เข้าสู่ระบบผ่าน

หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง นิยาย บท 104

แม้ว่าบนใบหน้าของถูหมิงซวนจะไม่แสดงอาการใดๆ ทว่าดวงตากลับแดงก่ำ ซึ่งดูก็รู้ว่าโกรธไม่น้อย เพราะแม้แต่ขอบตาก็ยังแดงด้วย

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" ถูชิวหลานมองไปที่เหลียงปินที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ด้านใน และถามเสียงเบา "ทำไมอยู่ดีๆ เหลียงปินถึงตกน้ำ?"

ที่สำคัญที่สุดคือ ตอนที่ตกน้ำมีถูซินเยว่อยู่ใกล้ๆ ด้วย ซึ่งชวนสงสัยอย่างมาก

หากเป็นเมื่อก่อน สภาพอย่างถูซินเยว่ ต่อให้เธอพลีกายให้เหลียงปิน อย่างมากถูชิวหลานก็แค่เหน็บแนมเยาะเย้ยเท่านั้น

แต่ตอนนี้นั้นแตกต่างไปแล้ว ถูซินเยว่ลดความอ้วนแล้ว หน้าตาก็ดูดีน่ารัก ถูชิวหลานรู้ใจู้ชายดีที่สุด เรื่องนี้เหลียงปินต้องมีอะไรที่ผิดปกติ มิเช่นนั้นถูหมิงซวนก็คงไม่กังวลมากขนาดนี้

"ท่านแม่!" อย่างที่คาดเดาไว้ เมื่อได้ยินคำพูดของถูชิวหลาน น้ำตาของถูหมิงซวนก็ไหลลงจากหางตา นางด่าทอด้วยความรู้สึกทั้งโมโหทั้งแค้นใจว่า "เหลียงปิน...เหลียงปินเขามันแย่มาก เขาไปแอบนัดพบกับถูซินเยว่ที่ข้างลำธาร"

ถูหมิงซวนเล่าเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่ตนเองเห็นให้ถูชิวหลานฟัง ซึ่งก็ไม่ลืมที่จะใส่สีตีไข่เพิ่มด้วย และบอกด้วยว่าถูซินเยว่ใช้นิ้วมือยั่วยวนเหลียงปินอย่างไร

"ถุ้ย นังแพศยา แม้แต่พี่เขยก็ไม่เว้น สงสัยจะเบื่อโลกแล้ว" หลังจากที่ถูชิวหลานฟังจบ ก็โกรธมากกว่าถูหมิงซวนเสียอีก และด่าว่า "เดิมทีนางหลินก็สำส่อน ตอนนี้มีลูกสาวก็ดอกทองเช่นกัน"

ยังปีใหม่อยู่เลย สามีของตนเองก็อยู่ในบ้าน แต่ก็กลางวันแสกๆ ยังกล้าให้ท่าเหลียงปินช่างไร้ยางอายเสียจริง!

ไร้ยางอาย!

ถูชิวหลานโกรธมาก และด่าทอในใจต่ออีกเล็กน้อย

"ท่านแม่ เหลียงปินทำเกินไปแล้ว ข้าไม่อยากใช้ชีวิตกับเขาต่อไปแล้ว" ถูหมิงซวนหยิบผ้าเช็ดหน้าอออกมาปิดหน้าตนเองเอาไว้ เดิมทีนางคิดว่าถูชิวหลานจะยืนอยู่ข้างตนเอง แต่เมื่อจบประโยค ก็นึกไม่ถึงว่าถูชิวหลานจะยื่นมือมาหยิกนางอย่างแรงทีหนึ่ง

"พูดบ้าอะไรของเจ้า?!"

ถูชิวหลานจ้องอีกฝ่ายด้วยความโกรธ พูดอย่างตกใจว่า "เจ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร? ถึงพูดออกมาไม่คิด เจ้าแต่งงานกับเหลียงปินแล้ว เจ้ามาบอกไม่อยากไปต่อ แล้วเจ้าจะทำอย่างไร? กลับบ้าน? อนาคตจะยังมีเอาเจ้าอีกหรือไง? หน้าตาของบ้านตระกูลถูจะถูกเจ้าขายทิ้งหมดแล้ว!"

ในยุคโบราณการหย่าถือเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าหากถูหมิงซวนถูกเหลียงปินหย่าจริงๆ ไม่เพียงแต่แม่เฒ่าตระกูลถูจะอับอายขายหน้า และไม่เอ็นดูรักใคร่ถูหมิงซวนอีกต่อไป แม้แต่ตัวถูชิวหลานเองก็รู้สึกอับอายเช่นกัน!

อีกอย่างตระกูลเหลียงร่ำรวย อุตส่าห์ได้สามีมีเงินมีทอง แล้วจะบอกว่าเลิกก็เลิกเพียงเพราะความโกรธชั่ววูบได้อย่างไร?

"ท่านแม่ ทำไมท่านถึงยังเข้าข้างเหลียงปินอยู่เล่า?" ถูหมิงซวนมองอีกฝ่ายอย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมใช้มือกุมแก้มที่โดนหยิกจนแดงด้วยท่าทางน้อยอกน้อยใจที่สุด

ถูชิวหลานพูดเกลี้ยกล่อมด้วยความหวังดีว่า "เหลียงปินเป็นผู้ชาย ผู้ชายนั้นทนต่อการยั่วยวนไม่ได้ เจ้าจะโทษเขาทั้งหมดไมได้ เรื่องนี้ถ้าจะผิดก็ผิดที่ถูซินเยว่ เป็นเพราะนังกะหรี่ทำตัวไม่ดี"

ถูหมิงซวนกัดริมฝีปากล่าง ท่านแม่พูดถูก

เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของถูซินเยว่

แต่เหลียงปิน เขาไม่มีความผิดเลยอย่างนั้นหรือ?

เมื่อคิดไปถึงตอนก่อนแต่งงาน เหลียงปินเคยพูดคำลื่นปากหวานหู ไหนที่บอกว่าแต่งงานกับตนเองแล้ว ชีวิตนี้จะมองแค่คนเองคนเดียว จะเชื่อฟังทุกอย่าง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นดั่งตดหมาไปแล้ว

คำพูดผู้ชายนั้นมีแต่คำลวง!

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ น้ำตาของถูหมิงซวนก็ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่

"ท่านพี่ พี่เขยกำลังสอนหนังสือข้าอยู่ ท่านพี่รู้จักตัวอักษรตัวนี้ไหม?"

เสี่ยวเป้ยชี้ไปที่ตัวอักษรบิดๆ เบี้ยวๆ บนพื้น และถามด้วยความตื่นเต้น

ถูซินเยว่ก้มมองอยู่นาน ถึงมองออกว่านั้นคือตัวอักษร 'ถู' เธอยิ้ม แล้วยื่นมือไปลูบหัวของเสี่ยวเป้ยด้วยความเอ็นดู และจงใจพูดว่า "พี่ไม่รู้จัก เสี่ยวเป้ยรู้หรือไม่ว่ามันคืออักษรอะไร?"

"มันคืออักษร 'ถู' "เมื่อเสี่ยวเป้ยเห็นว่าถูซินเยว่ไม่รู้ ก็รีบตอบด้วยเสียงใส

อักษรตัวนี้เขารู้ แต่ท่านพี่ไม่รู้ นั่นทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมา! อีกอย่างความภาคภูมิใจนี้พี่เขยเป็นคนมอบให้เขา ยิ่งทำให้เสี่ยวเป้ยรู้สึกชอบผู้ชายที่อยู่ด้านหลังคนนี้มากขึ้นทันที

ถูซินเยว่ลูบหัวเสี่ยวเป้ยและพูดว่า "จะว่าไปอีกสองปีเจ้าก็น่าจะต้องเข้าสำนักบัณฑิตแล้ว ถึงตอนนั้นเจ้าก็ไปร่ำเรียนเขียนหนังสือในสำนักบัณฑิตเช่นเดียวกันกับพี่เขยดีรึไม่?"

"ดีขอรับ" เสียงเป้ยรีบตอบรับด้วยเสียงใส เขาชอบเรียนหนังสือ และอยากกลายเป็นคนที่เก่งกาจเช่นพี่เขยด้วย

ถูซินเยว่และซูจื่อหังอยู่เป็นเพื่อนเสี่ยวเป้ยในห้องพักใหญ่ๆ จนเมื่อถึงเวลาทานอาหาร ทั้งสองคนจึงจูงมือของเสี่ยวเป้ยออกไป

ครั้งนี้ คนของตระกูลถูอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยทีเดียว

ถูซินเยว่กวาดตามองไปรอบๆ จากตรงที่นั่ง และเริ่มไล่เรียงจำชื่อของทุกคน

คนที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธานคือถูเกินกับแม่เฒ่าตระกูลถู ต่อมาคือครอบครัวของซูเฟิ่งอี๋ และต่อมาคืออาเล็ก ถูชิวเหมยกับสวีเหวิน นางหลินกับถูซานนั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวเป้ยนั่งอยู่ระหว่างกลางของทั้งคู่

ถูชิวเหมยก็มีลูกสาวคนหนึ่ง เพียงแต่เด็กสาวดูอายุเพียงแปดเก้าขวบ นิสัยขี้อายมากๆ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง