คฤหาสน์ดาราสวรรค์
เวลาสิบโมงเช้าหลังจากฝึกฝนกองกำลังเสร็จ จ้าวเทียนได้พาโม่ซินหยานและเด็กสาวทั้ง 20 คนไปพบหลินซูซินที่ตัวตึกด้านหลัง
พื้นที่บริเวณนี้ถูกกันไว้เป็นเขตหวงห้าม ต้องได้รับอนุญาตจากจ้าวเทียนหรือหลินซูซินเท่านั้นถึงจะเข้ามาได้
เมื่อวานหลังจากที่เขาช่วยเหลือโม่ซินหยานกลับมาก็เป็นเวลาค่ำแล้ว อีกทั้งเด็กสาวทั้งยี่สิบคนอยู่ในสภาพอ่อนแอมาก เขาจึงรีบจัดสถานที่ให้พวกเธอพักผ่อน พร้อมกับมอบโอสถฟื้นฟูให้
ส่วนโม่ซินหยานนั้นได้สร้างความแปลกใจให้เขาอย่างมาก นอกจากพลังของเธอจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าแล้ว ร่างกายของเธอยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เต็มร้อย ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากสารดัดแปลงยีนชนิดพิเศษที่พวกบริษัท HTI ฉีดให้เธอ
ลักษณะภายนอกของโม่ซินหยาน แทบจะไม่แตกต่างจากคนปกติ ยกเว้นดวงตาของเธอที่เปลี่ยนไปคล้ายกับดวงตาของอสรพิษ ซึ่งมันก็แก้ไขได้ง่ายมาก
แค่เพียงให้เธอใส่แว่นกันแดดเอาไว้ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ คงเป็นเพราะว่าเธอคือร่างที่สมบูรณ์แบบ
ต่างกับพวกเด็กสาวที่มีเกล็ดปรากฏขึ้นตามแขนขาและใบหน้า เขี้ยวและเล็บอันแหลมคมของพวกเธอเองก็งอกยาวออกมาจนเห็นได้ชัด บางคนถึงกับมีเขาและหางเลยทีเดียว
พวกเธอไม่สามารถควบคุมให้มันเก็บซ่อนเข้าไปในร่างกายได้เหมือนโม่ซินหยาน หากปล่อยไว้แบบนี้จะเกิดปัญหาเมื่ออยู่ร่วมกับคนอื่น
“ ศิษย์พี่หญิงครับ…เรื่องนี้พอจะมีทางแก้ไขไหม ” จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยสีหน้ากังวล ตัวเขาเองก็ไม่เคยฝึกฝนเคล็ดวิชาที่เกี่ยวกับการแปลงโฉมมาก่อน ไม่รู้ว่าครึ่งอสูรที่เกิดจากการตัดแต่งพันธุกรรมจะสามารถฝึกฝนวิชาพวกนั้นได้ไหม
“ นี่มันแปลกมาก…ฉันสัมผัสพลังปราณจากร่างของพวกเธอไม่ได้เลย ร่างกายของพวกเธอตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปจนคล้ายกับสัตว์อสูร ”
“ ไป๋ซู่เจินเธอคิดว่ายังไง…เด็กพวกนี้สามารถฝึกฝนวิถีปีศาจได้ไหม ”
เมื่อได้ยินที่หลินซูซินบอก ไป๋ซู่เจินก็เดินไปตรวจดูร่างกายของเด็กสาวแต่ละคนอย่างละเอียด ซึ่งพวกเธอก็มองกลับมาด้วยแววตาคาดหวัง
ไม่มีมนุษย์คนไหนอยากกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียด โดยเฉพาะหญิงสาวที่ยังอายุน้อยอย่างพวกเธอ หากต้องทนใช้ชีวิตด้วยสภาพแบบนี้จริงๆมันคงเหมือนตกนรกทั้งเป็น
“ น้องต๋าจี่…เธอคิดเหมือนฉันไหม ” ไป๋ซู่เจินพูดขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย เหมือนได้พบของล้ำค่า
ร่างกายของเด็กสาวพวกนี้เกิดจากการรวมเอาจุดเด่นของสัตว์ร้ายหลายชนิดมารวมกัน ซึ่งมันตรงกับสิ่งที่เธอเคยได้ยินมา
“ ถ้าฉันจำไม่ผิด…นี่มันคล้ายกับเผ่าพันธุ์คิเมียร่าซึ่งอยู่ในบันทึกโบราณ แน่นอนว่าพวกเธอสามารถฝึกฝนวิถีปีศาจได้ แต่วิธีการจะแตกต่างจากปกติ ”
“ ทางเดียวที่พวกเธอจะเพิ่มพลังของตัวเองได้ มีเพียงการกลืนกินเลือดเนื้อของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเท่านั้น ในอดีตเผ่าพันธุ์คิเมียร่าจัดอยู่ในลำดับต้นๆของตระกูลปีศาจทั้งหมด ก่อนจะถูกทวยเทพกำจัดทิ้งไปเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน ”
“ เอาแบบนี้ไหม…มอบพวกเธอมาให้ฉัน เดี๋ยวฉันจะสอนเคล็ดวิชาแปลงกาย รวมทั้งทักษะการต่อสู้ของปีศาจทั้งหมดให้เอง ”
ซูต๋าจี่พูดขึ้นด้วยท่าทางตื่นเต้นเหมือนได้ของเล่นที่ถูกใจ
พักนี้เธอกำลังรู้สึกเบื่ออยู่พอดี การรับเอาเด็กสาวพวกนี้มาเป็นศิษย์คงจะทำให้เธอสนุกขึ้นมาได้บ้าง
เมื่อได้ยินแบบนั้น จ้าวเทียนก็หันไปมองโม่ซินหยาน เพราะเด็กสาวเหล่านี้คือลูกศิษย์ที่เธอฝึกฝนมากับมือ เรื่องนี้เขายกให้เธอเป็นคนตัดสินใจ
“ ตกลง…หลังจากนี้ฉันขอฝากพวกเธอไว้กับคุณด้วยนะ หากมีอะไรที่ฉันสามารถช่วยได้ก็บอกมาได้เลย ” โม่ซินหยานหันไปพูดกับซูต๋าจี่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้ม
จ้าวเทียนมองภาพเหล่านั้นด้วยสีหน้ามีความสุข เคล็ดวิชาลวงตาและการแปลงกายของซูต๋าจี่นั้นร้ายกาจมาก หากเด็กสาวพวกนี้ได้เรียนรู้ไปไม่นานคงกลายเป็นสุดยอดมือสังหารที่น่าสะพรึงกลัว
วูป!
ขวดหยกขนาดเท่าฝ่ามือปรากฏขึ้นตรงหน้าจ้าวเทียน เขาโบกมือเล็กน้อย มันก็ลอยไปหาซูต๋าจี่
“ ของสิ่งนี้…ใช้กับพวกเธอได้ไหม ” เขาถามขึ้นด้วยท่าทีสนใจ
“ ขอฉันดูก่อน ” ซูต๋าจี่เปิดจุกฝาขวดออกดู
ครืนนน
กลิ่นอายอันแข็งแกร่งระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ทุกคนที่อยู่ในห้องยกเว้นจ้าวเทียนต่างก็ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว แม้แต่หลินซูซินก็ยังเสียการควบคุมไปครู่หนึ่ง
“ นี่คือเลือดของมังกร…ทั้งยังเป็นระดับเทพมังกรที่แข็งแกร่งมาก คุณไปได้มันมาจากไหนกัน ” ไป๋ซู่เจินพูดขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เผ่าพันธุ์ของเธอสืบเชื้อสายมาจากมังกร จึงทำให้สามารถสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจของเจ้าของเลือดได้ชัดเจน
“ นี่มันยอดเยี่ยมมาก…หากมีของสิ่งนี้ ขอเวลาฉันเพียงสองอาทิตย์ฉันจะทำให้พวกเธอขึ้นสู่ระดับเซียนปีศาจได้แน่นอน ” ซูต๋าจี่พูดขึ้นด้วยความมั่นใจ
ทันใดนั้น…ดวงตาเธอที่มองไปทางจ้าวเทียนก็เปล่งประกายระยิบระยับออกมา
ปุ้ง!
เธอได้แปลงร่างเป็นจิ้งจอกน้อยกระโดดไปเกาะอยู่บนไหล่ของจ้าวเทียน แล้วส่งสายตาออดอ้อนมาให้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน