จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน นิยาย บท 223

การมาถึงของกำลังเสริมจากสำนักสุสานโบราณ ทำให้กงเสี่ยวเหมยรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าเธอจะรู้สึกสงสัยในท่าทีที่สนิทสนมของศิษย์พี่อาวุโสกับพวกคนจากสำนักหัวซานที่มาใหม่ก็ตาม

“ ศิษย์พี่หญิง…เรื่องนี้ ” กงเสี่ยวเหมยรีบเล่าเรื่องทุกอย่างให้ หญิงงามชุดขาวที่เป็นผู้นำของเหล่าศิษย์ในสำนักฟัง

หญิงสาวคนนี้มีชื่อว่ากงหมิงยู่ เธอดูคล้ายรูปปั้นเทพธิดามากกว่าเป็นมนุษย์ แม้จะมีรูปโฉมที่งดงามมาก แต่กลับดูเย็นชาไร้อารมณ์

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากกงเสี่ยวเหมย กงหมิงยู่ก็เพียงขมวดคิ้วเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร

กงเสี่ยวเหมยต้องการให้ศิษย์พี่หญิง ยื่นมือเข้าช่วยชายสามหน้ากากคนนั้น แต่อีกฝ่ายกลับไม่แสดงท่าทีแม้แต่น้อย ทำให้กงเสี่ยวเหมยทำตัวไม่ถูก

สิ่งที่กงเสี่ยวเหมยพูดมาทั้งหมด ไม่ได้ใช้วิธีส่งเสียงทางลมปราณแต่อย่างใด ทำให้ทุกคนที่เพิ่งมาถึงต่างก็ได้ยินจนหมด

หลังจากที่ให้คนพาผู้ที่ได้รับบาดมารักษา ชายหนุ่มที่เป็นผู้นำของเหล่าศิษย์จากสำนักหัวซานก็เดินตรงเข้ามาหากงเสี่ยวเหมยแล้วพูดขึ้นด้วยท่าทีกดดัน

“ เท่าที่เธอพูดมา…ดูเหมือนคนที่ไร้เหตุผลและเป็นคนผิด จะเป็นทางฝ่ายของฉันเลยนะ ขอถามหน่อยได้ไหม เธอเกี่ยวข้องยังไง กับชายสวมหน้ากากคนนั้นหรือเปล่า ทำไมถึงต้องการจะช่วยเขานัก”

ชายหนุ่มคนนี้คือโจวซีห่าว เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของฝ่ายลมปราณสำนักหัวซาน มีพลังฝึกตนอยู่ในขอบเขตเซียนขั้นกลาง ทั้งที่มีอายุเพียงแปดสิบห้าปีเท่านั้น

เนื่องจากเขาบรรลุขอบเขตเซียนก่อนอายุห้าสิบปี ทำให้ใบหน้าของเขายังดูหนุ่มแน่นเหมือนคนอายุยี่สิบ

สำหรับศิษย์สำนักโบราณแล้ว การบรรลุขอบเขตเซียนก่อนอายุร้อยปี จะสามารถขึ้นเป็นศิษย์หลักได้ และหลังจากอายุถึงร้อยปีแล้ว จะถูกวางตัวให้เป็นผู้อาวุโสของสำนักต่อไป ส่วนตำแหน่งที่ได้รับ จะขึ้นอยู่กับขอบเขตฝึกตนในเวลานั้น

“ ฉัน…ฉันเพิ่งพบเขาครั้งแรก ” กงเสี่ยวเหมยตอบตามตรง

แม้ว่าภายในใจเธอจะรู้สึกว่าชายคนนั้นคล้ายกับคนที่เธอคุ้นเคย แต่เธอเองก็รู้ดีว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะประตูมิติสู่โลกภายนอกยังไม่ถึงเวลาเปิดออก

( สำนักสุสานโบราณอยู่ในสถานที่เร้นลับแห่งหนึ่งซ่อนตัวจากโลกภายนอก ทำให้ไม่เห็นประกาศิตล่าสังหาร แถมเมื่อพวกเธอออกมา ก็มีภารกิจสำคัญที่ต้องทำจึงไม่ได้สนใจเรื่องอื่น กงเสี่ยวเหมยจึงไม่รู้ว่าจ้าวเทียนเข้ามาแล้ว )

“ เธอเพิ่งพบเขาครั้งแรก ก็ไม่แปลกที่จะไม่รู้ว่าเขาก่อเรื่องอะไรมาบ้าง เห็นแก่หน้าพี่หมิงยู่ฉันจะไม่เอาเรื่องที่เธอพูดจาแบบนั้นออกมา ” โจวซีห่าวพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง ตอนนี้เขาไม่ได้สนใจจ้าวเทียนแม้แต่น้อย

เพราะสถานที่แห่งนี้คือสำนักหัวซาน ซึ่งเป็นบ้านของพวกเขา ต่อให้จ้าวเทียนจะแข็งแกร่งเหนือมนุษย์แค่ไหน ก็เป็นเพียงปรมาจารย์ขั้นกลางเท่านั้น

ซึ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าขุมกำลังที่แท้จริงของพวกเขา…

อีกฝ่ายไม่มีทางหนีรอดออกไปได้แน่นอน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือจัดการเรื่องของสำนักสุสานโบราณเสียก่อน

“ เสี่ยวเหมยรีบขอโทษน้องซีห่าวเดี๋ยวนี้…พวกเรากับสำนักหัวซานตกลงเป็นพันธมิตรกันแล้ว เธอไม่สมควรพูดเข้าข้างคนนอก ” กงหมิงยู่พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ แต่จากน้ำเสียงของเธอนั้นถือเป็นการออกคำสั่ง

“ ฉัน… ” กงเสี่ยวเหมยรู้สึกอับอายมาก เธอพูดความจริงทุกอย่าง ทั้งหมดเป็นสำนักหัวซานยกพวกมาหาเรื่องก่อน แต่สุดท้ายเธอกลับต้องเป็นฝ่ายขอโทษงั้นเหรอ

“ ก่อนที่จะออกเดินทาง…เจ้าสำนักของพวกเราพูดไว้ว่ายังไง จำได้ไหม ” กงหมิงยู่ส่งเสียงทางลมปราณเตือนสติกงเสี่ยวเหมย ทำให้เธอคิดได้ในทันที

‘ ท่านเจ้าสำนักบอกให้พยายามดึงสำนักหัวซานมาเป็นพันธมิตร เพื่อช่วยเหลือพวกเราต่อสู้กับสำนักสราญรมย์ ’

กงเสี่ยวเหมยคิดขึ้นด้วยท่าทีลำบากใจ แท้จริงแล้วไม่กี่วันที่ผ่านมาเจ้าสำนักสราญรมย์ได้มาเยือนที่สำนักของพวกเธอ

แล้วยื่นข้อเสนอให้ศิษย์ที่โดดเด่นในสำนักสุสานโบราณเกือบยี่สิบคน ไปฝึกฝนแบบคู่กับศิษย์หลักเพศชายของสำนักสราญรมย์

คนพวกนั้นต้องการใช้พลังหยินบริสุทธิ์ของพวกเธอ…

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มีใครยอมอยู่แล้ว ทุกคนต่างก็รู้จักชื่อเสียงเหลวแหลกของสำนักนี้ดี ซึ่งตัวกงเสี่ยวเหมยและกงหมิงยู่เอง ก็อยู่ในรายชื่อที่อีกฝ่ายต้องการด้วยเช่นกัน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน