ตอนที่ 3015 : ผลลัพธ์ (1)
รอยแยกมิตินั้นเต็มไปด้วยแสงหลากสี พลังอันปั่นป่วนและคลื่นพลังที่กระจายออกมา พลังที่เพียงพอปลิดชีวิตยอดฝีมือขอบเขตบรรพกาลหลายคน
ในตำแหน่งหนึ่งในรอยแยกมิตินั้นการต่อสู้ระหว่างหัวหน้าพิรุณกับบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งได้ขึ้นไปถึงขีดสุด ทั้งสองได้สู้กันอย่างดุเดือด พลังที่พวกนางใช้ออกมากระจายไปกว่าหลายล้านกิโลเมตร มันทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า เศษเสี้ยวพลังงานกระจายไปทั่วทั้งมิติ มันถึงกับเกิดวังวนพลังงานขนาดต่าง ๆ ขึ้นมาด้วย
ที่นั่นร่างของพวกนางหายลับไปกับตา มีแค่ลูกบอลพลังแสงที่ยังพอมองเห็นได้อยู่ บอลแสงเหล่านี้เข้าปะทะกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลูกบอลแต่ละลูกนี้แสดงถึงโลกทั้งใบ มันได้สร้างพลังทำลายล้างขึ้นมาในตอนที่ปะทะกันซึ่งน่าตกใจอย่างมาก
“เขตแดนหิมะ ! ” ตอนนั้นเองบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งก็ได้ตะโกนขึ้นมาพร้อมหิมะที่เอ่อล้นไปทั่วมิติ อาณาจักรลวงตาเริ่มก่อตัวขึ้นครอบคลุมโดยรอบแทบจะในทันทีก่อนจะห่อห้ามทุกอย่างเข้าไปในเขตแดนนี้
หัวหน้าพิรุณไม่อาจจะหลีกเลี่ยงมันได้ นางถูกสูบเข้าไปและปรากฏตัวขึ้นในเขตแดนหิมะ
ต่อมาเขตแดนหิมะก็ได้ระเบิดแสงสว่างจ้าออกมาพร้อมใบมีดน้ำแข็ง, ธนูน้ำแข็งและหอกน้ำแข็งนับไม่ถ้วนที่พุ่งเข้าหานางจากทุกทิศทาง การโจมตีแต่ละอันนั้นมีพลังอันน่าตกใจ
นี่คือการโจมตีแบบกลุ่มที่มากันทีละชุด ๆ ครอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ มันราวกับการโจมตีจากกองทัพ พวกมันต่างก็มุ่งหน้าเข้าหาหัวหน้าพิรุณ
พลังของฝนห่อหุ้มตัวหัวหน้าพิรุณ เอาไว้คอยบดบังร่างนาง ตอนที่นางยืนอยู่ในเขตแดนหิมะนั้น นางก็ยังคงแสดงสีหน้าเยือกเย็นออกมา แม้แต่ตอนที่การโจมตีพุ่งเข้ามาเองก็เช่นกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีที่มาจากทุกทิศทาง นางก็ไม่ได้เคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น นางแค่ยกมือขึ้นก่อนจะผลักมันออกไปเบา ๆ
จากนั้นเขตแดนหิมะก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง มิตินั้นราวกับจะถล่มออก ไม่ใช่แค่วิวรอบข้างที่พร่ามัว แต่การโจมตีทีเข้ามานั้นต่างก็แตกออกในพริบตา เปลี่ยนเป็นลำแสงน้ำแข็งที่สลายไปในเขตแดนหิมะ
แต่ทักษะระดับเทพอย่างเขตแดนหิมะนั้นคือทักษะสูงสุดจากศาลาเทพธิดาน้ำแข็ง นิกายหิมะถือว่ามันคือสมบัติของนิกาย ดังนั้นพลังของมันจึงมากกว่าที่แสดงออกมาแน่
จากนั้นก็มีร่างขนาดใหญ่ปรากฏตัวขึ้นมาในเขตแดนหิมะหลังจากที่น้ำแข็งสลายหายไป
พวกนั้นคือยักษ์หิมะน้ำแข็งที่สูงกว่า 300 ม. พวกมันใส่เกราะน้ำแข็งและถือหอก พวกมันเหมือนกับผู้พิทักษ์ที่ดูไร้เทียมทาน
แม่ทัพน้ำแข็งหิมะทั้งสี่มีระดับการบ่มเพาะเท่ากับผู้ใช้ พวกมันมีความแข็งแกร่งทัดเทียมอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 6
แต่จุดอ่อนของมันคือพวกมันไม่ได้มีความสามารถในการท้าทายคนที่อยู่ระดับสูงกว่าเหมือนกับบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็ง
แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่พวกมันก็ยังถือว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งเมื่อดูจากจำนวนของมัน
มันเท่ากับอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 6 จำนวน 4 คน ในที่ราบขั้วน้ำแข็งนั้นกองกำลังนี้ถือว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่ง
แต่แม่ทัพทั้งสี่เกิดมาจากอาณาจักรหิมะนั้นเหมือนจะเป็นอมตะจริง ๆ ต่อมามันก็ได้สร้างร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งโด่งดังกับการที่มีความสามารถในการท้าทายยอดฝีมือชั้นสวรรค์ที่ 7 แต่มันไม่ใช่เพราะทักษะการบ่มเพาะและระดับการบ่มเพาะของนางตอนนี้ แต่เป็นทักษะที่นางใช้ออกมาในตอนนี้ เขตแดนหิมะ นางพึ่งทักษะนี้ถึงได้รับมือกับยอดฝีมือชั้นสวรรค์ที่ 7 ได้
แม่ทัพทั้งสี่มีพลังทัดเทียมกับอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 6 ทั่วไป แต่ข้อได้เปรียบของมันคือฆ่าไม่ตาย เมื่อพวกมันสลายตัวไปแล้ว พวกมันจะสร้างร่างขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง การเผชิญหน้ากับศัตรูแบบนี้ไม่รู้จบนั้นแม้แต่อัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 7 ก็ไม่อาจจะตอบโต้ได้หากประมาท
“เฮ้อ” แต่ตอนนั้นหัวหน้าพิรุณได้ใช้พลังของฝนพร้อมกับถอนหายใจออกมา นางได้พูดขึ้นด้วยท่าทีผิดหวัง “บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็ง หากนี่คือความสามารถทั้งหมดที่เจ้ามีแล้ว งั้นการต่อสู้ของเราคงต้องยุติที่ตรงนี้”
เมื่อพูดจบ พลังฝนรอบตัวหัวหน้าพิรุณก็บวมเปล่งขึ้นมา มันราวกับอาณาเขต มันได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและกลืนกินเขตแดนหิมะไปเหมือนกับที่นางทำกับนิกายหิมะมาก่อนหน้านี้
“นะ…นี่เป็นไปไม่ได้ ! ” บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็ง ตะลึงพร้อมกับพูดขึ้นมาเสียงดังก้องไปทั่วเขตแดนหิมะ
หลังจากนั้นอาณาจักรลวงตาของนางก็หายไปในพลังแห่งฝน มองจากภายนอกแล้วนอื่น ๆ เห็นแค่ลูกบอลพลังงานที่บวมเปล่งก่อนจะหดตัวลงแล้วบวมเปล่งขึ้นมาใหม่
มันเป็นแบบนี้ไปสักพักก่อนจะเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น พลังแห่งฝนรอบอาณาจักรได้ระเบิดออกพร้อมกับอาณาจักรที่ถูกทำลายไปเพราะการระเบิดนี้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เทพกระบี่มรณะ
จบแล้วหรอ...
ทำไมยังไม่ลงบทใหม่...
ลงครั้งละ สี่ ห้า บท ได้ไหม...
กรุณาลงบทครั้งละหลายบทหน่อยนะครับ ชอบ ๆ...
รออ...
ตอน 1419-1420 หายครับ...
จบแล้ว......
มีต่อไหมครับ...
เมื่อไรจะอัพเดทค้าบ รอนานแล้ว...
ต่อๆๆๆ...