จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน นิยาย บท 189

หลังจากที่กระบี่ของจ้าวเทียน เด็ดศีรษะปรมาจารย์ฝ่ายศัตรูในเสี้ยววินาที บรรยากาศรอบด้านก็ตกอยู่ในความเงียบ ได้ยินเสียงลมหายใจที่ระบายออกมาอย่างแผ่วเบา ด้วยความหวาดกลัวของทหารฝ่ายแม่ทัพตาเดียว

กระบวนท่าสังหารของจ้าวเทียน ได้สร้างความกดดันในใจของฝ่ายศัตรูทุกคน

“ ก่อนหน้านี้…แกปิดบังพลังฝีมือไว้งั้นเหรอ ” แม่ทัพตาเดียวพูดขึ้นด้วยแววตาเฉียบคม เขาจำการต่อสู้ครั้งที่แล้วได้ อีกฝ่ายมีพลังฝีมือเพียงระดับผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงเท่านั้น

‘ หรือชายคนนี้จะเป็นอาวุธลับที่องค์หญิงเตรียมเอาไว้…ไม่สิ ไม่น่าจะใช่ เพราะหากเป็นแผนการขององค์หญิง เขาควรปรากฏตัวตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ’

‘ ตอนนี้ฝ่ายขององค์หญิงตายไปเกือบหมด…ต่อให้เพิ่มชายคนนี้มาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ ขอเพียงฉันจัดการเขาซะ เรื่องทุกอย่างก็จบลงอยู่ดี ’

เมื่อคิดได้แบบนั้น แม่ทัพตาเดียวก็ยกมือส่งสัญญาณ

พรึบ!

ทหารสิบห้าคนรีบวิ่งไปล้อมพวกองค์หญิงเอาไว้ทันที ส่วนอีกห้าคนก็เล็งเป้าหมายไปที่คังหลิน

เหตุการณ์ทุกอย่างแทบจะเกิดขึ้นในพริบตา แสดงให้เห็นถึงการได้รับการฝึกฝนมาอย่างโชกโชนของทหารเหล่านี้

แย่แล้ว…

ฉินฟ่านเออร์มีแววตาเปลี่ยนไป เธออ่านความคิดของแม่ทัพตาเดียวออก หากปล่อยให้อีกฝ่ายสังหารจ้าวเทียนได้ พวกเธอก็คงไม่รอดเช่นกัน

“ อารอง…อู่ฮั่นเป็นความหวังของพวกเรา ฉันไม่อาจปล่อยให้เขาจบชีวิตลงที่นี่ คุณต้องพาเขาหลบหนีไปให้ได้ ฉันจะยอมเป็นเหยื่อล่อเอง ” เธอกระซิบบอกชายสวมหน้ากากที่ยืนคุ้มกันอยู่ด้วยเสียงแผ่วเบา

ความจริงแล้ว ชายคนนี้เป็นน้องชายแท้ๆของมารดาฉินฟ่านเออร์ มีชื่อว่าฟางหยวน เขายอมทำลายโฉมหน้าและตอนตัวเอง เพื่อทำหน้าที่ปกป้องพวกเธอสองพี่น้อง

ด้วยความเสียสละของเขา ทำให้เขาเป็นผู้ที่ฉินฟ่านเออร์ไว้ใจที่สุด และยอมบอกแผนการทุกอย่างแบบไม่เคยปิดบัง

“ องค์หญิง…นี่คุณ ” ฟางหยวนพูดขึ้นด้วยแววตาเจ็บปวด

ตั้งแต่ที่พี่สาวของเขาเสียชีวิต เขาก็ดูแลเด็กสองคนนี้ราวกับเป็นลูกของตัวเอง เขารู้นิสัยของเธอดี อะไรก็ตามที่เธอได้ตัดสินใจไปแล้วจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

จากนั้นฉินฟ่านเออร์ก็กระซิบบอกแผนการที่เธอคิดเอาไว้…

อีกทางด้านหนึ่ง คังหลินที่ถูกทหารระดับผู้เชี่ยวชาญล้อมเอาไว้ ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย อีกฝ่ายดูถูกเขาเกินไปแล้ว ถึงส่งคนเข้ามาแค่นี้

“ ว่ายังไงล่ะ…กลัวจนขยับไม่ได้เลยสินะ ฉันละแปลกใจจริงๆที่แกยังไม่ตาย ทั้งๆที่ฉันเป็นคนฆ่าแกเองกับมือ ” ทหารคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม ในมือเขาถือดาบโค้งสองเล่มเอาไว้ ควงสลับไปมาอย่างรวดเร็ว

“ เรารีบจัดการไอ้กระจอกนี่เถอะ…จะได้ไปช่วยท่านแม่ทัพ ” ทหารถือหอกอีกคนพูดตัดบทขึ้น ความสนใจของเขาอยู่ที่การต่อสู้ของท่านแม่ทัพกับจ้าวเทียนมากกว่า ส่วนคังหลินนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

ก็แค่ผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงเพียงคนเดียว แถมยังเป็นพวกคุณชายตระกูลใหญ่ไร้น้ำยา จะมาสู้กับทหารผ่านศึกอย่างพวกเขาได้อย่างไร

ทันใดนั้น!

เปรี้ยง! ตูมม!

เสียงปะทะกันอย่างรุนแรงได้ดึงดูดความสนใจของทุกคนในทันที มองเห็นเงาร่างสองสายผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว

เมื่อครู่นี้แม่ทัพตาเดียวได้ควงขวานสงครามขนาดใหญ่พุ่งใส่จ้าวเทียนอย่างดุดัน เขาเลือกจังหวะที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว

แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างอยู่ในการคำนวณของจ้าวเทียนตั้งแต่แรก เขาจงใจเปิดเผยจุดอ่อนให้อีกฝ่ายเอง

ตั้งแต่ที่เมล็ดพันธุ์เซียนของเขาอยู่ในภาวะจำศีลเพื่อซ่อมแซมตัวเอง ทำให้เขาใช้ได้เพียงพลังกายเท่านั้น ส่วนพลังลมปราณ เนื่องจากมันได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเมล็ดพันธ์ุไปแล้วจึงไม่สามารถใช้ได้

เคราะห์ดีที่จ้าวเทียนฝึกฝนทั้งร่างกายและวิถีเซียน ทำให้พละกำลังของเขามีมากกว่าผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันหลายเท่านัก แม้จะยังมีอาการบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ด้วยพลังเพียงสามส่วนของเขาในตอนนี้ ก็เพียงพอที่จะกำราบอีกฝ่ายได้สบาย

“ นี่แกยังเป็นมนุษย์อยู่หรือ” แม่ทัพตาเดียวพึมพำออกมาด้วยความตกใจ มือข้างที่จับขวานสงครามอยู่ยังสั่นสะท้านไม่หยุด ในการปะทะกันเมื่อครู่ เขาไม่รู้สึกถึงกระแสปราณของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

‘ หรือว่า…ชายคนนี้เป็นผู้ฝึกกาย แต่เคล็ดวิชาฝึกกายถูกเก็บไว้เป็นความลับของสำนักเซียนเท่านั้น เขาจะไปฝึกฝนมันได้อย่างไร ’

หืม…

จ้าวเทียนก้มมองกระบี่ในมือด้วยสีหน้าครุ่นคิด เมื่อครู่เหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง

‘ นี่มันคล้ายกับที่ฉันสัมผัสได้ตอนต่อสู้กับพวกผู้อาวุโสซู่หยาง…จากนั้นก็เป็นตอนที่เปิดศึกกับสำนักง้อไบ๊ ’

‘ ยิ่งฉันใช้เคล็ดกระบี่บูรพาสังหารเท่าไหร่…ฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองประสานเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่มากขึ้นเท่านั้น แต่ด้วยพลังอันมหาศาลของเมล็ดพันธุ์เซียนของฉันที่ปลดปล่อยออกมา มันได้บดบังความรู้สึกนั้นเอาไว้ ’

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน