บทที่ 2197.1 ลงทัณฑ์
………………..
บทที่ 2197.1 ลงทัณฑ์
ทุกสิ่งทุกอย่างหมุนย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่เฉินซีเพิ่งเข้าสู่มาตุภูมิหมื่นวิถี
นี่คือพลังแห่งสังสารวัฏ!
มันไม่เพียงแค่เปลี่ยนเวลาและสถานที่เท่านั้น แม้แต่ชะตากรรม มโนสำนึก และโชคชะตาก็เปลี่ยนไปด้วย!
ครั้นเสียงอันเยือกเย็นไร้ซึ่งอารมณ์ของเจ้านิกายอำนาจเทวะก้องกังวานไปรอบ ๆ กาย เฉินซีก็ยังคงนิ่งเฉยราวกับกำลังคิดถึงอะไรบางอย่าง
ไม่นานนัก เจ้านิกายอำนาจเทวะก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ในเวลาพร้อมกันนั้นเอง เฉินซีพูดพลางทอดมองเมฆโกลาหลที่อยู่ในระยะไกล “เจ้าไม่เข้าใจผิดหรอก นี่คือโลกที่สร้างขึ้นโดยความโกลาหลแห่งสามภพ หลังจากที่ข้าควบคุมบัญชาเต๋าสวรรค์ได้แล้ว โลกทั้งใบก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า”
ราวกับว่าคนสองคนพูดคำเดียวกันด้วยเสียงต่างกัน คนหนึ่งเย็นชา เฉยเมย เปี่ยมไปด้วยความสง่างาม ขณะที่อีกคนนั้นสงบนิ่ง เรียบเฉย ปราศจากความกังวลใด ๆ กระนั้น คำพูดของพวกเขากลับเหมือนกันทุกประการ!
“หืม?” เจ้านิกายอำนาจเทวะสัมผัสได้ทันทีว่าสถานการณ์แปลกไปเล็กน้อย เขาอดไม่ได้ที่จะพูดต่อ “หากเจ้าคิดว่ามันเป็นภาพมายา ข้าจะสร้างภัยพิบัติและลบล้างภพเซียนให้เจ้าดูก็ย่อมได้”
อย่างไรก็ตาม เฉินซีพูดคำเดียวกันนี้พร้อมกับเขา
ตอนนี้เองที่เจ้านิกายอำนาจเทวะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เขาเงียบเสียงลงไปในทันที
อีกด้านหนึ่ง เฉินซียืนเอามือไพล่หลังพร้อมกับมองเมฆโกลาหลที่ไกลออกไป “เจ้าคงจะแปลกใจมากสินะ?” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย
“แน่นอน” เจ้านิกายอำนาจเทวะตอบอย่างตรงไปตรงมา
แม้หลาย ๆ อย่างจะยังคงเหมือนเดิมกับตอนแรก หากก็ดูเหมือนมันจะถูกลบล้างไปด้วยมือที่มองไม่เห็น และทำให้ทุกอย่างกลับไปสู่อดีต
เดิมทีเจ้านิกายอำนาจเทวะนั้นเปี่ยมไปด้วยความผยองอย่างยิ่ง เขาตระเตรียมจุดจบของเฉินซีด้วยความตั้งใจและพิถีพิถันมายาวนาน ตอนนี้เพียงแค่รอให้เฉินซีเป็นฝ่ายก้าวลงไปในหลุมที่เขาขุดไว้เท่านั้น
แต่ด้วยปฏิกิริยาในตอนนี้ของอีกฝ่าย ก็ทำให้เขาสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติไป มันเหมือนกับว่าเฉินซีรู้ถึงการกระทำของเขาทุกฝีก้าว และเหมือนกับว่าความลับและแผนการทั้งหมดที่ซ่อนเอาไว้ถูกหงายหน้าไพ่ออกมาอย่างง่ายดาย
เจ้านิกายอำนาจเทวะรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง เขาตัดสินใจที่ชะลอการโจมตีเอาไว้
“นี่คือมหาวิถี” เฉินซีพูดอย่างใจเย็น เขาพร้อมที่จะคลายความสงสัยที่เจ้านิกายอำนาจเทวะมีทุกเมื่อ
คล้ายชายหนุ่มจะรู้ว่าเจ้านิกายอำนาจเทวะคงไม่เข้าใจ เขาจึงพูดต่อ “ในสายตาของเจ้า การควบคุมสังสารวัฏและพลังปฐมกาลคงจะเทียบได้กับการเป็นผู้ที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง”
“ข้าไม่แปลกใจที่เจ้าจะรู้เรื่องนี้ เพราะหากไม่รู้เจ้าก็คงจะโฉดเขลาเต็มที” เจ้านิกายอำนาจเทวะตอบอย่างไม่แยแส
เฉินซีพูดต่ออย่างไม่สนใจ “เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นั้น เจ้าจึงบรรลุเต๋าอย่างปราศจากอารมณ์ ตัดดวงจิตแห่งเต๋า สร้างแผนที่ปิดกั้นข้าจากทุกหนทาง และทำทุกวิถีทางเพื่อบังคับให้ข้ามาที่นี่”
“เจ้า…” เจ้านิกายอำนาจเทวะชะงัก เห็นทีเฉินซีคาดเดาแผนการทั้งหมดของตนได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าเฉินซีจะรู้จริง ๆ ว่าเขาได้ตัดดวงจิตแห่งเต๋าของตนออกไปแล้ว!
นี่คือความลับสุดยอดของเขา!
เฉินซีไม่แยแสต่อท่าทางของอีกฝ่าย เขายังคงพูดต่อ “และเจ้าก็เห็นว่า ข้าผู้ซึ่งครอบครองแผนภาพวารีหลากที่สมบูรณ์เป็นเหมือนหินปูทางให้เจ้าได้เหยียบย่าง เพื่อที่จะบรรลุจุดประสงค์ เจ้าเพียงแค่ต้องทำลายดวงจิตแห่งเต๋าของข้า และช่วงชิงแผนภาพวารีหลากไป”
บัดนี้ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากปากของเจ้านิกายอำนาจเทวะ เขาเหมือนเงาที่ถูกแสงอาทิตย์ส่องจ้า ไม่มีสิ่งใดจะหลีกหนีจากแสงสว่างนั้นได้ ความลับทั้งหมดที่มีอยู่ในกำมือของเฉินซีหมดแล้ว ความรู้สึกดังกล่าวทำให้เขาอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ในใจเต็มไปด้วยความตกใจระคนชิงชัง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาคิดถึงแผนการที่วางไว้ เขาก็เลือกที่จะหยุดความสงสัยของตนไว้ก่อน “เจ้าพูดถูก แต่แล้วอย่างไรเล่า สุดท้ายเจ้าก็เดินมาตามทางที่ข้าปูไว้อยู่ดี”
เฉินซีพยักหน้า “พูดตามตรง แผนของเจ้านั้นสำเร็จแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฆ่าอาจารย์ของข้า ฝูซี และกำจัดผู้อาวุโสหนี่หวา ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ายังเติมเชื้อไฟด้วยการสังหารต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬ จักรพรรดิยมโลกที่หนึ่ง จักรพรรดิยมโลกที่สอง และคนอื่น ๆ อีกมากมายต่อหน้าข้า”
เสียงที่สงบราวกับผืนน้ำของเฉินซีดังก้องไปทั่วมาตุภูมิหมื่นวิถีที่เคว้งคว้างกว้างใหญ่
อย่างไรก็ดี เจ้านิกายอำนาจเทวะอดขมวดคิ้วไม่ได้ เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว นี่เฉินซีพูดเรื่องไร้สาระอันใดกัน? ข้าอยู่เฉย ๆ มาตลอด แล้วจะไปทำอย่างที่อีกฝ่ายว่ามาตอนไหนกัน?
เฉินซีฆ่าฝูซีกับหนี่หวาตอนไหนกัน นี่มันไร้สาระทั้งเพ!
อย่างไรก็ตาม ท่าทางสงบนิ่งของเฉินซีก็ทำให้เขารู้สึกเสียการควบคุม
“หลังจากนั้น เจ้าก็ยึดแผนภาพวารีหลากของข้าไป และควบคุมพลังปฐมกาลได้ในที่สุด และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าเหตุใดข้าจึงสามารถเข้าใจมหาวิถีของตนได้อย่างแท้จริง” เฉินซีหาได้พยายามสร้างความขุ่นเคืองให้อีกฝ่าย เพียงแต่อธิบายข้อเท็จจริงให้รู้เท่านั้น
ฉับพลัน หัวใจของเจ้านิกายอำนาจเทวะก็ตกสู่ความรู้สึกอันซับซ้อน
แม้ว่าเขาจะตัดดวงจิตแห่งเต๋าออกไป แต่เขาก็ยังคงมีสติปัญญา สัญชาตญาณของเขาบอกว่าให้ขัดจังหวะเฉินซี และก่นแช่งในความเพ้อเจ้อของอีกฝ่าย!
แต่ถึงอย่างนั้น ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุใด จิตใจของเขาบอกว่าเฉินซีไม่ได้โกหก….
เขาสวมอาภรณ์ยาวสีดำ ท่าทางผ่าเผยนั้นกำลังยืนเอามือไพล่หลังต่อหน้าเมฆโกลาหล รัศมีอันสง่างามแผ่ไพศาล ผิดกับความเยือกเย็นที่รุนแรงถึงขั้นสะพรึงกลัว
“เจ้าพยายามจะพูดอะไรอยู่กันแน่?” เขาพูดเน้นคำต่อคำด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาต
“นี่เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ? เจ้าแพ้ตั้งแต่ที่ข้าหยั่งรู้มหาวิถีของตนแล้ว” เฉินซีพูดอย่างไม่จริงจังนัก
“แพ้รึ?” เจ้านิกายอำนาจเทวะแผดเสียงหัวเราะอย่างไร้อารมณ์ “น่าขัน เจ้าคิดว่าตัวเองจะสามารถพลิกสถานการณ์และหลบหนีจากหลุมพรางที่ข้าได้ขุดไว้ด้วยเรื่องไร้สาระปลอม ๆ เหล่านั้นน่ะหรือ?”
เฉินซีไม่ตอบโต้ เขาทำเพียงสะบัดปลายนิ้ว ฉับพลัน ม่านแสงหนึ่งก็ปรากฏขึ้น เหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายถูกฉายให้เจ้านิกายอำนาจเทวะได้เห็นอย่างเต็มตา
มันเล่าทุกอย่างที่เฉินซีประสบหลังจากเข้ามาในมาตุภูมิหมื่นวิถีเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเขาถูกบังคับให้เข้าไปในเมฆโกลาหล ก่อนที่มันจะฉายให้เห็นว่าเขาฆ่าฝูซีกับหนี่หวา และต้องทนมองดูต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬ จักรพรรดิยมโลกที่หนึ่ง จักรพรรดิยมโลกที่สอง และคนอื่น ๆ อีกมากมายถูกกำจัด…
หลังจากนั้น มันก็ฉายภาพเจ้านิกายอำนาจเทวะที่กำลังใช้ภพเซียนมาข่มขู่เฉินซีให้มอบแผนภาพวารีหลากที่สมบูรณ์ให้ ก่อนจะล้มลงและหมดลมหายใจไป
ในคราแรก เจ้านิกายอำนาจเทวะไม่ได้แยแสต่อเรื่องนี้ เขารู้สึกว่าเฉินซีเพียงแต่ใช้กลบางอย่างเพื่อสร้างภาพลวง ดังนั้นแม้ว่าพวกมันจะดูเหมือนของจริง หากก็เป็นเพียงของปลอมเท่านั้น
กระนั้นทันทีที่เขาเห็นว่าตนสามารถครอบครองแผนภาพวารีหลากที่สมบูรณ์ และควบคุมพลังปฐมกาลไว้ได้ ก่อนจะกลายเป็นผู้ที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง ความประหลาดใจพลันแฝงอยู่ในดวงตา
ไม่นานนัก เขาก็กำจัดความคิดที่กวนใจทั้งหลายทิ้งไป ก่อนจะเลื่อนสายตาลงยังเฉินซีและพูดอย่างไม่แยแส “เป็นการแสดงที่น่าสนใจ นั่นน่ะหรือคือสิ่งที่เจ้าเตรียมมาเพื่อเอาชนะข้า?”
เฉินซีดูเหมือนจะไม่รู้สึกประหลาดใจกับปฏิกิริยานี้ “เหตุผลที่ข้าให้เจ้าดูก็เพื่อให้เจ้ายิ่งเจ็บหลังจากที่ต้องเผชิญกับความล้มเหลวอีกครั้ง”
เจ้านิกายอำนาจเทวะแค่นเยือกเย็น “สหายเต๋าเอ๋ย ข้าไม่อยากจะเสียเวลากับเจ้าแล้ว” ขณะที่พูด เขาก็ชี้ไปที่เมฆโกลาหลที่อยู่ข้างหลัง “อาจารย์เจ้าและคนอื่น ๆ ติดอยู่ในนั้น ไม่ว่าเจ้าจะพยายามแค่ไหน เจ้าก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกเขาได้ แน่ล่ะ เจ้าคงไม่เชื่อข้า เช่นนั้นใยไม่ลองเข้าไปก่อนเสียเล่า?”
“ไม่จำเป็น” เฉินซีสะบัดแขนเสื้อ จากนั้นเมฆโกลาหลก็หายไปราวกับถูกกระแสลมล่องหนพัดพาย
ทันทีที่เมฆโกลาหลหายไป เขาก็สังเกตเห็นได้ทันทีว่าการความสามารถในการควบคุมบัญชาเต๋าสวรรค์ของตนก็หายไปเช่นกัน!
บัญชาเต๋าสวรรค์ซึ่งเป็นของนภาผนึกเทพที่ครอบคลุมทั้งสามภพ แดนเทพโบราณ และจักรวาลทั้งหลายไม่ได้เป็นของเขาอีกต่อไป!
จะให้เขายอมรับสิ่งนี้ได้อย่างไร?
สิ่งเหล่านั้นคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาสามารถรักษาสถานะของตน และสร้างกับดักแห่งความตายให้กับเฉินซีขึ้นมาได้ หากเขาสูญเสียสิ่งนี้ไป ก็ไม่ต่างอะไรจากเสือที่ไร้เขี้ยวเล็บ!
บัดนี้เจ้านิกายอำนาจเทวะตกอยู่ในความตื่นตระหนก เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
และนั่นเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เขาเห็นถึงรอยร้าวปรากฏขึ้นบนมหาเต๋าไร้ความรู้สึก อารมณ์ที่ผันผวนของเขาก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
มันเป็นความรู้สึกที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่ปรากฏบนม่านแสงยิ่งนัก…
ทันใดนั้น หัวใจของเขาสั่นสะท้าน แก่นโลหิตทั่วร่างกายไหลเวียนกลับทิศทาง ไม่อาจหักห้ามเลือดที่จุกอยู่ในอกไม่ให้กระอักออกมาได้อีกต่อไป
“ได้อย่างไร… เจ้าทำทั้งหมดนี้ได้อย่างไร?” เจ้านิกายอำนาจเทวะหายใจหอบถี่ เลือดที่สูบฉีดรุนแรงทำให้เขาแทบจะเป็นบ้าเสียให้ได้
“นี่คือวิถีของข้า” เฉินซีพูดอย่างไม่ยี่หระ “สำหรับเจ้า มาตุภูมิหมื่นวิถีคือจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด เป็นที่ที่ความโกลาหลในสามภพก่อกำเนิดขึ้น และเป็นที่มาของเต๋าในโลก แต่ในความคิดข้าแล้ว สถานที่แห่งนี้… ไม่ใช่จุดสิ้นสุดแห่งเต๋า!”
ผู้ฟังรู้สึกงุนงง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจัดการความคิดของตนไม่ได้ ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเฉินซีกำลังหมายถึงอะไร
“เจ้าตัดดวงจิตแห่งเต๋าของตัวเองออก ในโลกนี้จึงไม่มีใครเอาชนะเจ้าได้ แต่ตั้งแต่ที่ครอบครองแผนภาพวารีหลากที่สมบูรณ์ เจ้าก็ได้รับดวงจิตแห่งเต๋าใหม่ทางอ้อม ทั้งมาตุภูมิหมื่นวิถีและโลกต่าง ๆ ล้วนกลายเป็นดวงจิตแห่งเต๋าของเจ้า” เฉินซีพูดอย่างใจเย็น “ตอนนั้นเอง ดวงจิตแห่งเต๋าก็กลายเป็นเหมือนเปลือกที่ห่อหุ้มเจ้าเอาไว้ ทำให้เจ้าสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้เท่านั้น ไม่อาจมองไปไกลกว่ามาตุภูมิหมื่นวิถีได้”
เจ้านิกายอำนาจเทวะตกตะลึง “สามภพและแดนเทพโบราณไม่ได้อยู่นอกเหนือจากมาตุภูมิหมื่นวิถีหรอกหรือ?”
เฉินซีส่ายหน้า “ข้าถามเจ้า มาตุภูมิหมื่นวิถีเกิดมาได้อย่างไร? พลังปฐมกาลเกิดขึ้นได้อย่างไร?”
คำพูดเหล่านี้คล้ายเสียงฟ้าร้องที่สั่นคลอนจิตใจเจ้านิกายอำนาจเทวะจนวิญญาณแทบดับสลาย
การเริ่มต้น! เดิมข้าคิดว่าพลังปฐมกาลเป็นแหล่งกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง ไหนเลยจะจินตนาการได้ว่ายังมีอีกโลกหนึ่งที่อยู่นอกเหนือจากมาตุภูมิหมื่นวิถี…
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
ทำไมตอนที่ 1631-1637 อ่านไม่ได้ครับ...
อยากซื้อหนังสือเรื่องนี้จบรึยังมีขายรึยัง ราคาเท่าไหร่...
กำลังสนุกเลยจ้า1407...
1...
รออ่าน1296...
รออ่าน1184จ้า...
ตอนที่1111รออ่านยุ...
ตอน1109รออ่านยุ...
กำลังมันเลยครับ...
กำลังมันเลยครับ...