บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] นิยาย บท 185

บทที่ 185 เคียวทมิฬ

การที่มีผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำสิบคนของตระกูลถันไถเข้ามาช่วยต่อสู้ทำให้ความกดดันที่เฉินซีได้รับลดลงอย่างมากในทันที แต่เมื่อเขาตั้งใจจะเอาตัวเองออกจากวงล้อมเพื่อสังหารผู้อาวุโสขอบเขตแกนทองคำหยินหยางสามคนที่เหลืออยู่ของตระกูลหาน สถานการณ์ก็พลันเปลี่ยนไป

ผู้อาวุโสขอบเขตแกนทองคำหยินหยางทั้งสามของตระกูลหานพยายามไล่ตามเฉินซี แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เปลวไฟแห่งโทสะสุมอยู่ในใจจนพวกเขาตาแทบระเบิดนานแล้ว ตอนนี้เมื่อเห็นผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำตระกูลถันไถบุกเข้ามา พวกเขาจึงเดือดดาลในทันที และเปลี่ยนเป้าหมายไประบายเพลิงพิโรธในอกใส่ผู้บ่มเพาะเหล่านั้นแทน

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

แม้ว่าผู้อาวุโสขอบเขตแกนทองคำหยินหยางของตระกูลหานเหล่านี้จะมีพลังอยู่แค่ที่ขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นต้น แต่ผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำก็ไม่สามารถต้านทานกำลังของพวกเขาได้ ในพริบตาผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำสี่คนของตระกูลถันไถก็สิ้นชีพอย่างน่าอนาถ ด้วยการโจมตีครั้งเดียวที่โหดเหี้ยม

เหตุการณ์นี้เกินความคาดหมายของเฉินซีอย่างมาก แต่ไม่ช้าก็เข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง

ผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางเป็นร่างที่ควบแน่นแกนทองคำจากประตูแห่งชีวิตภายในร่างแล้ว ซึ่งเปรียบได้กับการได้ครองรากเหง้าแห่งสวรรค์และโลก เมื่อใครได้หยั่งรากลงในมหาเต๋า แค่ก้าวเดียวก็ต่างชั้นราวสวรรค์กับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณ หรือการฝึกฝนของพวกเขาล้วนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ เช่นเดียวกับทารกเติบโตไปเป็นชายหนุ่ม ดั่งหนอนที่โผล่ออกจากดักแด้สยายปีกกลายเป็นผีเสื้อ ความแข็งแกร่งและวิชาที่ผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางมี เป็นสิ่งที่ผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำธรรมดา ๆ ไม่อาจเข้าถึงได้ นี่คือช่องว่าง คืออุปสรรคทางธรรมชาติ ซึ่งฟันฝ่าไปได้ยากนัก!

ในทางหนึ่ง เหตุผลที่เฉินซีสามารถเอาชนะผู้อาวุโสขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นต้นของตระกูลหานได้อย่างง่ายดาย เป็นเพราะหานไป๋ประมาท แต่ที่สำคัญที่สุดเป็นเพราะพลังของเฉินซีนั้นผิดปกติเกินไป เขาเข้าใจมหาเต๋าสิบเอ็ดประเภท ได้แก่ ธาตุทั้งห้า มหาเต๋าแห่งหยิน หยาง ลม ดารา สายฟ้า และมหาเต๋าแห่งนภา และไม่มีตัวไหนเป็นเต๋ารองเลย ยิ่งไปกว่านั้น ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณเขาได้บรรลุขั้นญาณศักดิ์สิทธิ์มานานแล้ว นอกจากนี้เขายังฝึกฝนเคล็ดกระบี่หมื่นบรรจบ ซึ่งเป็นวิชาบ่มเพาะชั้นยอดในใต้หล้า และมีประสบการณ์ฝึกปรือฝีมือจากการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน ทุกอย่างที่เขาถือครองทำให้เขามีรากฐานเพื่อฝ่าขอบเขตและสังหารศัตรูได้ เขามีพลังไม่เหมือนใคร และเหนือกว่าผู้บ่มเพาะที่มีพลังอยู่ในขอบเขตเดียวกันมาก

พูดง่าย ๆ คือ การรู้แจ้งถึงเต๋า จิตวิญญาณ และพลังบ่มเพาะของเขานั้นบรรลุถึงระดับน่าเหลือเชื่อแล้ว ทั้งยังสูงกว่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางมาก

หากจะพูดถึงจุดอ่อน ก็คงเป็นคุณภาพปราณแท้ของเขากระมัง จนกว่าจะได้สัมผัสกับการฝึกปรือของปราณหยินหยางแห่งสวรรค์และปฐพี เขาก็ยังห่างชั้นกับผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ดูดซับแก่นค้างคาวมังกรโลหิตหกปีกไป มันก็ไม่ใช่จุดอ่อนอีกต่อไป เพราะแม้ว่าคุณภาพของปราณแท้เขาจะไม่ได้ดีขึ้น แต่ก็มีจำนวนมากกว่าผู้บ่มเพาะระดับขอบเขตเคหาทองคำหลายเท่า และเทียบชั้นได้กับผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางธรรมดาได้เลย

แต่การที่เฉินซีสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ ไม่ได้หมายความว่าผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำจะสามารถทำได้เช่นกัน หากเป็นในเมืองหมอกสน ความแข็งแกร่งของผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำตระกูลถันไถเหล่านั้นก็เพียงพอจะเปิดนิกายและรับสมัครสาวกอย่างกว้างขวางแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้บ่มเพาะขขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง พวกเขากลับเป็นดั่งมดพยายามโค่นพฤกษายักษ์ คืออ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการที่ถูกทำลายอย่างง่ายดายเช่นกิ่งไม้แห้งจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

ปัง!

ตอนนี้ ผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำตระกูลถันไถอีกคนหนึ่งก็ถูกสังหารทันควัน สิ้นชีพในสภาพน่าเศร้า สั่นสะเทือนขวัญกำลังใจของผู้บ่มเพาะฝั่งเฉินซีอย่างหนัก ส่วนกำลังใจฝั่งตระกูลหานกลับเพิ่มขึ้น และการโจมตีของพวกเขาก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ในเร็ว ๆ นี้ กลุ่มของเฉินซีและถันไถจื่อเซวียนจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตแน่

“ฆ่ามัน!” เฉินซีไม่ลังเล ตัดสินใจพุ่งเป้าไปยังผู้อาวุโสขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นต้นของตระกูลหานทันที ชายชราผมสีดำที่น่าสะพรึงกลัวผู้ซึ่งฆ่าผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำตระกูลถันไถไปแล้วสามคน เขาโหดเหี้ยมร้ายกาจนัก

“เด็กน้อย มาถึงจุดนี้แล้ว เจ้ายังคิดว่าเจ้าจะทำตัวดื้อด้านต่อหรือ? ตายเสียเถอะ!!” ที่ด้านหลัง น้ำเสียงเย็นยะเยือกเต็มไปด้วยจิตสังหารของหานกู่เยว่ดังขึ้นในพลัน ความรู้สึกสะพรึงน่าผวาพลันพุ่งใส่ ทำเอาผิวหลังเฉินซีรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกใบมีดคมเฉือน

“ถ้าอย่างนั้นข้าจะแสดงให้ท่านเห็นว่าข้าสามารถดื้อด้านได้เพียงไหน!” ประกายโหดเหี้ยมปรากฏขึ้นในดวงตาเฉินซี เมื่อสั่งในใจ ภูเขาขนาดมหึมาก็ปรากฏออกมาพร้อมกับเสียงดังปัง

ภูเขาลูกนี้สูงราวพันจั้ง เต็มไปด้วยพลังปราณสีม่วงล้นหลาม สามารถสร้างสนามแรงโน้มถ่วงที่ครอบคลุมพื้นที่ได้ไกลหกลี้ เมื่ออยู่ในสนามแรงโน้มถ่วง มันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าการแบกหินขนาดมหึมาไว้บนไหล่ ทำให้เกิดแรงกดดันเพิ่มขึ้นและเคลื่อนที่ได้ช้าลง ผู้ที่มีกำลังอ่อนแอกว่าจะถูกบดขยี้กลายเป็นกองเนื้อ พบกับชะตากรรมเลวร้ายทันที

มันคือมหาเทือกเขาสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นสมบัติวิเศษระดับปฐพีขั้นกลางนั่นเอง!

“หืม?” เสียงคำรามดังขึ้นจากด้านหลัง เห็นได้ชัดว่าหานกู่เยว่ตกลงไปในสนามแรงโน้มถ่วงแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เฉินซีรู้สึกว่าการโจมตีที่ลอบทำร้ายเขาจากด้านหลังก็อ่อนกำลังลงมากแล้ว

ที่เขาอยากได้ก็คือผลกระทบเช่นนี้ล่ะ เพียงไม่กี่ชั่วอึดใจ เขาก็ใช้กระบี่เจิ้นแห่งสายฟ้า ก่อนจะฟันไปที่ชายชราผมดำ

ปัง!

ดั่งเสียงฟ้าลั่นดังลงจากสวรรค์ทั้งเก้า นำพาอำนาจดั่งสายฟ้าฟาดรวดเร็ว ‘เจิ้น’ คือสายฟ้า คือแรงที่ไม่อาจต้านทานได้ รูปมากมายของมันถูกควบแน่นในพลัน เมื่อมันฟาดลงมาแล้ว จะสามารถทำลายได้ทุกอย่าง ความโหดเหี้ยมและความเร็วของมันมากพอจะจัดอยู่ในอันดับแรกของคัมภีร์กระบี่หมื่นบรรจบได้ด้วยซ้ำ

ปัง!

การเคลื่อนไหวนี้พุ่งลงมาราวกับเทพสายฟ้าเหวี่ยงค้อนอย่างดุดัน ชายชราผมดำหมายจะต้านทาน แต่ก็ถูกผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำตระกูลถันไถดึงความสนใจไว้ ทำให้ไม่เหลือช่องว่าง จึงต้องถอยหนี ทันใดนั้น ทั่วร่างก็ถูกเฉือนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนจะถูกเผาไหม้ไม่เหลือซาก เหลือไว้เพียงแกนสีทองที่ลอยหมุนอยู่กลางอากาศ เฉินซีก็คว้ามันไว้และโยนเข้าไปในเจดีย์บำเพ็ญทุกข์

“บัดซบ! คิดจะจับข้าด้วยสมบัติวิเศษระดับปฐพีขั้นกลางอย่างนั้นหรือ? ไสหัวไปเลย!!” ณ ที่ห่างไกล หานกู่เยว่ขนลุกชันด้วยความโกรธเมื่อเห็นผู้อาวุโสขอบเขตแกนทองคำหยินหยางตระกูลหานอีกคนถูกสังหาร สองแขนสั่น สมบัติวิเศษสีดำสนิท รูปร่างคล้ายเคียวปรากฏขึ้นในมือ เคียวนั่นยาวหนึ่งจั้ง ใบมีดเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเย็นยะเยือกสีดำสนิทและคมมาก พื้นผิวจารึกด้วยอักขระลึกล้ำไร้ที่สิ้นสุดซึ่งดูเหมือนยันต์ จารึก และคาถาลึกลับ มีแสงสีดำหมุนรอบตัวอาวุธ ควบแน่นเป็นอักขระ ‘杀 (สังหาร)’ นับไม่ถ้วน ทันทีที่มันปรากฏขึ้น พื้นที่โดยรอบก็พังทลายและแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เนินเขาและพืชพรรณในรัศมีร้อยลี้ราวกับถูกดูดพลังชีวิต พวกมันเหี่ยวแห้งและสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนจะปลิวปลิวหายไปในอากาศ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]