เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] นิยาย บท 2179

บทที่ 2179 พลังปฐมกาล

………………..

บทที่ 2179 พลังปฐมกาล

ท้องนภาพร่างพราวไพศาลไร้ขอบเขต

นอกจากเสวนากับบุพการีตลอดการเดินทาง เฉินซีก็มุ่งความสนใจส่วนใหญ่ไปที่เขาเทพพยากรณ์

การลาจากอย่างกะทันหันของศิษย์พี่ใหญ่อู๋เซวี่ยฉานทำให้เฉินซีสัมผัสเค้าลางผิดปกติได้อย่างฉับไว น่าเสียดายที่เต๋าสวรรค์มีการเปลี่ยนแปลงเกินคาดฝัน ทำให้ครรลองสวรรค์ปั่นป่วนไร้ระเบียบ หาไม่ การบ่มเพาะในปัจจุบันของเขาก็เพียงพอให้สืบรายละเอียดจากมันได้บ้างแล้ว

เต๋าสวรรค์แปรเปลี่ยนเกินคาดฝัน หายนะปรากฏสู่โลก และในพิบัตินี้ นิกายอำนาจเทวะก็เหมือนมัจฉาแหวกวารี กร่างกำแหงไร้ความกลัวทั่วโลก เจ้านิกายอำนาจเทวะคิดอะไรอยู่กันแน่? ทันใดนั้น เฉินซีก็นึกถึงเจ้านิกายอำนาจเทวะพลางระลึกคำสั่งเสียของดอกบัวศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลขึ้นมาได้ เจ้าต้องระวังเจ้านิกายอำนาจเทวะไว้ ทุกคนในโลกหล้าคิดว่าเจ้านิกายอำนาจเทวะเป็นเพียงสุนัขเฝ้าบ้านของเต๋าสวรรค์ แต่มีเพียงข้าที่ตระหนักดีว่าเขาน่ากลัวยิ่งกว่ายอดฝีมือผู้อื่นห่างไกล ถึงกระทั่งสิ่งที่เขาแสวง… มิใช่สิ่งที่เต๋าสวรรค์มอบให้เขาได้เลย!!

เจ้านิกายอำนาจเทวะแสวงสิ่งใดอยู่กันแน่?

เฉินซีมิอาจคิดออก แต่คลับคล้ายชอบกลว่าสิ่งใดก็ตามที่เจ้านิกายอำนาจเทวะแสวงต้องอยู่ในมาตุภูมิหมื่นวิถีอย่างแน่นอน!

เมื่อกลับถึงเขาเทพพยากรณ์ ข้าจะมุ่งหน้าต่อสู่สามภพ ขอดูหน่อยว่ามาตุภูมิหมื่นวิถีหน้าตาเป็นเช่นไร…. เฉินซีครุ่นคิดอยู่นานจึงตัดสินใจ

เขามีม้วนหยกที่อาจารย์ของเจิ้นหลิวชิง นักพรตเต๋าเซวี่ยทิ้งเอาไว้ ซึ่งระบุข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับมาตุภูมิหมื่นวิถีอยู่ภายใน

นอกจากนั้น ก่อนที่เขาจะออกจากเขาเทพพยากรณ์ไปเข้าร่วมศึกผู้พิทักษ์วิถี ศิษย์พี่ใหญ่ของเขาอู๋เซวี่ยฉานก็เคยรับปากเตรียมการให้เขากลับสู่สามภพหลังกลับมาจากภูเขาผนึกเทพ

ดังนั้นเฉินซีจึงหยุดคิดเรื่องทั้งหมดนี้ มุ่งสติไปยังกายตน มีอีกหนึ่งเรื่องสำคัญยิ่งยวดที่เขาต้องบรรลุก่อนไปถึงเขาเทพพยากรณ์!

หลังจากที่เขาบรรลุสู่ขอบเขตมหาเทพเต๋า เอกภพในกายเฉินซีได้แปรสภาพเป็นความโกลาหลอันไร้ขอบเขต ส่วนพลังศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนสถานะเป็นพลังโกลาหล

ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬยืนตระหง่านท่ามกลางความโกลาหล กิ่งใบเขียวขจี แผ่พลังโกลาหลพรั่งพรู ดูยิ่งใหญ่สูงส่งมหาศาล

นี่คือขอบเขตมหาเทพเต๋า แปรกายาสู่โกลาหล เป็นสภาวะอันเหนือคำนิยามอันไพศาลไร้ขอบเขตเป็นที่สุด

แต่เห็นได้ชัดว่าความโกลาหลในกายเฉินซีไม่เหมือนกับของมหาเทพเต๋าผู้ใด มันให้บรรยากาศเก่าแก่โบราณและคลุมเครืออย่างประหลาด ผสานเข้ากับความโกลาหลในกายอย่างไร้ที่ติ ทำให้ความโกลาหลนั้นราวสถิตในกายนับแต่ปฐมกาลมีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากมหาเทพเต๋าใด ๆ

นอกจากนั้น การผสานตราประทับแห่งแปดยุคสมัยเก่าก่อน และสืบทอดมรดกผู้ช่วงชิงทั้งแปดในยุคปัจจุบันทำให้ความแข็งแกร่ง ณ ขอบเขตมหาเทพเต๋าของเฉินซีสูงส่งไร้คู่เปรียบเกินผู้ใด

ทั้งหมดนี้เด่นชัดจากเรื่องที่เฉินซีสามารถสังหารข้ารับใช้เต๋าทั้งสิบสามด้วยตัวคนเดียวได้

แต่ท้ายที่สุด ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงการสั่งสมกำลังรูปแบบหนึ่ง ที่มาแท้จริงของการเปลี่ยนแปลงในตัวเฉินซีนั้นคือพลังแห่งลิขิตที่เขาถือครอง!

มันคือธารนทีสายยาวแห่งโชคชะตาอันสมบูรณ์ หลากจากอดีตกาลสู่อนาคต ทะลักผ่านเส้นกั้นกาลเวลา กว้างใหญ่ราวไร้ขอบเขต

เพราะเขาประจักษ์เคล็ดปริศนาแห่งลิขิตอันสมบูรณ์ เฉินซีจึงบรรลุเข้าใจหนึ่งความลับอันสูงส่งเหนือโลก มหาวิถี!

แม้เขาจะยังไม่อาจตีความปริศนาของมันได้อย่างสมบูรณ์ เฉินซีก็ตระหนักชัดว่านี่คือมหาวิถีที่เขาตามหา!

และจากตอนนั้นเอง เฉินซีจึงเข้าใจที่มาแท้จริงของแผนภาพวารีหลาก มันเกิดและบรรจุพลังปฐมกาลจากภายในแก่นแท้สสารความโกลาหลของสามภพ!

พลังปฐมกาลนั้นเป็นพลังรูปแบบหนึ่งภายในแก่นแท้สสารยามกำเนิดของสามภพ จึงเป็นที่ชัดเจนว่าแผนภาพวารีหลากเก่าแก่เพียงไร

เหตุผลที่เฉินซีสามารถประจักษ์เห็นธารนทีสายยาวแห่งโชคชะตาครบทั้งสายก่อนพัฒนาสู่ขอบเขตมหาเทพเต๋าได้นั้น ก็เกี่ยวพันแน่นแฟ้นกับแผนภาพวารีหลาก

เพราะมหาเต๋าแห่งลิขิตก็มาจากพลังปฐมกาลของสามภพเช่นกัน!

กล่าวคือ การบรรลุพลังแห่งลิขิตนั้น แท้จริงก็เหมือนสอดแนมกฎปฐมกาลความโกลาหลของสามภพ ยิ่งประจักษ์มาก ก็ยิ่งบรรลุต่อพลังฟ้าดินมหาศาลตาม นอกจากนั้นยังมีผลประโยชน์เกินหยั่งวัดในการก่อความโกลาหลในกายมหาเทพเต๋าอีกด้วย

พลังปฐมกาลเหมือนเช่นเมล็ดพันธุ์ มีเพียงการทำความเข้าใจและครอบครองมัน จึงสามารถปลูกฝังให้พลังโกลาหลในกายงอกเงย

ขณะเดียวกัน สรรพสิ่งในโลกหล้าล้วนก่อเกิดจากความโกลาหลของสามภพ ดังนั้นยิ่งบรรลุพลังปฐมกาลลึกล้ำ ยิ่งแข็งแกร่งเกินใครในโลกา

นี่คือเส้นทางการบ่มเพาะของมหาเทพเต๋า พวกเขาไขว่คว้าพลังแห่งลิขิต พินิจกฎปฐมกาลจากความโกลาหลของสามภพ ดังนั้นย่อมถือได้ว่าพวกเขายิ่งใหญ่เทียบสวรรค์

ขณะเดียวกัน แผนภาพวารีหลากคือหนึ่งอำนาจจากยามสามภพแรกกำเนิด ตัวมันจึงเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ในตัวเอง

เฉินซีได้มันมาเนิ่นนานแล้ว แต่ขอบเขตการบ่มเพาะในขณะนั้นยังไม่เพียงพอ จึงไม่อาจควบคุม และไม่เข้าใจปริศนาภายในมัน

ยามเขาบรรลุสู่ขอบเขตมหาเทพเต๋าและทำความเข้าใจลิขิตได้คราวนี้ ในที่สุดเฉินซีจึงรู้ที่มาของแผนภาพวารีหลากเสียที

แน่นอน ทั้งแผนภาพวารีหลากและพลังปฐมกาลแห่งสามภพย่อมมิใช่มหาวิถีอย่างแท้จริง

มหาวิถีคือจุดจบแห่งมหาเต๋า มันคือตัวตนสูงสุดอันอยู่เหนือกระแส บรรลุสูงสู่อีกฟากฝั่ง

ขอบเขตการบ่มเพาะเช่นนี้เป็นสิ่งที่กระทั่งมหาเทพเต๋ายังยากจะเข้าใจ อย่างน้อยที่สุด ทั่วโลกก็มีเพียงยอดราชันเกินธรรมดาเพียงหยิบมือที่สามารถเพ่งทัศน์ เหยียบย่างไปสู่มหาวิถีได้

เขามิได้รบกวนเหมิงเหมิง ทำเพียงใช้บัญชาเต๋าสวรรค์ ‘โยน’ จิตสำนึกสายหนึ่งของเขาใส่เหมิงเหมิงผู้กำลังนอนกรนดังลั่น

“หือ?” เหมิงเหมิงลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย มองไปรอบ ๆ อย่างมึนงงเล็กน้อย

หลังจากนั้น มันก็เบิกตากว้าง ตกใจจังงังเมื่อสังเกตพบหนึ่งวิชาบ่มเพาะปรากฏขึ้นในใจนางกะทันหัน จั่วหัวด้วยอักษร ‘ขอบเขตที่สามของเคล็ดวิชาสรรค์สร้างต้นกำเนิด ขอบเขตจับชะตาเก้าระดับ’

ขอบเขตจับชะตาสื่อถึงการบรรจบขอบเขตมหาเทพเต๋า

มันคือช่วงถัดไปของเคล็ดวิชาสรรค์สร้างต้นกำเนิด ต่อจากขอบเขตที่หนึ่งและสองซึ่งก็คือขอบเขตแปรผีเสื้อและขอบเขตจิตถอดคราบตามลำดับ!

เหมิงเหมิงเคยได้ยินเฉินซีกล่าวถึงขอบเขตนี้ แต่ขณะนั้นเฉินซีทำเพียงตั้งชื่อ มิได้ทิ้งวิชาฝึกฝนไว้

แต่ยามนี้ จู่ ๆ สิ่งนี้ก็ปรากฏขึ้นในใจมัน!

พริบตานั้น เหมิงเหมิงตื่นเต้นดีใจ พุ่งออกจากที่พำนักบ่มเพาะของตน เงยหน้ามองขึ้นฟ้า ค้นหาอย่างระมัดระวังอยู่เนิ่นนาน แต่สุดท้ายก็มิอาจสังเกตเห็นสิ่งใด

สิ่งนี้ทำให้หูสีขาวดุจหิมะคู่ยาวหลุบตก เกิดสีหน้าหม่นหมองขณะสายตามองค้างอย่างเลื่อนลอย

เนิ่นนานจากนั้น จู่ ๆ เหมิงเหมิงก็ตบหน้าผากตนเอง แย้มยิ้มเผยซี่ฟันหน้าขาวโพลนดุจประตูบานคู่ แล้วจึงเงยหน้ากู่ร้องยาวนานราวจะเอ่ยคำขอบคุณ

วันเดียวกันนั้น หนึ่งข่าวก็เริ่มโคจรในโลกต้นกำเนิดอย่างบ้าคลั่ง ปรมาจารย์เฉินผู้หายตัวไปเนิ่นนาน จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นและถ่ายทอดวิชาการฝึกฝนช่วงที่สามของเคล็ดวิชาสรรค์สร้างต้นกำเนิด ขอบเขตจับชะตา!

ชั่วขณะนั้น สรรพชีวิตทั่วโลกต้นกำเนิดล้วนตื้นตัน คุกเข่าโขกหัวบูชาเฉินซีด้วยความเลื่อมใสกว่าหนใด

ขณะที่จิตสำนึกของเฉินซีมาหาราชากู่เยวียน และบอกอีกฝ่ายถึงทุกสิ่งที่เขาคิดจะทำ

“เจ้าตั้งใจสร้างวัฏจักรสังสาระภายในโลกต้นกำเนิด ผสานมันเข้ากับบัญชาเต๋าสวรรค์หรือ?” ราชากู่เยวียนผงะ ไม่อาจทราบว่าเหตุใดเฉินซีจึงคิดทำเช่นนี้

“ถูกต้อง หากสวรรค์กำเนิดบรรพ์ไม่ต้องการดำเนินซ้ำรอยนภาผนึกเทพ มันก็ต้องแตกต่างไปอย่างสมบูรณ์ พลังสังสารวัฏเพียงพอให้มันทำเช่นนั้นได้” เฉินซีอธิบายอย่างเรียบเฉย

“ก็ได้!” ราชากู่เยวียนมิได้เข้าใจเรื่องทั้งหมด และเป็นการยากยิ่งที่เขาจะเข้าใจความแตกต่างระหว่างนภาผนึกเทพและสวรรค์กำเนิดบรรพ์จากประสบการณ์และความรู้ที่มี

แต่เมื่อเขาพบว่าเฉินซีทำลงไปเพื่อโลกต้นกำเนิด นั่นก็เป็นเหตุผลเดียวที่เขาต้องการ

ถึงตอนมนี้ เฉินซีก็ถอนจิตสำนึกจากแก่นโลกต้นกำเนิด แล้วส่งความลึกล้ำแห่งสังสารวัฏที่เขามีสู่แก่นโลกต้นกำเนิดอย่างเงียบงันโดยปราศจากความลังเล….

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]