จอมนางข้ามพิภพ นิยาย บท 90

เมื่อคนอื่นได้ยิน ต่างมองดูจวินหย่วนโยวอย่างหลงใหลเคลิบเคลิ้ม

ซื่อจื่อที่หล่อเหลาและก็ทะนุถนอมผู้หญิง ซึ่งยังไม่พอ ถือเป็นคนสุดวิเศษจริงๆ ผู้ชายที่ดีล้วนเป็นของคนอื่น

ถึงมีคำร่ำลือว่าจวินซื่อจื่อเป็นคนเย็นชาอำมหิต โหดเหี้ยมเด็ดขาด แต่ด้วยความที่เขารักและทะนุถนอมหยุนถิงขนาดนี้ ต่างก็ชื่นชอบเขาอย่างมากมายนับไม่ถ้วน เป็นที่อิจฉาของพวกผู้หญิงอย่างมาก

ฟู่อี้เฉินพูดขึ้นด้วยสีหน้าโกรธจัด ไม่พอใจว่า “หน้าไม่อายจริงๆ รักอนุภรรยาก็ยังจะกล้าพูดออกมาได้อย่างสง่าผ่าเผย ข้าว่าเจ้าไม่มีอนาคตแล้ว”

“ฟู่ซื่อจื่อตั้งใจวาดรูปเถอะ ระวังเดี๋ยวจะแพ้ให้ข้าอีก” หยุนถิงพูดขึ้น

“เชอะ ข้าไม่มีทางแพ้ให้เจ้า แต่ว่าเจ้าผู้หญิงหน้าดำ ทำไมเจ้าถึงแต่งงานกับจวินหย่วนโยว? เขาเป็นคนแปลกประหลาด เป็นเหมือนมัจจุราชในนรก ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น โหดเหี้ยมยิ่งกว่าซาตานในสายตาทุกคน อย่าบอกว่าเจ้าแต่งงานกับจวินหย่วนโยวเพราะรักแท้ ข้าไม่เชื่อ” ฟู่อี้เฉินพูดขึ้น

นี่เป็นคำถามที่ยาก เขาจะคอยดูว่าผู้หญิงหน้าดำคนนี้จะตอบว่าอย่างไร

ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งสูง เขาก็อยากรู้คำตอบของหยุนถิง ตอนนั้นนางแต่งงานกับจวินหย่วนโยว เป็นเพราะความบังเอิญจริงหรือ หรือว่ามีอย่างอื่นแอบแฝง

“เจ้าพูดไม่ผิด ข้าแต่งงานกับซื่อจื่อไม่ใช่เพราะรักแท้ เพราะข้าหลงใหลในความรูปงานของซื่อจื่อ ตอนนั้นข้าดื่มอยู่ในร้านจนเมา แล้วได้เจอกับซื่อจื่อ ข้าตกหลุมรักซื่อจื่อตั้งแต่แรกพบ

บางทีนี่อาจจะเป็นวาสนา เวียนเฝ้าคอยหาร้อยหนกลางฝูงชน บัดดลได้พบเขาใต้แสงเทียนริบหรี่จาง เหมือนอย่างข้ากับซื่อจื่อ

ในสายตาคนอื่นเขาเย็นชาอำมหิตแปลกประหลาด แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับข้า ขอเพียงซื่อจื่อดีกับข้า และซื่อจื่อยังให้ข้าใช้จ่ายเล่นเดือนละหนึ่งแสนตำลึง อิจฉาไหม ริษยาไหม” หยุนถิงพูดอวด

พวกขุนนางพลเรือนต่างตกตะลึง คุณหนูหยุนพูดออกมาอย่างฉะฉาน แม้แต่การอธิบายก็สามารถพูดออกมาได้เหมือนดั่งกลอน ความสามารถนี้แม้แต่ซ่างกวนหรู คนอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองหลวงก็สู้ไม่ได้

“หนึ่งแสนตำลึง ค่าใช้จ่ายเล่นต่อเดือน จวินหย่วนโยวเจ้าโง่หรือ?” ฟู่อี้เฉินถามขึ้นอย่างตกตะลึงและไม่อยากเชื่อ

คนอื่นต่างก็ตกตะลึงตาค้าง อ้าปากกว้างจนสามารถยัดไข่ไก่เข้าไปได้หลายลูก จวินซื่อจื่อใจดีเกินไปไหม หนึ่งแสนตำลึง ใจดีมากเลย รักและหลงใหลหยุนถิงจนลอยถึงฟ้าแล้ว

การแสดงความรักนี้ ช่างร่ำรวยจริงๆ

แม้แต่โม่ฉือหานก็ตกตะลึง เขาให้เรือนหลังเดือนละแค่ร้อยตำลึงเอง แต่จวินหย่วนโยวกลับให้หนึ่งแสนตำลึง คนที่ชอบเปรียบเทียบกับใครต่อใคร ช่างน่าโมโหนัก

จวินหย่วนโยวพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ข้ามีเงิน ข้าจะรักนางแบบนี้ ข้าจะให้นางแบบนี้ เจ้ามีความเห็นหรือ"

ฟู่อี้เฉินไม่รู้จะตอบโต้ยังไง จึงพูดบ่นขึ้นมาว่า “จวินหย่วนโยว ข้าว่าเจ้าไม่เพียงตาบอด ใจก็บอดด้วย”

“ข้ายินดี” จวินหย่วนโยวพูดขึ้นอย่างมั่นใจ

“เพ้ยๆ คิดไม่ถึงเลยว่า จวินหย่วนโยว เจ้าตกอยู่ในมือของผู้หญิงที่อัปลักษณ์ที่สุดคนหนึ่ง น่าสงสารจริงๆ” ฟู่อี้เฉินพูดขึ้นอย่างเห็นใจ

“ฟู่ซื่อจื่อ เจ้ามีเวลามาพูดไร้สาระ ยังไม่รีบวาดรูป ธูปหนึ่งดอกใกล้จะหมดแล้ว” หยุนถิงพูดเตือนเขา

ฟู่อี้เฉินเหลือบมองดูธูปอันนั้น จุดไปแล้วครึ่งหนึ่งจริงๆ ขี้เกียจเถียงกับพวกเขา จึงรีบวาดขึ้นมา

แต่เมื่อกี้เห็นจวินหย่วนโยวกับหยุนถิงพลอดรักกันครั้งแล้วครั้งเล่า ฟู่อี้เฉินยังจะสงบจิตสงบใจได้อย่างไร

เดือนหนึ่งแค่ค่าใช้จ่ายเล่นของผู้หญิงอัปลักษณ์คนนี้ก็ให้ตั้งหนึ่งแสน เห็นทีจวินหย่วนโยวร่ำรวยมาก ตอนนั้นหอใต้หล้าจวินหย่วนโยวชวนเขาไปร่วมลงทุน กลับถูกฟู่อี้เฉินปฏิเสธ มีสถานะอันสูงส่งอย่างเขา ไม่มีทางไปทำธุรกิจ เสียชื่อเสียงหมด

เมื่อวานฟู่อี้เฉินเพิ่งกลับมา ได้ยินว่าหอใต้หล้าเปิดตัวชานมและผลไม้ ขายดีอย่างมาก เพียงแค่วันเดียว เงินก็เข้ามาเป็นกอบเป็นกำ เวลานี้ฟู่อี้เฉินเสียใจอย่างมาก รู้แบบนี้แรกเขาก็ร่วมลงทุนแล้ว

เวลาผ่านไปทีละนิด จิตใจฟู่อี้เฉินว้าวุ่นกระสับกระส่าย วาดรูปอยู่อย่างเหม่อลอย วาดไปอย่างเรื่อยเปื่อย เขาไม่เชื่อว่าหยุนถิงวาดขีดเพียงแปบเดียวแล้วจะสามารถเอาชนะเขาได้

ส่วนหยุนถิงนั้นกินดื่มอยู่อย่างอร่อย เรียกได้ว่าเอร็ดอร่อยมาก หยิบขาหมูตุ๋นขึ้นมาแล้วกิน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมนางข้ามพิภพ