเขาเทพพยากรณ์ ตำหนักเต๋าหนี่หวา นิกายอำนาจเทวะ สำนักเต๋า และสำนักศักดิ์สิทธิ์ พวกมันถูกเรียกว่าห้าสุดขั้วของเอกภพจักรวรรดิ”
“ไว้เราค่อยหาเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากที่เราไปถึงที่นั่นแล้ว” เฉินซีครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว
จักรพรรดินีอวี้เชอพยักหน้ารับ
ผ่านไปหนึ่งถ้วยชาขณะที่พวกเขาคุยกันเช่นนี้
ทันใดนั้น คลื่นพลังผันผวนที่รุนแรงก็เกิดขึ้นในอุโมงค์มิติ จากนั้นมันก็พังทลายลงทีละนิด และกลายเป็นประกายแสงที่โปรยปรายลงสู่บริเวณโดยรอบ
ในช่วงเวลาถัดมา เฉินซีและจักรพรรดินีอวี้เชอก็มาถึงพื้นที่อันกว้างใหญ่ที่ไม่คุ้นเคย
พื้นที่อันกว้างใหญ่นี้กว้างใหญ่ไพศาลมาก ดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วนโคจรอยู่ภายในนั้น เมฆหมอกที่ดูคล้ายความฝันนั้นแผ่ขยายออกไปครั้งแล้วครั้งเล่าในจักรวาล นอกจากนี้ยังมีหลากสีสันซึ่งบังเกิดเป็นภาพที่ค่อนข้างงดงามตระการตา
“ท่านอู๋เซวี่ยฉานนั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ” จักรพรรดินีอวี้เชอเหลือบมองไปรอบ ๆ และนางก็อดไม่ได้ที่จะสรรเสริญ “อุโมงค์มิตินั่นข้ามผ่านหนึ่งร้อยเก้าสิบเจ็ดเอกภพ และยังสามารถนำไปสู่ดาราจักรสุบินเมฆาได้อย่างแม่นยำ ความสามารถเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่จักรพรรดิจะทำสำเร็จได้”
เฉินซีกล่าวด้วยความประหลาดใจ “นี่คือดาราจักรสุบินเมฆาที่ภูเขาลั่วเจียตั้งอยู่หรือ?”
“ใช่แล้ว มองไปที่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันกว้างใหญ่ เมฆหมอกที่ดูคล้ายความฝันที่ปกคลุมไปทุกทิศทุกทาง ภูเขาลั่วเจียนั่นตั้งอยู่บนดาวผู่ถัว”
จักรพรรดินีอวี้เชอชี้นิ้วไปในระยะไกล ซึ่งที่นั่นมีดาวเคราะห์สีฟ้าอ่อนเปล่งแสงแวววาวราวกับคลื่นน้ำ
ทันใดนั้น ดูเหมือนนางจะสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง และแสงเรืองรองแผ่ไปทั่วร่างกายของนาง ในช่วงเวลาต่อมา รูปลักษณ์ของนางก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
นางสวมเสื้อสีเขียว กระโปรงสีขาว มงกุฎขนนก ผ้าโปร่งสีดำปิดหน้า ประกอบกับท่าทางที่เรียกง่ายและสง่างาม เมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต นางได้สูญเสียกลิ่นอายที่น่าเกรงขามและยิ่งใหญ่หมดสิ้น
ในขณะที่เฉินซีงุนงงกับสิ่งนี้ เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง และสัมผัสได้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งทะยานเข้ามาจากระยะไกล
“รูปลักษณ์ของข้านั้นสะดุดตาเกินไป เป็นการง่ายที่สร้างปัญหามากมาย
สิ่งนี้ทำให้เฉินซีนึกถึงบางอย่าง เขาเพียงยิ้มเบา ๆ ในขณะที่รูปร่างหน้าตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน และเขาก็กลายเป็นชายหนุ่มที่มีบุคลิกและรูปร่างหน้าตาธรรมดา
ฟิ่ว! ฟิ่ว! ฟิ่ว!
ในขณะนี้ คนกลุ่มนั้นได้เคลื่อนย้ายผ่านห้วงมิติเข้ามาแล้ว
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
ทำไมตอนที่ 1631-1637 อ่านไม่ได้ครับ...
อยากซื้อหนังสือเรื่องนี้จบรึยังมีขายรึยัง ราคาเท่าไหร่...
กำลังสนุกเลยจ้า1407...
1...
รออ่าน1296...
รออ่าน1184จ้า...
ตอนที่1111รออ่านยุ...
ตอน1109รออ่านยุ...
กำลังมันเลยครับ...
กำลังมันเลยครับ...