ซูจื่อหังพยักหน้าพลางความมั่นใจแวบผ่านดวงตา แล้วพูดว่า "วางใจเถอะ ไม่มีปัญหาแน่นอน"
รูปร่างอันสูงใหญ่ของเขาดูมั่นอกมั่นใจเหลือเกิน
ถูซินเยว่พยักหน้า หรี่ตายิ้มแล้วพูดว่า"ข้าเชื่อใจท่าน ท่านพี่ของข้าน่ะเก่งที่สุดอยู่แล้ว"
หน้าซูจื่อหังแดงขึ้นมา เมื่อหญิงสาวเข้ามาใกล้ ลมหายใจก็พ่นลงบนใบหน้าของเขา ทําให้เขาตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง แม้แต่ใบหูก็แอบแดงขึ้นมาด้วย
ในสมองของผู้ชายมีเพียงคําพูดที่หญิงสาวพูดเมื่อกี้นี้สะท้อนก้องอยู่ "ท่านพี่ของข้าเก่งที่สุด... เก่งที่สุด..."
ปกติแล้วถูซินเยว่มักจะเรียกเขาว่าท่านพี่ซู มีแต่ตอนที่ชมเขาหรือตอนที่อารมณ์ดีเท่านั้น ถึงจะเรียกเขาว่าท่านพี่
ทุกครั้งที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกเขาแบบนี้ ในใจของซูจื่อหังก็มักจะรู้สึกแปลก ๆ หญิงสาวที่อยู่ข้างหน้าเขาเป็นเมียของตัวเอง นางเป็นของเขา
ซูจื่อหังอดพูดไม่ได้ว่า"ซินเยว่ ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากปรึกษากับเจ้า"
"เรื่องอะไรหรือ?"
ถูซินเยว่มองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
"ต่อไปเจ้าเรียกข้าว่าท่านพี่ตลอดเถอะ เดี๋ยวเรียกท่านพี่ซู เดี๋ยวเรียกท่านพี่ ข้าตั้งตัวไม่ค่อยจะทันน่ะ" ซูจื่อหังพูดอย่างจริงจัง ไม่ได้แสดงอารมณ์ที่ว่าตัวเองอยากได้ยินหญิงสาวเรียกเขาว่าท่านพี่ออกมาเลยแม้แต่น้อย
ถูซินเยว่นั้นตอนนี้ในหัวคิดแต่ปลาแห้งเท่านั้นจึงไม่ได้คิดอะไรมาก เธอพยักหน้าและพูดว่า "ได้สิ งั้นต่อไปข้าจะเรียกท่านว่าท่านพี่ละกัน ท่านพี่"
"อืม" ซูจื่อหังพยักหน้าแล้วหันหลังกลับด้วยความเขิน ไม่กล้าให้ถูซินเยว่เห็นว่าใบหน้าของตนนั้นแดงก่ำไปหมดแล้ว
กลับเป็นถูซินเยว่ที่พึมพําในใจว่าทําไมผู้ชายคนนี้ถึงแปลกจัง ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนบอกให้เธอเรียกเขาว่าท่านพี่เอง ทําไมตอนนี้พอเธอเรียกเขาไปแล้ว เขากลับดูเหมือนไม่มีความสุขซะงั้น?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ก็เห็นพ่อบ้านเฉียนเดินออกมาจากข้างในด้วยสีหน้าดีใจ พอเห็นถูซินเยว่เข้าก็กล่าวด้วยความปิติว่า "ซินเยว่ ไม่ได้เจอกันเดี๋ยวเดียว เจ้านี่สวยขึ้นอีกแล้วนะ!"
พ่อบ้านเฉียนคุ้นเคยกับถูซินเยว่เป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้กังวลอะไรเมื่อล้อเล่นกับเธอ
แต่ซูจื่อหังที่อยู่ข้าง ๆ พลันก้าวไปข้างหน้าและขวางถูซินเยว่ไว้ด้านหลังของเขา เมียของเขามีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถพูดว่าสวยได้ คนอื่นไม่ว่าใครก็พูดไม่ได้ทั้งนั้น
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา พ่อบ้านเฉียนตกตะลึงและถามอย่างสงสัยทันทีว่า "นี่คือ?"
"อ้อ นี่สามีของข้าเอง"
"สามีของเจ้า?"
"ใช่แล้ว"
"ดูไม่ออกจริง ๆ เลยนะเนี่ย" พ่อบ้านเฉียนตกตะลึง มองดูชายหนุ่มที่หล่อเหลาตรงหน้าเขาแล้วนึกไปถึงสภาพของถูซินเยว่ที่เป็นหญิงอ้วนอัปลักษณ์ที่ทนดูไม่ได้ในตอนนั้น เจ้าหนุ่มคนนี้นี่สงสัยจะเป็นรักแท้นะเนี่ย!
พ่อบ้านเฉียนไม่ได้สังเกตเห็นความไม่พอใจในสายตาของซูจื่อหัง กลับพูดว่า "พวกเจ้าช่างเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยกเสียจริงนะ ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าต้องพยายามลดนํ้าหนักถึงขนาดนี้ ที่แท้ก็มีสามีที่รูปงามแบบนี้นี่เอง"
ถูซินเยว่ได้ยินดังนี้ก็ยิ้มอย่างเขินอาย
ซูจื่อหังก็พบว่าพ่อบ้านเฉียนไม่ใช่คนลามกแบบที่ตนคิด จึงถอยหลังไปสองก้าวเพื่อหลีกทางให้
ขณะที่พูด เธอก็ตบถุงกระสอบที่ข้าง ๆ ซูจื่อหังไปด้วย ปลาแห้งในถุงกระสอบนี้มีนํ้าหนักถึงสองชั่ง ดู ๆ ไปปริมาณก็ค่อนข้างเยอะพอสมควรอยู่ แต่ลุงเฉียนไม่สนใจสิ่งเหล่านี้จึงส่ายหัวพูดว่า "ซินเยว่ ไม่ใช่ข้าว่าหรอกนะ แต่ปลาเหล่านี้รสชาติไม่ดี ขายไม่ออกแบบนี้ ข้ารับซื้อไม่ได้หรอกนะ"
แม้ว่าเขาจะมีสนิทสนมกับถูซินเยว่ แต่เขาก็ไม่สามารถเล่นพรรคเล่นพวกในโรงเตี๊ยมได้ ไม่เช้นนั้นหากโรงเตี๊ยมขาดทุนแล้วล่ะก็ เขาที่อยู่ในฐานะพ่อบ้านก็ต้องรับผิดชอบไปด้วยเหมือนกัน
"ลุงเฉียน ข้ายังไม่ทันจะได้ต้มเลย ท่านรู้ได้ยังไงว่ามันไม่อร่อย?" ถูซินเยว่ไม่ท้อใจแม้แต่น้อย กลับปัดมือแล้วพูดว่า "ข้าขอให้ลุงเฉียนยืมห้องครัวให้ข้าได้ใช้หน่อย ถึงตอนนั้นท่านก็จะรู้เองว่าปลาแห้งนี้คุ้มค่าที่จะรับซื้อหรือเปล่า"
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว ลุงเฉียนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดว่า "ก็ได้ เจ้าเด็กคนนี้ ข้าจะเชื่อเจ้าสักครั้งก็แล้วกัน!"
ในขณะที่ถูซินเยว่พูดคุยกับลุงเฉียนนั้น ซูจื่อหังก็นั่งอยู่ข้าง ๆ และมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ มาโดยตลอด ถึงแม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรก็ตาม แต่ใบหน้านั้นก็เต็มไปด้วยความรัก
เมียของเขาช่างเก่งเสียจริงเชียว แค่พูดไม่กี่คําก็โน้มน้าวลุงเฉียนได้แล้ว
เมื่อก่อนซูจื่อหังก็สงสัยมาตลอดว่าถูซินเยว่ทําค้าขายกับโรงเตี๊ยมเทียนเซียงได้อย่างไรกัน แต่ตอนนี้ได้มาเห็นกับตาแล้วถึงรู้ว่าหญิงสาวนั้นไม่ง่ายเลย พวกเขามาถึงห้องครัว ถูซินเยว่หยิบใบรายการใบหนึ่งออกมาและให้ลุงเฉียนเตรียมวัตถุดิบที่ตัวเองต้องการให้เรียบร้อย
หลังจากลุงเฉียนหยิบมาดูแล้วก็สั่งให้เด็กรับใช้ไปทํา ส่วนถูซินเยว่ก็หยิบปลาแห้งออกมาแช่ลงในนํ้าร้อน
หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อวัสดุเตรียมพร้อมแล้ว ถูซินเยว่ก็หลีกทางให้ซูจื่อหังและผูกผ้ากันเปื้อนให้อีกฝ่ายพร้อมกับพูดว่า "ท่านพี่ สู้ ๆนะ"
เธอทําอาหารไม่เป็น จึงได้สอนวิธีผัดปลาแห้งให้กับซูจื่อหัง เช้าวันนี้ซูจื่อหังนั้นได้ฝึกมาแล้วถึงออกมา
"วางใจเถอะ" ซูจื่อหังยังคงมีเพียงสามคํานี้เท่านั้น แต่กลับเต็มไปด้วยพลังที่ทําให้คนรู้สึกสบายใจ
ถูซินเยว่วางส่วนผสมทั้งหมดไว้ข้างมือของซูจื่อหังและใส่นํ้ามันลงในกระทะ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง
รออยู่นะคะ...
รอ.....,....
รอ.........
แอดจ๋า...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอคะ น่าสนุกมาก😭😭😭...
กำลังสนุกเลย ช่วยมาเพิ่มตอนให้ทีนะคะแอดมิน...
สนุกดี ไม่อัพต่อแล้วหรอค่ะ...