บทส่งท้าย 3.3 บุตรชายตระกูลเฉิน
………………..
บทส่งท้าย 3.3 บุตรชายตระกูลเฉิน
จ้าวอวิ๋นซงไม่คิดเลยว่าเหวินเหรินเลี่ยจะเล่นงานเฉินผูที่งานใหญ่เช่นนี้ ในใจจึงรู้สึกเป็นห่วงเฉินผูอยู่บ้าง
ทว่าพริบตาเดียวหลังจากได้ยินเสียงร้องลั่นขึ้นมา ถังเป่าเอ๋อร์ก็มายืนอยู่ด้านหน้าเฉินผู คว้าข้อมือเหวินเหรินเลี่ยไว้ ส่วนคนที่ร้องเสียงลั่นก็คือเหวินเหรินเลี่ย ตัวงองุ้มจนแทบจะลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นแล้ว
ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาของเขาบิดเบี้ยว ดูโหดร้ายเพราะความเจ็บปวดที่รุมเร้า แขนข้างหนึ่งหักผิดรูป ขณะที่ทั้งร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง เขาไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับเขยื้อนกาย
การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น แต่กลับจบลงด้วยความดุดันไปแล้ว ทำให้ใจคนรอบข้างถึงกับสั่นสะท้าน
หลายคนร้องตกใจขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
เสียงโห่ร้องส่วนใหญ่มาจากผู้ที่รู้จักตัวตนของเหวินเหรินเลี่ย ทุกคนล้วนรู้ว่าเขาเพิ่งผ่านการทดสอบเข้ามาเป็นศิษย์ใหม่ที่โดดเด่นในสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า เป็นอัจฉริยะและบุคคลที่มีชื่อแม้แต่ในหมู่สหายร่วมรุ่นเดียวกันก็ตาม
เช่นนี้แล้ว พอเห็นเหวินเหรินเลี่ยออกท่าโจมตีแล้วถูกยับยั้งไว้ได้ทันทีเช่นนี้จึงตกใจขึ้นมา
จ้าวอวิ๋นซงเองก็รู้ว่าถังเป่าเอ๋อร์เป็นหนึ่งในศิษย์ใหม่สำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าเหมือนกับเหวินเหรินเลี่ย ทว่าไม่เคยคิดเลยว่าเหวินเหรินเลี่ยที่นับเป็นยอดฝีมือในหมู่ศิษย์ใหม่จะไม่สามารถรับมือกระบวนท่าเดียวจากถังเป่าเอ๋อร์ได้!
จึงทำให้จ้าวอวิ๋นซงเข้าใจว่าทุกคนให้ความสนใจต่อรูปลักษณ์ภายนอกของถังเป่าเอ๋อร์มากเกินไป ไม่ได้สนใจหรือเข้าใจความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนางเลย….
คิดได้แล้ว ในใจจ้าวอวิ๋นซงก็เกิดความรู้สึกซับซ้อน ถังเป่าเอ๋อร์ตามเฉินผูมาตลอดเหมือนเป็นหญิงรับใช้ แต่แท้จริงแล้วน่าจะเป็นองครักษ์เสียมากกว่า
ยอดฝีมือหน้าตางดงามเช่นน้ำเป็นองครักษ์อย่างนั้นหรือ?
จ้าวอวิ๋นซงพูดไม่ออกเลยทีเดียว
ในขณะเดียวกันนั้น ถังเป่าเอ๋อร์ก็สงสัยตายเยือกเย็นมองเหวินเหรินเลี่ยแล้วสะบัดมือ เหวินเหรินเลี่ยพลันร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนเซถอยไปด้านหลัง พอหันมามองถังเป่าเอ๋อร์อีกที ใบหน้าก็เผยแววโกรธ ความเกลียด ความอับอาย และความไม่อยากเชื่อผสมปนเปกันไป ในใจคิดอะไรไม่ออกอีก
เพราะสตรีที่เหวินเหรินเลี่ยชื่นชอบกลับโจมตีเขาเพื่อบุรุษคนอื่น!
ที่น่าอับอายที่สุดก็คือปะทะกันกระบวนท่าเดียวเขาก็พ่ายแพ้เสียแล้ว!
นับเป็นความขายหน้าครั้งใหญ่ของเหวินเหรินเลี่ย
“หากโจมตีอีก เจ้าไม่รอดแน่ ข้าเป็นคนรักษาคำพูด” ถังเป่าเอ๋อร์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ชุดขาวนางพลิ้วไหวตามสายลม แลดูวิเศษเหนือใต้หล้าราวกับเป็นนางฟ้านางสวรรค์ ใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติและประณีตปกคลุมด้วยท่าทีเย็นชาหยิ่งยโส
ไม่รู้ทำไม คำพูดของนางจึงทำให้ใจหลายคนเย็นวูบ เหมือนกับว่านางสามารถทำตามที่พูดได้จริง ๆ
จ้าวอวิ๋นซงเองก็อ้าปากค้าง
เพราะอย่างไรพวกเขาก็อยู่กันต่อหน้าตระกูลเซวียนหยวน งานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันเกิดครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น มีแขกฐานะสูงจากสามภพมากมายรวมตัวกันอยู่ที่นี่ แต่ถังเป่าเอ๋อร์กลับกล้าขู่สังหารเหวินเหรินเลี่ยเช่นนี้ ไม่มีใครนึกถึงว่านางจะกล้า!
ดูท่าฝีมือต่อสู้เหวินเหรินเลี่ยจะด้อยกว่าถังเป่าเอ๋อร์ แต่เขาก็เป็นทายาทสายตรงตระกูลเหวินเหริน และตระกูลเหวินเหรินก็เป็นตระกูลชั้นสูงในภพเซียน
จ้าวอวิ๋นซงสงสัยว่า นางกล้าพูดเช่นนั้นเพื่อเฉินผูเลยหรือ? ไม่กลัวจะถูกตระกูลเหวินเหรินล้างแค้นเอาหรือไง?
เฉินผูเพิ่งจะหันกลับมาแล้วยิ้มแห้งให้ “ข้าไม่ได้อยากก่อเรื่องเลยนะ ดูท่า… สุดท้ายก็คงเลี่ยงไม่ได้”
ถังเป่าเอ๋อร์ก้มหน้าลงเม้มปาก “คุณชายสี่ ข้ามีหน้าที่ปกป้องคุณชาย หากข้าทำอะไรผิดพลาดไปขอคุณชายโปรดลงโทษ”
เฉินผูได้แต่หัวเราะ “ข้าไม่ได้จะโทษเจ้าอยู่แล้ว ไปเถอะ”
ตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งสองก็ไม่ได้สนใจเหวินเหรินเลี่ยเลย
ผู้ชมรอบข้างล้วนแต่เห็นความจริงข้อนี้ เมื่อมั่นใจแล้วว่าสาวงามสุขุมนุ่มลึกแท้จริงแล้วเป็นข้ารับใช้ของชายหนุ่ม สายตาของใครหลายคนก็เปลี่ยนผันไป
ในเมื่อเขามาตระกูลเซวียนหยวน แถมยังพกข้ารับใช้สาวงามมาด้วยได้ เขาเองก็คงไม่ธรรมดาเช่นกัน
ทว่าก็เกิดเรื่องขึ้นตอนเฉินผูกับถังเป่าเอ๋อร์กำลังจะจากไปอีกครั้ง
กลายเป็นว่าเรื่องเอะอะโวยวายจนทำให้ใครหลายคนตื่นตกใจ และด้วยฐานะของเหวินเหรินเลี่ย ไม่นานก็มีหลายคนเดินเข้ามาด้วยท่าทีคู่ขวัญ
คนกลุ่มนี้นำมาโดยชายมีหนวดสามช่อท่าทางภูมิฐาน ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทีองอาจ สายตาดุดันราวกับสายฟ้าฟาด
พวกเขาเดินเข้ามาภายในโถงต้อนรับ เห็นได้ชัดว่าตัวตนไม่ธรรมดา อย่างน้อย ๆ ก็ได้รับคำเชิญจากตระกูลเซวียนหยวน ก็ต้องเป็นยอดฝีมือที่มีคุณสมบัติมากพอที่จะเข้าร่วมงานนี้ได้แล้ว
“เป็นไปอย่างที่คิด เหวินเหรินชงหลินก็อยู่ด้วย” หลายคนบริเวณนั้นจำชายหนุ่มได้ เขาเป็นน้องชายของเจ้าตระกูลเหวินเหรินคนปัจจุบันและเป็นราชันเซียนครึ่งขั้น เหวินเหรินชงหลิน!
นอกจากนั้นแล้ว คนอื่น ๆ ด้านหลังเหวินเหรินชงหลินก็มีกลิ่นอายที่ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย
สีหน้าของใครหลายคนเปลี่ยนไปเมื่อเห็นคนกลุ่มนี้ เผยแววให้ความเคารพนับถือออกมา….
จงหลีเจินเป็นผู้อาวุโสตระกูลจงหลี เจี้ยงไท่จงเป็นผู้อาวุโสตระกูลเจี้ยง ฮวนซื่อจื่อเป็นอาจารย์สายในสำนักศึกษานภาไพศาล….
ล้วนเป็นยอดฝีมือทรงอำนาจในสามภพ!
เหวินเหรินชงหลินกำลังพูดคุยกับสหายสนิทตอนที่ได้ยินว่าเกิดเรื่องขึ้นข้างนอก เขาจึงรีบเดินทางออกมา
ในฐานะที่เป็นสหายเหวินเหรินชงหลิน ไม่รู้ว่าด้วยหวังดีหรือด้วยสงสัย ทั้งหมดจึงติดตามเขาออกมาด้วย
พริบตาเดียว พื้นที่ด้านนอกโถงต้อนรับก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายดุดันของเหล่ายอดฝีมือแล้ว
ไม่ว่าใครที่มองสถานการณ์ออกก็คงรู้ว่าเฉินผูกับถังเป่าเอ๋อร์คงรอดตัวไปได้ยากแล้ว….
เฉินผูที่ดูไร้พิษภัยอะไรมาตลอด และคอยส่งยิ้มอบอุ่นให้ ตอนนี้กลับมุ่นคิ้วเมื่อเห็นเหตุการณ์ แต่ก็ยังไม่พูดอะไร
เท่าที่เขารู้ วันนี้เป็นงานวันเกิดเซวียนหยวนพัวจวิน พวกเขาไม่กล้าก่อเรื่องแน่ หากสามารถอธิบายเหตุผลแล้วรับมือกับเรื่องได้อย่างสันติก็ไม่น่ามีอะไร ไม่จำเป็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่
ถังเป่าเอ๋อร์ยืนอยู่ข้างกายเขา แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่นัยน์ตากระจ่างเผยแววเยือกเย็น
“บรรพจารย์ลุง!” พอเห็นเหวินเหรินชงหลินมา เหวินเหรินเลี่ยที่กำลังอับอาย โกรธเกรี้ยว แล้วหวาดกลัวก็อ้าปากร้องเหมือนเห็นคนช่วยชีวิต ร้องขึ้นมาด้วยเสียงน่าสงสารทันใด
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันแน่?” เหวินเหรินชงหลินหน้าคว่ำ นัยน์ตาเกิดแววโกรธขึ้นมาเมื่อเห็นแขนที่บิดเบี้ยวของเหวินเหรินเลี่ย มีใครกล้ามาทำร้ายคนตระกูลเหวินเหรินระหว่างงานวันเกิดของตระกูลเซวียนหยวนเชียวหรือ!?
รนหาที่ตายเสียแล้ว!
“เอ่อ….” เหวินเหรินเลี่ยเคลื่อนสายตามองถังเป่าเอ๋อร์ อดรู้สึกทั้งเกลียดทั้งอายไม่ได้เมื่อคิดว่าหญิงสาวที่ตนเคยหลงใหลกลับเป็นฝ่ายโจมตีเขา
“เป็นเจ้านั่น! ไอ้นั่น!” เหวินเหรินเลี่ยพลันชี้ไปทางเฉินผู พูดไปก็แยกเขี้ยวไป เขาไม่ได้อธิบายเหตุผลอะไร แต่ที่จริงก็ไม่จำเป็นอยู่แล้ว เพราะแค่ชี้เป้าให้บรรพจารย์ลุงก็เป็นพอ
ส่วนทำไมถึงไม่ชี้ถังเป่าเอ๋อร์ นั่นก็ไม่ได้ยากอะไร ถึงเขาจะโกรธจะอับอายแค่ไหน แต่ก็ยังอยากเอาชนะใจสตรีอยู่ดี
ทว่ามันไม่ใช่ความชื่นชมหรือความอยากปกป้องเหมือนแต่ก่อน เขามองถังเป่าเอ๋อร์เป็นเหมือนนางม้าป่าที่เขาอยากจับให้เชื่อง เหยียบย่ำ และย่ำยีศักดิ์ศรี ให้นางกรีดเสียงร้องพึงใจออกมาใต้ร่าง
“ทว่าเจ้าหนุ่มโชคดีนะที่เป็นพี่ชงหลิน หากเป็นข้า ข้าคงลงโทษด้วยการทำลายพลังบ่มเพาะเขาไปแล้ว”
“ใช่แล้ว พี่ชงหลินใจกว้างน่าชื่นชมยิ่ง”
ทุกคนพูดไปยิ้มไป พูดราวกับว่าเป็นบทลงโทษที่เบาสำหรับเฉินผูแล้ว ดูแล้วพวกเขาคงจะมองบทลงโทษนี้เป็นความใจกว้างจริง
“บรรพจารย์ลุง!” เหวินเหรินเลี่ยยังไม่พอใจ แค่แขนเองหรือ? จะปล่อยมันไปง่ายๆเช่นนั้นได้อย่างไร!? เท่าที่เขารู้ ตนเองก็เสียหน้าไปมาก ถึงจะสังหารเฉินผูทิ้งก็คงดับความแค้นในใจลงไม่ได้
“เท่านั้นก็พอแล้ว ที่นี่เป็นเขตตระกูลเซวียนหยวน ตระกูลเหวินเหรินเรามาเป็นแขก ทำอะไรก็ต้องเกรงใจเจ้าของที่เขาด้วย” เหวินเหรินชงหลินโบกมือกล่าว ทำทีเป็นใจกว้าง เหมือนกับว่าที่ยอมลงก็เพราะเกรงใจตระกูลเซวียนหยวน
เหวินเหรินเลี่ยได้ยินก็ได้แต่ถอดใจ แต่สายตาก็มองเฉินผู เหมือนกับจะบอกว่าถึงอีกฝ่ายขอโทษก็คงไม่จบหรอกนะ!
จ้าวอวิ๋นซงได้แต่ถอนหายใจ ถังเป่าเอ๋อร์โจมตีเขาแท้ๆทำไมไปโทษเฉินผูกันหมด? แต่หลังจากนั้นเขาก็นึกได้ว่าเฉินผูเองก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรมาตั้งแต่ต้นด้วย
เลยคิดได้ว่าไม่ว่าจะโทษถังเป่าเอ๋อร์หรือเฉินผูก็คงไม่ต่างกันนัก
แต่วิธีการจัดการของตระกูลเหวินเหริน…. มันกดดันเกินไปจริง ๆ ตระกูลใหญ่เขาทำกันแบบนี้หรือ?
“หักแขนตนเองแล้วยังต้องขอโทษอีก แล้วถ้าไม่จริงใจพอก็ต้องโดนมากกว่านี้….” เฉินผูทวนคำ สุดท้ายเขาก็ยกมือขึ้นแล้วคลี่ยิ้มกว้าง แต่ไม่ใช่ยิ้มจริงใจ
ไม่รู้ทำไม ใจเหวินเหรินชงหลินจึงรู้สึกถึงลางไม่ดีบางอย่างเมื่อเห็นใบหน้าเฉินผูเช่นนั้น แต่เขาก็เดาไม่ออก
พร้อมกันนั้น ยอดฝีมือแห่งสามภพคนอื่นๆก็เห็นเหตุการณ์นี้เช่นกัน รู้สึกว่าการกระทำของชายหนุ่มดูไม่ปกติ
“เฉินผู! เหตุใดจึงไม่คุกเข่าขอโทษเล่า? บรรพจารย์ลุงของข้าก็ใจกว้างกับเจ้ามากพอแล้วนะ! หรือว่าเจ้าจะยังหัวดื้อไม่หยุดแบบนี้?” เหวินเหรินเลี่ยเอ่ยว่าเฉินผูขึ้นเสียงขรึม เห็นได้ชัดว่าอยากใช้จังหวะนี้สุมไฟให้เฉินผูมีเรื่องกับและคนอื่นๆ หากทำให้เป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาได้ บทลงโทษเฉินผูก็คงจะหนักขึ้น อาจจะถึงขั้นทำลายพลังบ่มเพาะเลยก็ได้
ในฐานะทายาทสายตรงของตระกูลใหญ่ เขาย่อมรู้ว่าแม้ยอดฝีมือเหล่านี้จะห่วงหน้าตาเวลาต้องรับมือกับผู้น้อย แต่หากโกรธขึ้นมา ไม่ต้องกล่าวถึงเฉินผูเลย ถึงจะมีคนมากกว่านี้ แต่เหล่ายอดฝีมือทั้งหลายก็คงกำจัดศัตรูทิ้งเสียตรงนี้เลยด้วยซ้ำ!
“ช่างเถอะ ว่าจะไว้หน้าให้พวกเจ้า ไม่สร้างปัญหาในงานวันเกิดคนอื่นเขาแล้วนะ แต่ในเมื่อพวกเจ้าไม่คิดอะไร ข้าก็คงไม่ต้องคิดกระมัง?” ตอนนี้เองที่เฉินผูเหมือนตัดสินใจได้แล้วโบกมือ
การโบกมือแบบนี้อาจมองเป็นการโบกมือทักทายสหายหรือโบกมือลาก็ได้
แต่ในบางสถานการณ์ การโบกมือเช่นนี้หมายความว่าเป็นการออกคำสั่ง
เช่นในตอนนี้
เหวินเหรินชงหลินและคนอื่น ๆ คิดว่าเฉินผูคิดลองสู้จนตัวตาย
แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเฉินผูไม่ได้คิดจะสู้เอาชีวิตเข้าแลกแต่อย่างไร เพียงแต่โบกมือเท่านั้น
เช่นนี้แล้วการโบกมือเมื่อครู่จึงดูไม่ปกติ ยิ่งชายหนุ่มตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบเป็นอย่างยิ่งเช่นนี้ ถึงขั้นที่ว่ามันออกจะดู… น่าพิศวงไปเลยด้วยซ้ำ!
เจ้านี่คิดจะทำอะไรกันแน่? สั่งให้สาวงามข้างกายสู้กับคนพวกนั้นจนตายไปข้างนั้นหรือ?
หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่ขี้ขลาดไปหน่อยหรือไง? เป็นบุรุษแท้ ๆ แต่กลับสั่งให้สตรีไปสู้แทนตนหรือ? มีแต่พวกขี้ขลาดเท่านั้นแหละที่จะทำเช่นนี้!
ไม่ใช่แค่เพียงเหวินเหรินชงหลินและพวกเท่านั้นที่พิศวง คนอื่นๆที่กำลังชมอยู่รอบข้างก็ประหลาดใจเช่นกัน
เป็นจังหวะนั้นเองที่ได้ยินเสียงหัวเราะแหบแห้งดังก้องมา “คุณชายสี่ ข้าบอกแล้วว่าตาแก่พวกนี้มันสมควรโดนอัดให้เละสักที เอาเหตุผลไปพูดคุยด้วยไม่ได้หรอก ในเมื่อตาแก่เซวียนหยวนพัวจวินเอาแต่มุดหัวรอชมความสนุก เช่นนั้นข้าก็จะแสดงให้เขาดู ถือเสียว่าเป็นของขวัญวันเกิดแบบใหม่ก็แล้วกัน!”
น้ำเสียงองอาจดังลั่นราวกับอสนีบาตซัดลงจากฟ้า ก้องกังวานออกรอบทิศจนแสบแก้วหู
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
ทำไมตอนที่ 1631-1637 อ่านไม่ได้ครับ...
อยากซื้อหนังสือเรื่องนี้จบรึยังมีขายรึยัง ราคาเท่าไหร่...
กำลังสนุกเลยจ้า1407...
1...
รออ่าน1296...
รออ่าน1184จ้า...
ตอนที่1111รออ่านยุ...
ตอน1109รออ่านยุ...
กำลังมันเลยครับ...
กำลังมันเลยครับ...