บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] นิยาย บท 184

บทที่ 184 มหาเต๋าแห่งการสังหาร

บทที่ 184 มหาเต๋าแห่งการสังหาร

การที่เฉินซีจะไม่เข้าไปยุ่งด้วยนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ วาจาของหานกู่เยว่ยังกระตุ้นเจตนาฆ่าอย่างแรงกล้าในใจของเขาอีกต่างหาก

“คุกเข่า! ไอ้เด็กน้อย…ในเมื่อเจ้าเป็นเด็กและยังโง่เขลา ข้าจะปรานีเจ้าสักครั้ง หากเจ้ายอมคุกเข่าโขกหัวและไถ่โทษโดยการนำสมบัติล้ำค่าของเจ้าออกมา ถ้ายอมแต่โดยดีบางทีโอกาสรอดชีวิตจะยังพอมีอยู่บ้าง มิฉะนั้นเจ้าก็ต้องตาย”

ผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นต้นที่อยู่ข้างกายหานกู่เยว่ก้าวออกมา คนผู้นี้มีเส้นผมสีขาวโพลน สวมผ้าคลุมนักพรตเต๋าทำให้ดูเป็นผู้มีสติปัญญา และบนศีรษะประดับด้วยปิ่นสีเขียวหยกโปร่งแสงส่องประกายระยิบระยับ

รูปร่างหน้าตาของผู้บ่มเพาะพลังคนนี้ออกจะหล่อเหลาเอาการและดูอ่อนเยาว์ กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและทะนงตนหมุนเวียนอยู่ทั่วร่าง ประหนึ่งราชันผู้ยิ่งใหญ่กำลังเหลือบมองสามัญชนข้างล่างกระนั้น

“ท่านพี่หานไป๋ จะจับตัวเจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมาสั่งสอนสินะ” ผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นต้นพูดด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ “ไม่ได้ยินที่นายน้อยพูดหรือ ไอ้เด็กนี่เกือบทำร้ายนายน้อยแล้ว ฉะนั้นเจ้าคงไม่สามารถจะลงมือเองได้”

“เหอะ! อย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นข้าจะแสดงให้ดูว่าเวลาที่พญาอินทรีล่ากระต่ายน้อยนั้นเป็นอย่างไร!” กล่าวจบหานไป๋ก็ขยับก้าวไปที่กลางอากาศ สายตาเยือกเย็นเหลือบมองเฉินซี “เฮ้ย ไอ้หนู ออกมา…ถ้าข้าไม่เผยพลังแกร่งกล้าที่แท้จริงละก็…”

ฟิ้วววว!

มิทันขาดคำของหานไป๋ชายหนุ่มผมขาวโพลน หางเสียงของเขายังสะท้อนอยู่กลางอากาศขณะมีเสียงหวดขวับดังมา ทันใดนั้นแขนข้างขวาของผู้พูดพลันขาดกระเด็นด้วยอาวุธจู่โจมมาอย่างรุนแรง ทั้งชิ้นเนื้อเจือโลหิตหลั่งรินลงมาจากท้องฟ้า

“อ๊ากกก!” หานไป๋เปล่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ทว่าในใจกลับมีความเย็นชาปานเสียดแทงกระดูกดำ ครู่นี้หากไม่ใช่เพราะความว่องไวในการหลบหลีกตามสัญชาตญาณ เขาคงไม่เพียงแค่เสียแขนเท่านั้น

“จะหนีอย่างนั้นหรือ…ตายเสียเถอะ!” สุ้มเสียงเยือกเย็น ไร้ความรู้สึกดังกระทบโสตของหานไป๋ เวลาถัดมาพลันปรากฏแสงสว่างวาบพุ่งเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่กระบี่ปลายแหลมคมซึ่งประจุด้วยเจตนาสังหารแรงกล้าอันหาที่เปรียบมิได้ ทะลุคอหอยของเขาผ่านออกไปจนเหลือแต่รูโบ๋ทิ้งไว้ข้างหลังทันที ที่ร้ายกว่านั้นเมื่อเจตนาสังหารแผ่ออกจากคมกระบี่ผ่านลำคอกระจายไปทั่วร่างกายของคน ทันใดนั้นราวกับร่างกายถูกคมอาวุธที่ไม่ปรากฏจำนวนฟาดฟันอย่างรุนแรง จนชิ้นเนื้อและกระดูกกระเดี้ยวของคนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยจำนวนนับไม่ถ้วนกระจัดกระจายหล่นร่วงลงมาจากท้องฟ้า

เหมือนสายฝนโลหิต พิศวงและวิปโยค หลั่งเลือดและโหดเหี้ยม!

“ไหนว่าอยากจะได้สมบัติล้ำค่าของข้าไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้ากลับเป็นผู้มอบสมบัติของเจ้าเสียอย่างนี้เล่า? ช่างเถิด ข้าขอรับไว้ทั้งหมดไม่เกรงใจก็แล้วกัน!” ว่าแล้วร่างของเฉินซีได้ปรากฏขึ้นบริเวณที่หานไป๋เพิ่งถูกชำแหละไปเมื่อครู่ จากนั้นชายหนุ่มก็ยื่นมือออกไปคว้าแหวนมิติที่เหมือนทำจากหยกขาวพร้อมด้วยแกนทองคำขนาดเท่าไข่ไก่ก่อนที่จะโยนเข้าไปเก็บไว้ในเจดีย์บำเพ็ญทุกข์

“เยี่ยม! แกนทองคำจริงด้วย! เป็นของหายากและมีค่ามากเสียด้วย อย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อผู้บ่มเพาะพลังขอบเขตแกนทองคำหยินหยางตกอยู่ในอันตรายและเริ่มรู้ตัวว่าคงหนีความตายไม่พ้น เขาจะทำลายแกนทองคำของตัวเอง ขนาดผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติต่อให้ไม่มีทางเลือกยังเลี่ยงการทำลายแกนทองคำ เพราะกลัวว่าตัวเองจะได้รับบาดเจ็บสาหัสไปด้วย” ภายในเจดีย์บำเพ็ญทุกข์ ขณะนั้นหลิงไป๋ถือจับแก่นทองคำของหานไป๋ไว้ในมือ ขณะกำลังกระโดดโลดเต้นพร้อมกับส่งเสียงด้วยความตื่นเต้นดีใจ

“ผู้อาวุโสหานไป๋!” ในขณะเดียวกันผู้นำตระกูลหาน… หานกู่เยว่และผู้อาวุโสทุกคนต่างตะโกนออกมาด้วยความตกใจสุดขีด แม้แต่หานเหวินจวินและเซี่ยวจวินก็ยังตกใจไปด้วย มิหนำซ้ำความหวาดกลัวอย่างที่ไม่อธิบายได้พุ่งขึ้นมาในหัวใจของพวกเขา

ความนิ่งและรวดเร็วประดุจสายฟ้าฟาด เวลานี้ผู้อาวุโสขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นต้นที่มีตำแหน่งสูงส่งได้ถูกสังหารและยึดแกนทองคำของเขาไปเสียแล้ว ยิ่งกว่านั้นเขาไม่มีโอกาสตอบโต้อย่างเต็มที่ด้วยซ้ำ นึกดูสิว่าจะน่าอัปยศอดสูเพียงใด ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มตรงหน้าเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง!

ขณะเดียวกันฝ่ายถันไถจื่อเซวียนและบรรดาผู้บ่มเพาะพลังขอบเขตเคหาทองคำนับสิบคนที่ยืนขนาบข้างพากันตกตะลึง และเกือบจะคิดว่าพวกเขาจินตนาการไปเอง

เมื่อครั้งที่เฉินซีจู่โจมเพื่อทำลายพยัคฆ์เกราะเกล็ดทมิฬบริเวณช่องเขาเมฆามรกต ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วถึงความดุดันของความสามารถในการต่อสู้ของเขา ถึงกระนั้นพอได้ไปเห็นกับตาว่าเขาทำลายผู้บ่มเพาะพลังขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นต้น ในที่สุดพวกเขาจึงเริ่มกระจ่างแจ้งในความแข็งแกร่งของเฉินซีว่าหาใช่สิ่งที่พวกเขาจะจินตนาการได้แม้แต่น้อย

“ฆ่ามัน! ฆ่าไอ้เด็กชั่วเสีย!” เสียงของหานกู่เยว่ซึ่งเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ตะโกน ทันทีที่รู้สึกตัวจากภวังค์ ความโกรธเคืองอย่างรุนแรงก็ระเบิดออกมาในพริบตา ทันใดนั้นเขาผลักฝ่ามือออกไปและกลายเป็นฝ่ามือยักษ์กวาดจับกลางอากาศทันที ฝ่ามือยักษ์เหล่านี้ถูกควบแน่นขึ้นจากปราณแท้มากมายพร้อมด้วยเต๋ารู้แจ้งที่ลึกล้ำทั้งสี่สถิตอยู่รอบฝ่ามือไม่ว่าจะเป็นมหาเต๋า เต๋าอัคคีพิโรธ เต๋าวายุโหยหวนและเต๋าสังหาร

ในบรรดาเต๋าทั้งสี่ มีอยู่สามเต๋าที่เป็นเต๋ารองลงมาโดยมีลำดับดังนี้ มหาเต๋าพฤกษา มหาเต๋าอัคคี และมหาเต๋าวายุ ในขณะที่สุดท้ายคือเต๋าแห่งการสังหารซึ่งเป็นมหาเต๋าที่น่าเกรงขามยิ่ง! ที่สุดแล้วการมีชีวิต อายุ เจ็บไข้ได้ป่วย ตาย เสื่อมถอย ทำลายล้าง เข่นฆ่า…ล้วนเป็นสิ่งเดียวกันกับมหาเต๋าแห่งสวรรค์ มหาเต๋าแห่งการสังหารนี้ประจุด้วยความเข้าใจในเจตนาสังหารของสวรรค์และโลก จากนั้นจึงแปรเปลี่ยนให้เข้ากับตัวเอง โดยเน้นที่การสังหารมากเหนือสิ่งอื่นใดจึงจะจัดว่าน่าเกรงขามอย่างยิ่ง เมื่อผู้บ่มเพาะถึงขั้นสุด คนผู้นั้นจะสามารถสังหารทุกสิ่งที่ขวางหน้า รวมทั้งสามารถกวาดล้างศัตรูฝ่ายตรงข้ามได้

อย่างไรก็ตาม การฝึกมหาเต๋าแห่งการสังหารเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก เพราะความยากลำบากของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าเซียนปฐพีที่เอาชนะทัณฑ์สวรรค์ของตนเองเลย หานกู่เยว่เพิ่งตระหนักถึงความเข้าใจอย่างผิวเผินนี้โดยบังเอิญ

แต่ถึงกระนั้น ขณะที่กระตุ้นใช้งานฝ่ามือยักษ์จำนวนมากเหล่านี้ก็ดูเหมือนว่าจะครอบงำไว้โดยเทพแห่งการฆ่าอย่างแท้จริง ส่งผลให้เกิดการสำแดงเจตจำนงในการสังหารที่รุนแรง ทำให้คนบางคนถึงกับใจสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวจนเผยให้เห็นความรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง พื้นที่ว่างกลางอากาศแยกแตกออกเป็นเสี่ยง ทั้งสวรรค์และโลกเต็มไปด้วยคำที่เขียนด้วยโลหิตว่า ‘ฆ่า’ อย่างไม่สิ้นสุด กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมายังสามารถทลายสมาธิและจิตใจของฝ่ายศัตรูให้แตกกระเจิงด้วยความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

คนเช่นหานกู่เยว่สมควรแล้วที่มีฐานะเป็นผู้นำตระกูล ผู้บ่มเพาะพลังขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นสูงที่จู่โจมโดยไม่ต้องพึ่งพาสมบัติวิเศษซึ่งตนครอบครองและได้รับพลังดังกล่าวแล้ว ทำให้เขามีพลังแข็งแกร่งกว่าซูเหลิ่งแห่งตระกูลซูถึงสองเท่า!

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]