“เจ้าคือเด็กที่เรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมา? หึๆ แค่ขยะที่ถูกเต๋าสวรรค์ทอดทิ้งก็กล้ามาสั่งสอนคน? ความหมายของเจ้านั้นคือนิกายยาสุดล้ำของพวกข้านั้นวางแผนตลบหลังคนทั้ง? ช่างเป็นคำกล่าวที่ร้ายนัก!”
เย่หยวนหันไปมองเต้าเฉินอย่างมึนงงไม่อาจพูดตอบอะไรไปได้
เขานั้นไม่นึกฝันว่าตัวเองจะได้มาเจอนิกายยาสุดล้ำอย่างรวดเร็วเช่นนี้!
เขานั้นรู้ดีว่าหลี่ฉางเซิงนั้นก็เป็นคนจากนิกายยาสุดล้ำนี้เช่นกัน
แต่แน่นอนว่าในนิกายระดับเจ้าโลกอย่างนั้นจักรพรรดิเซียนมันคงเป็นแค่ศิษย์ระดับต่ำคนหนึ่ง
“ไอ้พวกบ้านนอกก็กล้ามาตั้งคำถามกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ้าโลก โอหังเสียจริง!”
“หึๆ ไอ้เด็กนี่มันคงคิดว่าตัวเองเป็นผู้กอบกู้ล่ะมั้ง! น่าขัน!”
“นิกายยาสุดล้ำนั้นเป็นนิกายที่มีวิชาโอสถยิ่งใหญ่ที่สุดของสวรรค์สมบูรณ์มหาหยกเจิด ไอ้เด็กนี่มันกลับกล้ามาทักท้วงวิธีการของพวกเขาหรือ?”
เสียงเย้ยหยันนั้นมันดังขึ้นมาจากรอบด้าน สำหรับคนทั้งหลายนั้นแล้วนิกายยาสุดล้ำย่อมจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจตั้งคำถามด้วยได้
สองฝ่ายนั้นมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แม้แต่ซ่งเหมียวเองก็ยังไม่พอใจกับการโต้แย้งของเย่หยวนนี้เช่นกัน
ก็จริงว่าเจ้านั้นสร้างคุณไว้ยิ่งใหญ่แต่ว่าเรื่องนั้นมันไม่ได้สร้างความชอบธรรมให้เจ้าโต้แย้ง
“ผู้อาวุโสซ่ง ท่านเองก็ไม่เชื่อ?” เย่หยวนหันไปหาซ่งเหมียว
ซ่งเหมียวยิ้มตอบกลับไป “สหายหนุ่มเย่นั้นเพิ่งมาถึงคงยังไม่รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของนิกายยาสุดล้ำนัก วิธีการบรรเทานี้มันย่อมจะไม่มีปัญหาแน่!”
เต้าเฉินนั้นหัวเราะลั่นขึ้นเมื่อได้ยิน “ได้ยินไหมเล่า? ในทวีปสวรรค์แรกนี้นิกายยาสุดล้ำของข้านั้นคือเจ้าการโอสถ! คิดโต้แย้งตั้งคำถามกับเรา? ไร้สาระ!”
“เจ้าสิไร้สาระ! หากอาจารย์เย่ท่านบอกว่ามันมีปัญหามันก็ต้องมีปัญหา! พวกเจ้ามันโง่มองคำเตือนด้วยความหวังดีไม่ออก กลับมาด่าว่าอาจารย์เย่ท่าน โง่เง่าเสียจริง!”
ก่อนที่เย่หยวนจะทันได้ตอบอะไรไปเสียงของต้าหวงก็ดังลั่นขึ้นมา
เขานั้นได้ยินว่าเย่หยวนได้สติแล้วจึงรีบมุ่งหน้ามาหาทันทีแต่กลับมาพบว่าคนทั้งหลายนั้นรุมเย้ยหยันเย่หยวนจนไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไป
ในหัวใจของเขานั้นเย่หยวนเป็นดั่งเทพเจ้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาการโอสถแล้วด้วย
คนอื่นนั้นอาจจะคิดว่าเย่หยวนเป็นนักยุทธที่มากฝีมือแต่ไม่รู้เลยว่าเขามีวิชาโอสถแค่ไหน
แต่ต้าหวงนั้นรู้ดีว่าฝีมือที่แท้จริงของเย่หยวนมันอยู่ที่วิชาการโอสถนั้นต่างหาก!
“ใช่แล้ว! พี่เย่หยวนนั้นมีวิชาการโอสถที่เหนือล้ำกว่านิกายยาสุดล้ำอะไรของเจ้านั้นสิ้นเชิง!” จิงเฟยเสริม
เมื่อเต้าเฉินได้ยินเขาก็อดหัวเราะตอบกลับไปไม่ได้ “แค่พวกกบในกะลา หน้าโง่!”
ต้าหวงนั้นกำลังคิดจะตอบกลับไปแต่เย่หยวนนั้นกลับยกมือขึ้นมาห้าม “เอาน่าๆ ไม่ต้องพูดเถียงแล้ว ไปเถอะ”
พูดไปเขาก็ลากตัวคนทั้งสองเดินจากไป
ได้เห็นคนทั้งสามนั้นเดินหายไปเต้าเฉินก็หัวเราะกล่าวขึ้นมา “มีฝีมือแค่ขี้เล็บกลับกล้ามาแย่งแสงอวดอำนาจพูดจาใหญ่โต! โดนข้าตอกกลับไปมันก็ต้องหนีหางจุกตูด! เจ้าเมืองซ่ง เจ้าพวกบ้านี่มันกระหายชื่อเสียงไม่แน่ว่าจะเป็นคนดีนักหนา!”
ซ่งเหมียวขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่พูดกล่าว
เพราะไม่ว่าอย่างไรเสียเรื่องที่เย่หยวนทำไว้มันก็สร้างคุณให้คนทั้งแผ่นดิน แต่การ ‘อวดดี’ ของเย่หยวนนี้มันย่อมจะทำให้เขาไม่ชอบอยู่ลึกๆ
เต้าเฉินนั้นกล่าวขึ้นเปลี่ยนเรื่อง “ฮ่าๆ ไม่ต้องไปสนใจขยะเช่นนั้นให้มากหรอก! เวลานี้ยอดฝีมือจากทั่วทิศได้มารวมตัวกันแล้ว พวกเราจะเข้าโจมตีเส้นทางมิตินั้นกัน! เรื่องนี้ต่างหากคือสิ่งที่ควรคิดถึงในตอนนี้”
สำหรับยอดอัจฉริยะอย่างเต้าเฉินนั้น เย่หยวนย่อมจะเป็นแค่มดปลวกตัวหนึ่ง
ในตอนนี้การโจมตีเส้นทางมิติของเผ่าเลือดนั้นต่างหากคือสิ่งที่ต้องสนใจมากที่สุด
ซ่งเหมียวพยักหน้ารับ “น้องเต้าเฉินวางใจเถอะ ตอนนี้เมืองทางเหนือได้รวบรวมกำลังจักรพรรดิเซียนมาแล้วกว่าห้าหมื่นคน ครั้งนี้เผ่าเลือดมันคงไม่อาจจะเอาชนะเราไปได้แน่!”
…
“อาจารย์เย่ เจ้าโง่พวกนั้นมันไม่รู้ว่าอะไรดีไม่ดีกับตัวมันเอง! หรือว่าท่านจะปล่อยมันไปเช่นนั้น?” ต้าหวงถามขึ้น
ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนคนที่เอายาไปป้อนให้สุนัขแล้วกลับถูกมันกัดมือเอา
เย่หยวนยิ้มตอบกลับไป “สำหรับพวกเขานั้นเราคือคนนอก ทวีปสวรรค์แรกนั้นเป็นหนึ่งในทวีปหลักนับถือนิกายยาสุดล้ำเป็นผู้ปกครองด้านโอสถ สำหรับพวกเขาเรามันก็แค่มดปลวก! หากมิใช่เพราะสงครามกับเผ่าเลือดเราคงไม่อาจจะเข้าถึงตัวเจ้าเมืองได้ด้วยซ้ำ เวลานี้ข้าเองก็ไม่มีอะไรจะไปเถียงโต้แย้งกับการตัดสินใจของนิกายยาสุดล้ำได้เช่นกัน มันย่อมจะไม่มีทางทำอะไรได้”
เย่หยวนนั้นมีจิตใจที่สงบเขาย่อมจะเข้าใจว่าพวกเต้าเฉินนั้นคิดอะไรอยู่
เขานั้นรู้ดีว่าตัวเองนี้ต่อให้จะพูดเท่าไหร่มันก็คงไม่อาจจะเถียงสู้ได้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมเทพโอสถ
DDD...