บทส่งท้าย 4.3 วิวาห์ตระการ
………………..
บทส่งท้าย 4.3 วิวาห์ตระการ
ณ สำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า
ท้องฟ้าสีครามแต่งแต้มไปด้วยเมฆามงคลและแสงสีกุหลาบ แสงศักดิ์สิทธิ์อันงดงามส่องลงมาจากเบื้องบนราวกับน้ำตกที่พร่างพรมทั่วทั้งปฐพี
เสียงกัมปนาทของเต๋ากึกก้องราวกับเสียงคลื่นซัดสาด มันเหมือนกับเสียงร้องของวิหคเพลิงที่คลอเคล้ากับเสียงระฆังยามเช้า ล่องลอยไปทั่วสากลโลกพร้อมกลิ่นอายแห่งความสุข
แสงแวววาวของเต๋าที่เรื่อเรืองอาบท้องฟ้าเหนือสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าสะท้อนภายใต้นัยน์ตาของผู้คน
บรรดาผู้คนในเมืองเซียนสัประยุทธ์พลันตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์เบื้องหน้า หัวใจของผู้บ่มเพาะทั้งหลายสั่นไหวด้วยยำเกรง ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ สำหรับพวกเขาแล้ว มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!
เมื่อทุกสิ่งมาบรรจบกัน พวกมันก็สร้างฉากที่ตระการตาและยิ่งใหญ่อย่างไม่มีใครเทียบได้
เกิดอะไรขึ้นในสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋ากันแน่?
เหล่าผู้บ่มเพาะแห่งเมืองเซียนสัประยุทธ์ต่างงุนงง เนื่องจากเจ้าสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า ชิวเสวียนซู ได้สั่งห้ามไม่ให้ใครก็ตามออกมาจากสำนักศึกษา จึงไม่มีใครได้ล่วงรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายใน
คำสั่งที่ผิดปกติดังกล่าวทำให้ผู้บ่มเพาะในเมืองเซียนสัประยุทธ์คิดไปว่าสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าอาจจะกำลังเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่คาดคิดบางอย่าง
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาได้เห็นฉากที่ตระการตาเกินเทียบเทียมในวันนี้ พวกเขาทั้งหมดก็รู้แจ้งทันทีว่าสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าหาได้เผชิญกับเหตุการณ์ที่ร้ายแรงอันใดไม่ เพียงแต่มีการเฉลิมฉลองบางอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน!
แต่ใครกันที่ทำให้เจ้าสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า ชิวเสวียนซู ถึงกับเตรียมตัวล่วงหน้าถึงสามวันเช่นนี้?
ไม่ว่าใครก็ต่างฉงนใคร่รู้
…
ในขณะนี้ บรรยากาศในสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าโอบล้อมไปด้วยความชื่นมื่น
ชิวเสวียนซูเป็นผู้นำกลุ่มคณาจารย์ในการจัดเตรียมงานมงคลเป็นการส่วนตัว ส่วนบรรดาศิษย์ทั้งหลายนั้นคอยดูแลงานเบ็ดเตล็ดทั่วไป
ใบหน้าของศิษย์ทั้งหลายไม่ได้แสดงความไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ทุกคนดูตื่นเต้นและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีใครอิดออดหรือเกียจคร้านเลยสักคนเดียว
หากผู้บ่มเพาะในโลกภายนอกได้เห็นเหตุการณ์นี้ พวกเขาก็คงจะรู้สึกสับสนไม่น้อย ให้ตายสิ ยอดฝีมือเหล่านี้ชื่นชอบงานจุกจิก จิปาถะเช่นนี้ไปตั้งแต่เมื่อไร?
บัดนี้โถงแห่งการประชันได้รับการตกแต่งใหม่ทั้งหมด มันสว่างไสวไปด้วยโคมไฟหลากสีซึ่งสะท้อนลงผืนพรมสีแดงสด คานและเสาภายในถูกแกะสลักและทาสีใหม่ด้วยผงทองคำแวววาว แม้แต่หน้าต่างก็เต็มไปด้วยภาพวาดรื่นเริงอันแสดงถึงความเป็นมงคล
แม้แต่แท่นหยกหน้าห้องโถงก็ถูกปิดไว้ด้วย ‘พรม’ ลายดอกไม้ที่ปูไว้เป็นคู่ สีแดงเพลิงและสีกุหลาบอย่างฟ้ายามอาทิตย์อัสดงของพวกมันงดงามอย่างยิ่ง
ณ จัตุรัสที่ห่างไกลออกไป เสียงของพิณ เซียว(ขลุ่ยจีน) ผีผา และเครื่องดงตรีอีกนานาดังแว่วล่องลอยด้วยฝีมือของบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องจากยอดเขาจรัสตะวันตกแห่งนิกายกระบี่เก้าเรืองรองของเฉินซี
ท่วงทำนองที่พวกเขาบรรเลงนั้นเต็มไปด้วยความสุขและชีวิตชีวา นุ่มนวลดังสายน้ำที่ไหลผ่านลำธาร ร่องน้ำ และโขดหินกลมมน มอบความสุขและความสนุกสนานคล้ายกำลังแช่น้ำอยู่ใต้สายลมฤดูร้อนให้แก่ผู้ฟัง
ประตูโค้งขนาดมหึมาที่อาบไล้ไปด้วยรัศมีเต๋าตั้งอยู่เบื้องหน้าจัตุรัส พวกมันถูกสร้างขึ้นจากเมฆามงคลแห่งมหาเต๋า เพียงแค่เดินผ่าน ก็ทำให้สัมผัสได้ถึงรัศมีแห่งมหาเต๋าที่พรั่งพรู
หากเลือกที่จะบ่มเพาะใต้ที่แห่งนี้ มันก็ไม่ต่างจากการได้รับโชคครั้งใหญ่ ทว่าในตอนนี้ ประตูโค้งดังกล่าวกลับถูกใช้งานอย่างเรียบง่ายไปกับการต้อนรับแขกเหรื่อเท่านั้น…
ตระกูลเฉินคงจะเป็นตระกูลเดียวในโลกที่สามารถฟุ่มเฟือยเช่นนี้ได้
ไม่เพียงเท่านี้ ทุกสิ่งที่ใช้ตลอดงานยังได้รับการจัดเตรียมอย่างพิถีพิถัน ตัวอย่างเช่น โต๊ะทั้งหมดทำจากไม้ศักดิ์สิทธิ์คุนหลุน
กาน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะทั้งหมดแกะสลักจากหยกสีอำพัน ในขณะที่ชานั้นทำมาจาก ‘ใบขันธะ’ ที่ได้รับการคัดสรรมาจากยอดเขาเบญจรงค์แห่งตำหนักเต๋าหนี่หวา นอกจากนั้น แม้แต่น้ำที่ใช้ในการเตรียมชาก็ยังมีความพิเศษ มันเป็นน้ำค้างวิมุตที่นำมาจากแม่น้ำไร้กาลของสำนักเต๋า
แม้แต่ของขบเคี้ยวและผลไม้ที่จัดไว้บนโต๊ะก็เป็นสมบัติล้ำค่าที่คัดสรรมาจากทั่วโลก แต่ละชิ้นล้วนแต่มีค่าหายากทั้งสิ้น
สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงของตกแต่งจัตุรัสเท่านั้น นี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทรัพยากรของตระกูลเฉินนั้นอู้ฟู้เพียงไร
อีกสามชั่วยามงานแต่งก็จะเริ่มต้นขึ้น ทว่าตอนนี้บริเวณโดยรอบนั้นเริ่มที่จะคึกคักแล้ว บรรดาผู้น้อยจากตระกูลเฉินแห่งเมืองหมอกสนและศิษย์สำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋ากำลังเตรียมการทุกอย่างมือเป็นพัลวัน กระนั้นภาพของความวุ่นวายก็หาได้บังเกิดไม่ ทุกเหมือนทุกสิ่งที่ผ่านพ้นไปด้วยดี
เฉินผูยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้หยิบจับงานอะไรสักอย่าง แต่นั่นก็ช่วยไม่ได้ เพราะเมื่อเขาตั้งใจจะหยิบยื่นความช่วยเหลือ ก็กลายเป็นว่าคนอื่นเอางานไปทำจนหมดแล้ว…
จ้าวอวิ๋นซงและถังเป่าเอ๋อร์ยืนอยู่ข้างเฉินผู ทั้งคู่ตระหนักดีว่าวันนี้จะเป็นวันที่พ่อของเฉินผูแต่งงานกับนายหญิงน้อยแห่งตระกูลเซวียนหยวน
ในฐานะศิษย์ของสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าทั้งคู่จึงมีโอกาสได้เข้าร่วมในงานแต่งงาน อย่างไรก็ดี เมื่อพวกเขาได้เห็นงานนี้กับตา พวกเขาก็ตระหนักได้ว่ามันเป็นงานมงคลที่ไม่มีใครเทียบได้จริง ๆ!
ถังเป่าเอ๋อร์เริ่มปรับตัวกับสถานการณ์ได้ ผิดกับจ้าวอวิ๋นซงที่ยังคงสับสน เขาเห็นร่างของผู้ยิ่งใหญ่ที่เปี่ยมด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์แสนฉกาจมากมายกำลังวิ่งไปรอบ ๆ ราวข้ารับใช้ พวกเขากำลังสาละวนอยู่กับงานจิปาถะทุกอย่างเท่าที่จะทำได้
ถึงขนาดที่บางคนถึงกับแย่งกันเพื่อที่จะให้ช่วยงานเสียด้วยซ้ำ…
จ้าวอวิ๋นซงมองเห็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทุกประเภทที่ไม่เคยได้ยินหรือเห็นมาก่อนถูกวางไว้ทั่วห้องโถง เพียงแค่มันถูกตั้งอยู่เฉย ๆ ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกขึ้นมา สมบัติทั้งหมดนี้มีมูลค่ามหาศาลเพียงใด?
“โอ้! นี่มันโคมส่องเต๋านี่ มีตั้งร้อยแปดดวงเชียวหรือ! เพียงแค่สมบัติศักดิ์สิทธิ์ชุดนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้มหาเทพเต๋าตาลุกวาวแล้ว!”
“ยอดเลย! ตรงนี้มีแจกันแสงศักดิ์สิทธิ์ลึกล้ำด้วย! ผลดวงใจปฐพีม่วง! แผนภาพไตรปัญญา! ปิ่นมหามงคล…”
ชายชราคนหนึ่งกรีดร้องแปลก ๆ อยู่ภายในห้องโถง ท่าทางที่ดูจะตกใจอยู่ตลอดเวลานั้นค่อนข้างน่าขบขัน
จ้าวอวิ๋นซงจ้องมองชายชราด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนจะถามขึ้น “ผู้อาวุโสท่านนั้นเป็นใครกัน? เหตุใดวันนี้เขาจึงได้ดูตื่นเต้นนัก?”
เฉินผูเหลือบมองพลางยิ้ม “เขาคือสหายของท่านพ่อ มาจากแดนเทพโบราณ อ๋อใช่ อย่าไปขำเขาเชียวนะ เห็นอย่างนี้ เขาเป็นถึงยอดฝีมือของเทพมหาเทพเต๋าเลย”
มหาเทพเต๋า? จ้าวอวิ๋นซงถามหญิงสาวข้าง ๆ อย่างไร้เดียงสาว่าขอบเขตมหาเทพเต๋าคืออะไร
ถังเป่าเอ๋อร์รู้ว่าคุณชายสี่เฉินผูของนางนับจ้าวอวิ๋นซงเป็นสหาย ดังนั้นนางจึงไม่ได้ตั้งแง่กับเขาเช่นในอดีต และเลือกที่จะอธิบายสั้น ๆ ในทันที
ชายหนุ่มถึงกับตาค้างเมื่อได้รู้เกี่ยวกับสถานะและพลังของมหาเทพเต๋า…
ขณะเดียวกัน ร่างสง่างามของปี่เซียะที่ขาวราวหิมะก็พุ่งเข้ามา ในขณะที่มีร่างหนึ่งซึ่งเปี่ยมไปด้วยโฉมเลิศล้ำยืนอยู่บนหลังของมัน
นั่นคือไป๋คุยและหลิงไป๋
งานแต่งเช่นนี้อาจกล่าวได้ว่าไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นจึงมีการจัดเตรียมที่ละเอียดมากแม้ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกก็ตาม
ในฐานะน้องชายของเฉินซี เฉินฮ่าวได้รับหน้าที่ดูแลการต้อนรับแขกเหรื่อ สิ่งนี้นับเป็นการแสดงความจริงใจต่อแขกของพวกเขาเป็นอย่างมาก
หลังจากที่เสียงของเหล่าไป๋กวาดออกไป ร่างของคนมากมายก็ปรากฏขึ้นทันทีต่อหน้าประตูโค้งขนาดมหึมาซึ่งก่อตัวขึ้นจากเมฆามงคลของมหาเต๋า
บุคคลที่อยู่ด้านหน้าคือจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ซ่ง หวงฝู่จ้งหลิง ผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายกระบี่เมฆาพเนจร เป่ยเหิง ประมุขนิกายแห่งนิกายกระบี่เมฆาพเนจร หลิงคงจื่อ ราชาเต่าเฒ่า เสวียนจิง ราชาจิ้งจอกเก้าหาง ชิงชิว และคนอื่น ๆ อีกมากมายที่ยืนอยู่ทั้งสองข้างของหวงฝู่จ้งหลิง
ด้านหลังพวกเขาคือซ่งหลิน ตวนมู่เจ๋อ จ้าวชิงเหอ หลิงอวี๋ คุณชายสี่โจว อวี๋เซวียนเฉิน และผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ๆ อีกมากมาย
พวกเขามีกันมากกว่าร้อยคน คนเหล่านี้เป็นสหายของเฉินซีที่มาจากเมืองหมอกสน เมืองทะเลสาบมังกร นครหลวงธารสายไหม และจากที่อื่น ๆ อีกมากมายทั่วภพมนุษย์
เฉินฮ่าวก้าวไปข้างหน้าเพื่อทักทายพวกเขา
“พวกเขาเป็นใครหรือ?”
“ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นผู้บ่มเพาะจากภพมนุษย์”
“พวกเขาน่าจะเป็นสหายของเทวราชาในขณะที่เขาอยู่ในภพมนุษย์ ไม่อย่างนั้นแล้ว พวกเขาคงไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมาที่นี่”
ศิษย์สำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าพูดคุยกันผ่านกระแสปราณ พวกเขาอดประหลาดใจขึ้นมาไม่ได้ เมื่อเห็นว่าแขกกลุ่มแรกเป็นผู้บ่มเพาะจากภพมนุษย์จริง ๆ
เดิมทีพวกเขาคิดว่าแขกกลุ่มแรกที่มาที่นี่ควรจะเป็นบุคคลสำคัญที่มีสถานะยิ่งใหญ่ ไม่เคยคิดเลยว่าแท้จริงแล้วจะเป็นผู้บ่มเพาะจากภพมนุษย์ ดังนั้นพวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบระหว่างความคาดหวังและความจริงที่เกิดขึ้น
ผู้บ่มเพาะจากภพมนุษย์?
หากเป็นเวลาปกติ พวกเขาที่เป็นศิษย์สำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าไม่มีทางจะให้ความสำคัญกับคนเหล่านั้นอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาเป็นถึงยอดฝีมือแห่งภพเซียน ผู้เยี่ยมยุทธ์ในภพมนุษย์นั้นไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาในสายตาพวกเขา
ศิษย์หลายคนแค่นหัวเราะอย่างผิดหวัง ในโลกที่เคารพต่อความแข็งแกร่งนี้ ไม่มีทางที่มุมมองของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปโดยง่าย ไม่ว่าจะเคารพเฉินซีหรือไม่ก็ตาม
หากนี่ไม่ใช่งานแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ศิษย์ของสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าเช่นพวกเขาก็คงไม่ทำตัวเป็นข้ารับใช้มายืนต้อนรับคนเหล่านี้อย่างแน่นอน
“จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ซ่ง หวงฝู่จ้งหลิง มอบสุราพันปีร้อยไห วิญญาณหยกหวาน ด้วยปรารถนาว่าทั้งคู่จะรักและเคารพซึ่งกันและกันชั่วนิรันดร์!”
“ราชาเต่าเฒ่า เซวียนจิง และราชาจิ้งจอกเก้าหาง ชิงชิว มอบผลิตผลจากภูเขาล้ำค่าจำนวนสิบกล่องจากเทือกเขาแดนเถื่อนตอนใต้ด้วยหวังว่าทั้งคู่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและรักกันตลอดไป!”
“นิกายกระบี่เมฆาพเนจร…”
ในขณะเดียวกัน หนึ่งในสมาชิกตระกูลเฉินก็เริ่มประกาศรายการของขวัญด้วยเสียงดังซึ่งก้องกังวานไปทั่วบริเวณโดยรอบ
ด้านหนึ่ง เฉินฮ่าวยิ้มและสั่งให้ข้ารับใช้พาหวงฝู่จ้งหลิงและคนอื่น ๆ ไปยังที่นั่งของพวกเขา
ตอนนั้นเอง มีบางคนอดแค่นหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ “ให้ตายสิ! พวกเขากล้าทำให้ตัวเองขายหน้าด้วยการมอบของขวัญชั้นเลวเช่นนี้หรือ? ผู้บ่มเพาะจากภพข้างล่างช่างน่าขันจริง ๆ…”
แม้ว่าเสียงของเขาจะเบา แต่การบ่มเพาะของทุกคนที่อยู่ที่นี่นั้นไม่ธรรมดาเลย ดังนั้นจึงได้ยินเสียงนี้อย่างชัดเจน
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
ทำไมตอนที่ 1631-1637 อ่านไม่ได้ครับ...
อยากซื้อหนังสือเรื่องนี้จบรึยังมีขายรึยัง ราคาเท่าไหร่...
กำลังสนุกเลยจ้า1407...
1...
รออ่าน1296...
รออ่าน1184จ้า...
ตอนที่1111รออ่านยุ...
ตอน1109รออ่านยุ...
กำลังมันเลยครับ...
กำลังมันเลยครับ...