เข้าสู่ระบบผ่าน

หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง นิยาย บท 135

เดิมคิดว่าย้ายออกจากตระกูลซูแล้วครอบครัวสามคนจะมีชีวิตสงบสุข แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการมีญาติประหลาดเช่นนี้ ถึงครานั้นเขากับซินเยว่ไม่อยู่บ้าน ก็ไม่รู้ว่านางหยูจะถูกรังแกอย่างไร!

ครั้งนี้ยังดีที่ซินเยว่อยู่ข้างกาย หากว่านางไม่อยู่ ซูจื่อหังไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่านางหยูจะประสบกับอะไร

ไม่แน่ว่าอาจจะถูกแม่เฒ่าตระกูลถูตบจนตายก็ได้

"จื่อหัง เจ้าเรียนหนังสือก็เหนื่อยพอแล้ว แม่ไม่เห็นด้วยหรอกนะ"

"ข้าตัดสินใจแล้วแม่" ซูจื่อหังโบกมือเพื่อสื่อว่าอีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องพูดอีก ตนพยุงนางหยูเข้าไปในห้อง ถูซินเยว่รินน้ำให้ทั้งสองคนละแก้ว นางหยูประคองน้ำอุ่นดื่มสองคำ น้ำตาในดวงตาก็หยุดหลั่งออกมาได้แล้ว

ตอนกลางวันได้รับความตื่นตระหนก ตกเย็นนางหยูจึงเข้านอนเร็วมาก

ถูซินเยว่และซูจื่อหังสองคนนอนอยู่บนเตียง แม้จะห่มผ้าห่มผืนเดียวกัน กายเองก็นอนข้างกันแต่หัวใจของคนทั้งสองไม่เคยมีความใคร่อะไร

พวกเขาต่างก็คิดถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวัน

"ซินเยว่ วันนี้โชคดีที่มีเจ้า ข้าต้องขอบคุณเจ้าแล้ว"

ผ่านไปสักพัก เสียงของฝ่ายชายก็ดังขึ้นในความมืด

ถูซินเยว่ส่ายศีรษะ พูดยิ้มแย้ม "กับข้ายังจะเกรงใจอะไร ข้าแต่งให้ท่าน แม่ท่านก็คือแม่ข้า ข้าย่อมสมควรดูแลนางให้ดี วันนี้ข้าเองก็ทำตัวไม่ดี หากไม่ใช่ว่าข้าเสนอความเห็น พวกท่านย่ากับท่านป้าก็คงไม่มาที่นี่"

ถูซินเยว่ยังคงรู้สึกผิดที่ตนคิดแผนขึ้นมา

แต่ความจริงแผนของนางปลอดภัยที่สุดแล้ว ถ้าไม่ใช่ว่าจู่ๆ เจิ้งหมานหม่านมาฟ้อง วันนี้ก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้

แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยนับตั้งแต่วันนี้ อนาคตซูฟาเสียงก็ไม่กล้ามาหาเรื่องอีกแล้ว

"ท่านพี่ ท่านวางใจเถิด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าก็จะอยู่ข้างกายท่าน" ถูซินเยว่พูดพลางหันหน้ามา

เทียนดับแล้ว แสงจันทร์สลัวส่องจากนอกหน้าต่างเข้ามาคล้ายผ้าม่านบางอ่อนนุ่มแฝงประกายเงินปกคลุมลงมาบนใบหน้าของฝ่ายชาย

แม้จะได้แค่เห็นโครงหน้าลางๆ แต่ถูซินเยว่ยังคงอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ ผู้ชายคนนี้หน้าตาน่าหลงใหลดุจปีศาจขึ้นทุกวัน

ซูจื่อหังคล้ายรับรู้ได้ เขาหันหน้ามา

สองคน ดวงตาสองคู่สบประสาน

ต่อให้เป็นภาพที่แสงสลัว ต่างก็มองไม่เห็นดวงตาของกัน แต่ในใจของกันและกันต่างทราบดีว่าสายตาของอีกฝ่ายหยุดอยู่บนใบหน้าของตน

"ซินเยว่" ซูจื่อหังพลันพูดขึ้นเสียงเบา น้ำเสียงแหบพร่าอยู่บ้าง "ตอนวันขึ้นปีใหม่ แม่ได้บอกแล้วว่าให้พวกเราพยายามกันหน่อย รีบให้กำเนิดหลานกับนาง"

ในสมองมีเสียงระเบิดดึงขึ้น ถูซินเยว่หน้าแดงก่ำ แม้เรื่องนี้ ท่านแม่เคยพูด นางหลินก็เคยพูด แม่เฒ่าตระกูลถูก็เคยพูด แต่ซูจื่อหังกลับไม่เคยเอ่ยปากออกมาเอง

ดังนั้นถูซินเยว่จึงไม่เคยเก็บมาใส่ใจ

แต่ตอนนี้อยู่ๆ มาได้ยินฝ่ายชายเอ่ยเรื่องนี้ขึ้น นางไหนเลยจะไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย?

นางกะพริบตาปริบๆ ด้วยความเคอะเขิน ลมหายใจถี่รัวในทันใด กระทั่งการสูดลมหายใจเข้าออกยังอดไม่ได้ที่จะระมัดระวัง

"ท่านพี่ ข้า..."

ถูซินเยว่เป็นลมแล้ว

มีแต่สวรรค์รู้ การให้นางซุกอยู่ในผ้านวมถกเรื่องนี้กับผู้ชายคนหนึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าอายเพียงใด แต่พอเห็นสีหน้าไร้เดียงสาของซูจื่อหังแล้ว ถูซินเยว่ก็มิอาจไม่อธิบายแก่อีกฝ่ายได้

ด้วยเหตุนี้จึงลังเลอยู่สักพักก่อนที่ถูซินเยว่จะพูดอย่างรับชะตากรรมว่า "หากระดูแรกยังไม่มาก็ยังถือเป็นเด็กอยู่...เด็กให้กำเนิดเด็กไม่ได้ อีกทั้ง น่าจะไม่สามารถ...ร่วมหอได้ด้วย"

พอพูดคำว่าร่วมหอสองคำนี้ออกมา ถูซินเยว่แทบจะเกือบกัดลิ้นตัวเอง

ตอนนี้นางเพิ่งอายุสิบห้าปี ตอนนี้ดูเหมือนว่ายังเป็นเด็กคนหนึ่ง ด้วยเหตุนี้การบอกว่าตัวเองเป็นเด็กก็น่าจะไม่ผิดกระมัง...

พอซูจื่อหังได้ยินสองคำนี้แล้วใบหน้ากลับยิ่งแดง เขารีบถอยไปสองระยะ ก้มหน้ากระแฮ่มสองทีและพูดว่า "ข้า ข้า..."

เขาคิดอะไรอยู่กันแน่เนี่ย ซินเยว่ยังเป็นเด็ก เมื่อครู่เขาถึงกับคิดจะลงมือกับเด็กคนหนึ่ง

พอคิดมาถึงตรงนี้ ซูจื่อหังก็รีบคว้ามุมผ้านวมมาคลุมให้หญิงสาวก่อนจะตบหลังของถูซินเยว่ พูดว่า "เช่นนั้น เช่นนั้นข้าจะรอให้เจ้าโตก่อน"

"พรืด" ถูซินเยว่ที่เดิมเขินอายอยู่บ้างหลังได้ยินประโยคนี้แล้วก็เกือบห้ามไม่อยู่ หลุดขำออกมา

ผู้ชายคนนี้จริงๆ เลย ดูแล้วเหมือนเป็นคนเจ้าเล่ห์ ขี้แกล้งแต่คิดไม่ถึงว่าพอมาเรื่องนี้แล้วจะใสซื่อถึงเพียงนี้

ทว่าคำที่อีกฝ่ายพูดเมื่อครู่ก็ถือเป็นคำบอกรักที่น่าฟังประโยคหนึ่งจริงๆ

เพียงแต่ประเด็นของตนหาใช่ตรงนี้ไม่!

พอเห็นซูจื่อหังหันหลังไปสงบอารมณ์ตัวเอง ถูซินเยว่ที่คิดจะเอ่ยปากกลับถูกฝ่ายชายที่เพิ่งตั้งสติได้หันหน้ากลับมา ถามอย่างตกใจว่า "จริงสิ ซินเยว่ เจ้า เจ้าบอกว่าระดูแรกของเจ้าไม่มาสักที ใช่ป่วยหรือไม่?"

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง