จอมนางข้ามพิภพ นิยาย บท 93

จวนหลีอ๋อง

หลังจากที่โม่ฉือหานกลับไปก็โกรธจัด คิดให้ตายก็ไม่มีทางคิดได้ว่าหยุนถิงจะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ เมื่อย้อนคิดว่าในงานเลี้ยงวันเกิดนางแย่งชิงความโดดเด่นไปจนหมด ก็ยิ่งโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่

ด้วยอารมณ์โกรธจนเดือดปุด ๆ เขาคว้าแส้ขึ้นมาแล้วเดินตรงไปที่เรือนหลัง ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นถีบเปิดประตูเรือนเย็น

นางงามลั่วที่ไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว ได้เห็นโม่ฉือหานที่จู่ ๆ ก็บุกเข้ามาอย่างกระทันหัน ก็ตื่นเต้นดีใจแทบคลั่ง

"ท่านอ๋อง! ท่านมาหาข้าแล้ว ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านจะต้องไม่ลืมข้าแน่ ข้าคิดถึงท่านจริง ๆ -----" นางงามลั่วร้องห่มร้องไห้พลางโผเข้าไปหา

มีหรือที่นางจะยังดูงดงามน่าทะนุถนอมได้เหมือนในเวลาปกติ ถูกโยนเข้ามาในเรือนเย็น ข้าวปลาอาหารทั้งหลายล้วนเป็นแค่เศษของเหลือ ๆ ที่คนรับใช้ยกมาให้ ทั้งยังไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว ทั่วทั้งตัวจึงมีแต่กลิ่นเหม็นเปรี้ยว

ทันทีที่นางเข้ามาใกล้ สีหน้าของโม่ฉือหานก็เต็มไปด้วยความขยะแขยงและรังเกียจ ยกขาขึ้นเตะนางจนลอยกระเด็นออกไป

“อ๊า!” นางงามลั่วส่งเสียงร้องอย่างน่าอนาถ ล้มโครมลงไปบนพื้น เจ็บปวดจนแทบปางตาย

เพียงชั่วอึดใจ โม่ฉือหานก็เหวี่ยงแส้ในมือหวดเข้าใส่

เสียงหวดแส้ดังเพี๊ยะ ๆ ดังสนั่น ตามด้วยเสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาของนางงามลั่วที่ดังก้องไปทั่วเรือนหลัง ทำเอาคนที่ได้ยินต่างพากันตกใจกลัวจนอกสั่นขวัญหาย

โม่ฉือหานรู้สึกหงุดหงิดใจตลอดงานวันเกิด ไม่มีที่ระบาย ดังนั้นจึงโยนความโกรธแค้นและความเกลียดชังทั้งหมดไประบายลงที่ตัวของนางงามลั่ว

นางงามลั่วที่เจ็บปางตายได้แต่ร้องคร่ำครวญครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่กล้าหลบ นางเจ็บแทบตายแล้ว

นับตั้งแต่ที่นางติดตามหลีอ๋อง ยังไม่เคยเห็นว่าท่านอ๋องจะมีอารมณ์โกรธแค้นมากมายถึงขนาดนี้มาก่อน แส้ที่ฟาดใส่นางแต่ละครั้ง ปรากฏรอยเลือดสายแล้วสายเล่าบนร่างของนาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลีอ๋องออกแรงมากขนาดไหน

นางงามลั่วอยากหลบแต่ก็ไม่กล้า เพราะถ้านางกล้าหลบ น่ากลัวว่าท่านอ๋องอาจฆ่านางทิ้งทันที นางจึงทำได้แค่ต้องถูกบังคับให้ยอมทนโดนแส้ฟาด

ต่อให้วันนี้ท่านอ๋องจะเฆี่ยนตีนางจนตาย นางก็ต้องไม่แสดงอาการต่อต้าน เพราะนางงามลั่วรู้ดีว่านี่เป็นโอกาสเดียวของนาง ไม่แน่ว่าถ้าพลาดโอกาสครั้งนี้ไป ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ นางอาจต้องอยู่ในเรือนเย็นแห่งนี้ไปตราบจนชีวิตจะหาไม่ก็เป็นได้

ผ่านไปครู่ใหญ่ โม่ฉือหานก็เฆี่ยนจนเหนื่อย ขว้างแส้ทิ้งลงบนพื้นด้วยอารมณ์ที่ยังโกรธไม่หาย ไม่แม้แต่จะชายตามองนางงามลั่วที่เจ็บจนร่อแร่ปางตายบนพื้นสักแวบ ก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป

"ท่านอ๋อง! ท่านอ๋องข้ารู้ความผิดแล้ว เป็นเพราะข้าถูกหยุนถิงวางแผนใส่ร้าย ข้าขอร้องท่านอ๋องโปรดให้โอกาสข้าอีกสักครั้งเถอะ ข้าจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อโค่นล้มหยุนถิงให้ได้ จะทำให้นางอยู่ไม่สู้ตาย ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก ข้าก็จะไม่มีวันปล่อยให้หยุนถิงได้อยู่อย่างสงบสุขเด็ดขาด"

นางงามลั่วพูดด้วยความขุ่นแค้น

นางรู้ว่าคนที่ท่านอ๋องเกลียดชังที่สุด ก็คือหยุนถิง

ผลคือโม่ฉือหานที่กำลังจะยกขาเดินจากไปถึงกับหยุดชะงักทันที หันหน้ากลับมามองนางงามลั่วที่มีสภาพเหมือนศพบนพื้นอย่างเหยียดหยาม ทั้งตัวของนางเต็มไปด้วยเลือดและแผลเปิดจนเห็นเนื้อ ดูกระเซอะกระเซิงสิ้นดี แต่ดวงตาหงส์คู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ทอประกายแน่วแน่

ดังคำกล่าวที่ว่าผู้หญิงกับคนต่ำช้าล้วนชุบเลี้ยงให้ดีได้ยาก ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งบังเกิดความโหดเหี้ยมขึ้นมา ก็รุนแรงไม่น้อยหน้าสนามประลองดาบของผู้ชายเลยทีเดียว

“ได้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง แต่ถ้าเจ้าทำให้ข้าผิดหวังล่ะก็ ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตายแน่!” โม่ฉือหานทิ้งคำพูดข่มขู่ไว้ประโยคหนึ่ง แล้วสะบัดหน้าเดินจากไป

เมื่อนางงามลั่วได้ยินประโยคนี้ ก็หลับตาลงด้วยความพึงพอใจ มุมปากที่อาบไปด้วยเลือดแดงก่ำปรากฏแววชั่วร้ายกระหายเลือด

............

เช้าวันรุ่งขึ้น

หลังจากดื่มกินจนอิ่มท้องดีแล้ว หยุนถิงก็พาเยว่เอ๋อร์กับหลงเอ้อออกไปเดินเตร่ตามถนนหนทาง หลายวันที่ผ่านมานางใช้เวลาไปกับการค้นคว้ายาแก้พิษให้ซื่อจื่อ มาตอนนี้ยาแก้พิษทำได้สำเร็จแล้ว เหลือแค่หาโอกาสให้เขากินเข้าไปก็พอ

หาได้ยากมากที่จะไม่มีธุระอะไรให้จัดการ หยุนถิงจึงออกมาพักผ่อน ถือโอกาสแวะดูด้วยว่าชานมกับผลไม้ชุบที่วางขายในร้านสุราเป็นยังไงบ้าง

นางกินเนื้อแห้งไปพลาง เดินทอดท่องไปพลาง จากนั้นก็เห็นสายตาของทุกคนที่มองมาที่นาง ไม่ได้มีแววขยะแขยง รังเกียจเดียดฉันท์ หรือดูถูกเหยียดหยามอีกต่อไป แต่เป็นแววตาที่ตื่นเต้นประหลาดใจ ไปจนถึงเหลือเชื่อ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมนางข้ามพิภพ