เจาะมิติพลิกชีวิตแม่หญิงชาวบ้าน นิยาย บท 31

“ท่านแม่ ท่านกำลังพูดจาไปเรื่อยอะไรอยู่? กู้เอ้อยาอีอ้วนนั่น ข้าจะไปเสียดายที่ถอนหมั้นกับนางทำไม?”

สีหน้าสวีจิ้นหยวนเต็มไปด้วยความโกรธเคือง “ถ้าท่านยังพูดเรื่องแบบนี้อีก ข้าก็จะอยู่ที่สำนักแล้วไม่กลับมาอีกเลย”

แม่ม่ายสวีร้อนใจขึ้นมาทันที “เป็นความผิดของแม่เอง แม่ไม่พูดแล้ว แม่ก็เพราะเป็นห่วงเจ้า พอเห็นว่าบ้านตระกูลกู้ยิ่งอยู่ก็ยิ่งเจริญขึ้น ไม่แน่ต่อไปกู้เหวินจูนอาจจะสอบติดซิ่วฉายด้วย……”

“นอกจากข้า จะไม่มีใครสอบติดซิ่วฉายทั้งนั้น!”

สวีจิ้นหยวนพูดขัดแม่ม่ายสวีไปด้วยใบหน้ามืดมน “กู้เหวินจูนคือตัวอะไร เขาคู่ควรในการสอบซิ่วฉายด้วยเหรอ? แล้วก็ตระกูลกู้ รอให้ข้าสอบติดซิ่วฉายแล้ว จะไม่มีทางให้พวกมันอยู่เย็นเป็นสุขแน่”

โดยเฉพาะกู้หมิงซวง เขาจะต้องจัดการนางให้ตายให้ได้!

พูดจบ สวีจิ้นหยวนก็หมุนตัวเดินไปเลย

จ้องมองแผ่นหลังของลูกชาย แล้วแม่ม่ายสวีก็ถอนหายใจออกทีหนึ่ง นางรู้ว่าสวีจิ้นหยวนกำลังโทษตัวเองอยู่ ตอนนั้นไม่ควรหมั้นหมายกันตอนเด็กให้เขากับกู้หมิงซวง จนทำให้เขาต้องถูกผู้คนนินทาลับหลัง

แต่นางเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว แล้วก็ไม่มีความสามารถในการดำรงชีวิตอะไร ถ้าไม่หมั้นหมายกันในครั้งนั้น แล้วจะเลี้ยงดูสวีจิ้นหยวนได้ยังไง? หลายปีมานี้ สวีจิ้นหยวนมีค่าใช้จ่ายในสำนักมากมาย แค่หนังสือเล่มเดียวก็สองตำลึงแล้ว เพื่อให้ลูกชายได้ศึกษาเล่าเรียน นางจึงต้องหน้าด้านหน้าทน คอยแอบเป็นคบหากับพวกผู้ชายแก่ในหมู่บ้าน ซึ่งไม่รู้ว่าถูกคนหัวเราะเยาะลับหลังไปเท่าไหร่แล้ว

ตอนนี้แม่ม่ายสวีได้แต่เฝ้าหวังว่าสวีจิ้นหยวนจะฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง รีบสอบให้ติดซิ่วฉาย นางจะได้ไม่ต้องถูกคนอื่นเหยียบย่ำแบบนี้อีก

หยิบผักด้านข้างขึ้นมา แล้วแม่ม่ายสวีก็หมุนตัวไปทำอาหารในครัว

……

ในขณะเดียวกัน กู้หมิงซวงได้โยนสวีจิ้นหยวนออกไปจากสมองตั้งนานแล้ว กำลังกลับไปที่บ้านตระกูลกู้พร้อมกับพวกนางเฉา

พอมาถึงหน้าประตู ก็เห็นกู้เสี่ยวซานก้าวขาสั้น ๆ เดินมาหา และวิ่งอย่างตื่นเต้นออกมาจากด้านในตลอดทาง

“ท่านแม่ ท่านพี่ ในที่สุดพวกท่านก็กลับมาแล้ว!”

นางเฉารีบรับตัวเขาเอาไว้ แล้วรวบเข้ามากอดไว้ในอก แล้วพูดขึ้นอย่างรักใครว่า “เจ้าวิ่งเร็วขนาดนี้ทำไม เกิดหกล้มไปจะทำยังไง?”

กู้เสี่ยวซานสูดลมหายใจไปทีหนึ่ง จากนั้นก็พูดเสียงดังขึ้นว่า “ท่านแม่ ท่านพ่อฟื้นแล้วขอรับ! ท่านพ่อฟื้นแล้ว!”

“อะไรนะ?”

พอได้ยินคำพูดนี้ นางเฉาตื่นเต้นยิ่งกว่ากู้เสี่ยวซานซะอีก จนแทบจะกระโดดขึ้นมาเลย นางวางกู้เสี่ยวซานลง แล้วก็วิ่งราวกับจะบินเข้าไปในบ้าน

บนเตียงนอน กู้หย่วนเต้าลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว กำลังจ้องมองมาที่นางเฉาแล้วถามนางว่าหลายวันมานี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง พวกเด็ก ๆ สบายดีหรือเปล่า

“สบายดี สบายดีทุกคน”

นางเฉาก้มหน้าปาดน้ำตาไป ทั้งตื่นเต้นแล้วทั้งเสียใจ ด้านหนึ่งก็ดีใจที่กู้หย่วนเต้าฟื้นขึ้นมาแล้ว อีกด้านหนึ่งก็เป็นกังวลว่าถ้าเขารู้เรื่องที่มือตัวเองพิการไปแล้ว จะยอมรับได้หรือเปล่า

“พ่อของลูก บนตัวท่านมีตรงไหนที่รู้สึกไม่สบายบ้างหรือเปล่า? หิวหรือยัง ให้ข้าไปทำอะไรให้ท่านกินหน่อยไหม?”

“ข้าไม่หิว อย่าวุ่นวายไปเลย……”

กู้หย่วนเต้าอยากยกมือขึ้นไปดึงนางเฉา แต่กลับพบว่ามือทั้งคู่ของตัวเองออกแรงไม่ได้เลย ในใจเย็นวาบขึ้นมาทันที

“มือข้าเป็นอะไรไป? ทำไมออกแรงไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว?”

นางเฉาน้ำตาร่วงราวกับหยาดฝนขึ้นมาทันที และกลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ออกไป จึงเอามืออุดปากตัวเองไว้แน่นและปาดน้ำตาไป

“แม่ของลูก เจ้าอย่างร้องไห้ซิ……หรือว่ามือข้า……มือข้าพิการไปแล้วใช่หรือไม่?”

นางเฉาร้องไห้จนเป็นแบบนี้ กู้หย่วนเต้าก็รู้สึกปวดใจไม่หยุด ในใจเกิดความคิดไม่ดีอย่างหนึ่งขึ้นมา หลังจากที่ตื่นขึ้นมาแล้ว เขารู้สึกเหมือนว่ามือทั้งคู่เหมือนจะไร้ความรู้สึกไป แม้แต่ความเจ็บก็ยังรู้สึกเลย

มาตอนนี้ ในใจก็ยิ่งมั่นใจขึ้นมาอีกหลายเท่า

“มือข้าพิการไปแล้วจริง ๆ หรือ?”

“อย่าพูดไปเรื่อยซิ พิการไม่พิการอะไร จะต้องดีขึ้นแน่ ๆ” นางเฉาเช็ดน้ำตาจนแห้ง แล้วรีบพูดขึ้นว่า “เจ้านอนพักผ่อนไปให้ดีก่อน เดี๋ยวข้าไปฆ่าไก่ตัวหนึ่งมาตุ๋นให้เจ้ากิน”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เจาะมิติพลิกชีวิตแม่หญิงชาวบ้าน