มองดูความดื้อแพ่งของเหลียงปินแล้ว ถูชิวหลานก็โกรธจนควันแทบออกหู
ที่ผ่านมานั้น สิ่งที่นางภูมิใจที่สุด ก็คือให้ลูกสาวได้แต่งงานกับลูกเขยที่ดี แล้วนางก็จะได้เสวยสุขตาม แต่ตอนนี้ถูชิวหลานเพิ่งจะรู้ว่า ความคิดของตนในอดีตนั้น มันช่างโง่เขลาเสียนี่กระไร!
ก็ดูอย่างเหลียงปินนี่สิ ได้เสพสุขที่ไหนกัน?
"หมิงซวนเป็นเมียเจ้า แม้แต่ค่ายาของเมียตัวเองยังไม่จ่าย เจ้ายังเป็นคนหรือเปล่า?"
ถูชิวหลานด่าอย่างโกรธเคือง
ระหว่างนั้น สีหน้าของแม่เฒ่าตระกูลถูกับตาแก่ถูก็ใช่ว่าจะดีนัก ใบหน้าของถูหม่านยิ่งดำคร่ำเครียด บอกบุญไม่รับ นางหลินคิดจะพูดจา ถูซานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงได้จับมือของอีกฝ่ายเอาไว้
เมื่อครู่นี้พวกเขากระทำต่อถูซินเยว่และลูกเขยของตนอย่างไร ทั้งคู่ต่างก็เห็นกับตา และนี่เป็นเรื่องภายในของพวกเขา นางหลินกับถูซานไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวด้วย
นางหลินเข้าใจความหมายของถูซาน จึงได้พยักหน้าเห็นชอบ
ส่วนทางนี้ เหลียงปินฟังคำของถูชิวหลาน ยังคงพูดอย่างหน้าตาเฉยว่า "หมิงซวนเป็นเมียข้าก็จริง ถ้านางอยู่ตระกูลเหลียงแล้วได้รับบาดเจ็บ ค่ารักษาพยาบาล ข้าย่อมจ่ายให้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ นางบาดเจ็บที่บ้านตระกูลถู งั้นค่ารักษาก็ควรให้บ้านแม่เป็นฝ่ายชดใช้"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เหลียงปินก็เงยหน้ามองดูหมอและถามว่า "ค่ารักษาทั้งหมดเท่าไหร่"
"ห้าตำลึง" หมออยู่ข้าง ๆ มองดูอย่างเฉยชา ใคร ๆ ก็ว่าบ้านตระกูลถูลูกเล่นเยอะ เมื่อก่อนตนยังไม่เชื่อเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ดูแล้วแทบอยากซูฮกจริง ๆ ลูกเล่นแทบจะมาเป็นโหลได้กระมัง?
ขนาดค่ารักษาของเมียตัวเองยังเกี่ยงกันไปมา ไหนว่าถูหมิงซวนได้สามีแสนดีไม่ใช่หรือ ตอนนี้ดูแล้ว น่าจะตาบอดมากกว่า
"ห้าตำลึง?" เหลียงปินพอได้ยินจำนวนเงินเข้า ก็ยิ่งไม่เต็มใจที่จะจ่าย ว่าแล้วก็ชวนทะเลาะกับถูชิวหลานซะเลย
ถูหมิงซวนนั่งอยู่ข้าง ๆ ด้านหนึ่งเป็นบ้านแม่ของตน อีกด้านก็เป็นสามี ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยินยอมที่จะจ่ายเงินก้อนนี้ โดยเฉพาะเห็นความขี้เหนียวของเหลียงปินด้วยแล้ว ทำให้นึกได้ว่าก่อนหน้านี้นางอยู่บนเกวียน แล้วเจอเข้ากับหมาดำตัวใหญ่ เหลียงปินแทบไม่คิดช่วยเหลือนาง รีบหนีเอาชีวิตไว้ก่อน
นี่นางแต่งงานกับผู้ชายประเภทไหนกันหนอ?
ถูหมิงซวนยิ่งคิดก็ยิ่งเดือด ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ มองดูความอ้าปากพะงาบ ๆ ของเหลียงปินแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ตรงไปหิ้วถังน้ำสกปรกจากด้านข้าง แล้วราดใส่หัวเหลียงปินลงไปจนเปียกชุ่มทั้งตัว
เหลียงปิน "....."
คนตระกูลถู "....."
น้ำสกปรกนี้มันคือแหล่งรวมของเศษอาหาร ยังมีน้ำล้างชาม ซึ่งกำลังส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวและบูดเน่าอยู่ เมื่อถูกราดลงบนหัวของเหลียงปิน พลอยทำให้ทั้งบ้านตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นประหลาดเหล่านี้
เหลียงปินนิ่งไปนานคล้ายตั้งรับไม่ถูก และน้ำสกปรกยังค่อย ๆ ไหลจากใบหน้าเข้าสู่ปากของเขาอีก
"แหวะ.." ชายหนุ่มเปล่งเสียงเจ็บปวดออกมาคำหนึ่ง พร้อมกับหมดสติไปในฉับพลัน
ถูชิวหลานร้องกรี๊ดออกมา ถูหมิงซวนยืนอยู่ข้าง ๆ ในมือยังถือถังน้ำสกปรกนั่นอยู่ พลางมองดูเหลียนปินซึ่งอยู่ที่พื้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเย็นชาและรังเกียจ
ในขณะที่ตระกูลถูกำลังวุ่นวายกันอยู่ ถูซินเยว่กับซูจื่อหังก็เผ่นหนีไปไกลแล้ว
"เฮ่อ!" ระหว่างที่เดินอยู่ ถูซินเยว่ตบหน้าอกตัวเองเบา ๆ และพูดอย่างกลัว ๆ "ในที่สุดก็ออกจากบ้านตระกูลถูมาได้ หากไม่รีบออกมา เห็นทีท่านปู่กับท่านย่าต้องจับเราสองคนไปถลกหนังหัวเป็นแน่"
ซูจื่อหังจูงมือนางไว้ พร้อมกับลูบแขนเบา ๆ ถามว่า "มือยังเจ็บหรือเปล่า วันนี้เจอหมาบ้าตัวนั้น คงตกใจแย่สินะ?"
"ไม่เป็นไร" ถูซินเยว่โบกมือเล็กน้อย กล่าวอย่างไม่สนใจ "ถือว่าบริหารเส้นสายไป แต่ท่านป้าใหญ่ก็ช่างร้ายนัก ไม่พอใจเราสองคนยังพอว่า ยังปล่อยหมามากัดอีก แถมยังเป็นหมาบ้านอื่นอีกต่างหาก"
คราวก่อนหลี่เม่ากับเซี่ยตี้หยางขึ้นเขาไปหากับดักที่ถูซินเยว่วางไว้ และชวนต้าจู้ไปด้วย ไม่นึกว่า ระหว่างทางเจอหมีตาบอดเข้า ต้าจู้กลับหนีไปคนเดียวซะงั้น
ด้วยเหตุนี้ เมียต้าจู้เห็นพวกเขาจึงรู้สึกละอายใจกระมัง
ทั้งคู่กลับมาถึงบ้าน นางหยูกำลังก่อไฟอยู่หน้าเตา ถูซินเยว่เข้าบ้านทักทายนางแล้ว ก็เดินไปที่ข้างโต๊ะ คิดจะรินน้ำให้ตัวเองหนึ่งถ้วย
ไม่นึกว่า ปรายตาไปเห็นท่าทีของนางหยูดูกระสับกระส่าย คล้ายกับเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมา
"ท่านแม่ เกิดอะไรขึ้นหรือ?"
ถูซินเยว่จิบน้ำให้ชุ่มคอเล็กน้อย พลางถามอย่างแปลกใจ
เดิมทีนางหยูก็ไม่สบายใจอยู่แล้ว พอได้ยินคำถามของถูซินเยว่ก็ยิ่งสะดุ้งตกใจ เห็นนางก็ไม่รู้ว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รีบกล่าวตอบว่า "อ้อ พอดีสองวันนี้ไม่ค่อยมีแดด ข้ากลัวว่าปลาที่ตากไว้จะเน่าเสีย"
"ไม่หรอก ให้ปลาโดนลมก็ใช้ได้ หน้าหนาวจะไม่เน่าเสียง่าย" ถูซินเยว่นึกว่าเกิดเรื่องใหญ่อะไรซะอีก พอฟังว่าเป็นแค่เรื่องนี้ก็ค่อยโล่งอกหน่อย และไม่ได้ไปใส่ใจอีก
ตรงข้ามกับนางหยู พอเห็นถูซินเยว่คล้อยหลังไป สีหน้าก็ปรากฎร่องรอยแห่งความกังวลอีกครั้ง
นางเป็นห่วงแค่เรื่องปลาที่ไหนกันเล่า?
วันนี้หลังจากซักผ้าเสร็จ นางหยูก็กลับเข้าในบ้าน เห็นเสื้อบังทรงของตนจู่ ๆ อันตรธานหายไป ก็ให้ตกใจเป็นอย่างมาก หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ จึงรู้สึกกลัดกลุ้มใจ ไม่รู้จะไงต่อไปดี
หญิงม่ายมักถูกครหาได้ง่าย บัดนี้เสี้อบังทรงของนางหายไป หากเกิดอะไรขึ้นจริง แล้วจะแก้ไขยังไงดี
จำเพาะเรื่องเช่นนี้ นางจะพูดกับถูซินเยว่ก็ให้กระดากปาก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง
รออยู่นะคะ...
รอ.....,....
รอ.........
แอดจ๋า...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอคะ น่าสนุกมาก😭😭😭...
กำลังสนุกเลย ช่วยมาเพิ่มตอนให้ทีนะคะแอดมิน...
สนุกดี ไม่อัพต่อแล้วหรอค่ะ...