เข้าสู่ระบบผ่าน

หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง นิยาย บท 136

ถูซินเยว่ได้ยินดังนั้นก็ยกมือกุมขมับ ในที่สุดผู้ชายคนนี้ก็รู้สึกตัวสักที โชคดีที่ยังไม่ถือว่าโง่มาก

ปีนี้ตนเองอายุสิบห้าปีแล้ว ร่างกายส่วนที่ควรเติบโตก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ถ้าตามปกติประจำเดือนครั้งแรกควรจะมาตั้งนานแล้ว แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววเลย

ก่อนหน้านี้ฉงเป่าเคยบอกไว้ว่า ในร่างกายของตนนั้นมีพิษ ที่อ้วนและซื่อบื้อก็เป็นเพราะเหตุนี้

เพียงแต่ก่อนหน้านี้เอาแต่ทำงานหาเงินเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นถูซินเยว่จึงเก็บเรื่องนี้เอาไว้ในใจ ตั้งใจว่าจะหาเวลาไปหาหมอตรวจอาการ แต่ดูจากสถานกาณ์ตอนนี้ คงรอต่อไปไม่ได้แล้ว

"เดิมทีข้าตั้งใจว่ารอเจ้ากลับสำนักบัณฑิตแล้ว ข้าก็จะไปหาหมอ" ถูซินเยว่พยักหน้า

เมื่ออีกฝ่ายพูดเช่นนี้ ซูจื่อหังก็เข้าใจทันที

ในเมื่อต้องไปหาหมอ ก็หมายความว่าถ้าไม่ป่วยเป็นโรค ก็คงสุขภาพไม่ดี

"ทำไมเจ้าไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้ พรุ่งนี้ข้าไปหาหมอเป็นเพื่อนเจ้า" เมื่อรู้ว่าถูซินเยว่ไม่สบาย ซูจื่อหังก็ร้อนใจมากกว่าใครๆ ซึ่งแม้แต่ตนเองก็ไม่ทันสังเกตุว่าตอนที่กำลังพูดอยู่นั้น เส้นเลือดข้างขมับเต้นแรงจนแทบระเบิดออกมา ยิ่งกว่านั้นในสายตายังเต็มไปด้วยความห่วงใย และเสียงพูดก็ดังสูงขึ้นหลายเท่า

ถูซินเยว่รีบยกมือปิดปากซูจื่อหังไว้ แล้วพูดเสียงเบาว่า "เบาๆ หน่อย ท่านแม่ยังนอนอยู่ข้างนอกนะ"

บ้านเรือนในยุคโบราณมีเพียงแค่แผ่นไม้กั้นระหว่างห้องเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถเก็บเสียงได้เลย

ลำพังแค่ข้างในนอนกรน เสียงก็ได้ยินมาถึงข้างนอกแล้ว

เดิมทีวันนี้นางหยูก็ไม่สบายใจมาทั้งวัน อุตส่าห์นอนหลับไปแล้ว ถูซินเยว่จึงไม่อยากรบกวนจนอีกฝ่ายตื่นอีก

ซูจื่อหังเข้าใจความหมายของเธอ รีบพยักหน้า และพูดเสียงเบาว่า "พรุ่งนี้ข้าพาเจ้าไป ห้ามปฏิเสธ"

"แต่..." ถูซินเยว่แอบเซ็ง โรคแบบนี้เดิมทีเธอตั้งใจจะให้อาซ้อหยวนเป่าไปเป็นเพื่อน แต่ถ้าเป็นซูจื่อหังไปกับตนเองแทน มันจะน่าตะขิดตะขวงใจขนาดไหนกันเนี่ย

แต่ว่าก่อนหน้านี้เธอปิดบังชายหนุ่มไว้ ทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจมาก ถ้าหากตอนนี้เธอยังปฏิเสธเขาอีก บางทีซูจื่อหังอาจจะโกรธขึ้นมาจริงๆ ก็ได้

"ก็ได้" หลังจากไตร่ตรอง ถูซินเยว่ก็พยักหน้า

หลังจากที่ทั้งสองคนตกลงกันแล้ว ก็ล้มตัวนอนด้วยกัน

รุ่งเช้าวันต่อมา ถูซินเยว่ลองเข้าไปในมิติแห่งน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ และลองเรียกฉงเป่าอยู่สองสามครั้ง แต่ฉงเป่าก็ยังคงซ่อนตัวอยู่ในดักแด้สีขาวด้านบนใบบัว ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เธอจึงได้แต่ขุดพรวนดินด้วยตัวเอง และถอนเอาหัวไชเท้าที่ปลูกเมื่อหลายวันก่อนออกมา จากนั้นก็นำไปเก็บไว้ในยุ้งฉางของมิติแห่งน้ำพุศักดิ์สิทธิ์

เดิมทีเธอยังอยากถามฉงเป่าให้ละเอียดว่าพิษในร่างกายตนเองนั้นเป็นพิษอะไรกันแน่ แต่ดูทรงแล้วคงเป็นไปไม่ได้

แม้ว่าถูซินเยว่จะเป็นแพทย์ทหาร แต่แพทย์ก็ไม่อาจรักษาตัวเอง...

หลังจากที่ออกมาจากมิติแห่งน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ถูซินเยว่ก็ลืมตาและหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมา จากนั้นก็แปลงน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ออกมาใส่ไว้ในแก้ว

หมู่นี้เธอทำงานอย่างหนักในมิติ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่มิติตอบแทนเธอก็มากขึ้นเรื่อยๆ

น้ำพุศักดิ์สิทธิ์นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ ดังนั้นถูซินเยว่จึงแอบนำไปใส่ไว้ในน้ำดื่มของพวกเธอเล็กน้อยทุกครั้ง เพื่อให้นางหยูและซูจื่อหังได้ดื่มด้วย เพราะมันดีต่อร่างกาย

นางหยูทำอาหารเช้าเสร็จนานแล้ว มีหมั่นโถวสามลูก ผัดข้าวโพดหนึ่งจาน และข้าวต้มมันหนึ่งชามใหญ่

"อร่อย" หลังจากที่กินข้าวต้มร้อนๆ เข้าไป ถูซินเยว่ก็รู้สึกอบอุ่นไปทั้งตัว บนใบหน้าก็เผยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ

นางหยูยิ้มและพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นก็กินเยอะๆ หน่อย"

"ท่านพี่ล่ะเจ้าคะ?" ถูซินเยว่มองไปรอบๆ อย่างสงสัย ตั้งแต่ที่ตื่นเช้ามาก็ไม่เห็นเงาของซูจื่อหังเลย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปไหน

ดังนั้นวันนี้นางจึงพาตัวเองมาที่นี่

เมื่อเห็นซูจื่อหังกำลังนั่งอ่านตำราอยู่ที่คันนา ถูหมิงซวนก็ดีใจอย่างมาก รีบถกกระโปรงขึ้นและวิ่งเข้ามา

"ท่านพี่ซู" ถูหมิงซวยรีบเดินเข้ามาตรงหน้าซูจื่อหัง ใบหน้าขาวใสเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเพราะการวิ่ง ซึ่งชวนให้ดูน่าหลงใหลมากขึ้น

"เจ้ามาทำอะไร?" ซูจื่อหังมองถูหมิงซวนด้วยความประหลาดใจ

ถูหมิงซวนน่าจะอยู่ในเมืองไม่ใช่หรือ? เช้าตรู่แบบนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?

"ท่านพี่ซู ข้า...ข้า..." ถูหมิงซวนเพิ่งอ้าปาก ขอบตาก็แดงแล้้ว เมื่อคิดถึงความเย็นชาที่เหลียงปินมีต่อตนเอง นางก็พูดด้วยเสียงสะอื้นว่า "เหลียงปินใจร้ายใจดำ ข้าถูกกลั่นแกล้งสารพัดในตระกูลเหลียง ข้าไม่อยากกลับไปแล้ว"

ซูจื่อหังชะงัก เหลียงปินเป็นคนอย่างไร วันนั้นบนเกวียนวัว เขาก็พอจะคาดเดาได้บ้างระดับหนึ่ง

เพียงแต่ ไม่ว่าถูหมิงซวนจะได้รับความไม่เป็นธรรมมาอย่างไร ก็ไม่ถึงขั้นต้องมาให้ตนเองปลอบ

และซูจื่อหังก็ไม่อยากปลอบด้วย

เขามองถูหมิงซวน ขณะกำลังจะเปิดปากพูด กลับคาดไม่ถึงว่าอยู่ๆ ถูหมิงซวนก็นั่งลงข้างๆ ตนเอง สายตาออดอ้อนจนแทบกลั่นเป็นน้ำออกมา

ถูหมิงซวนเอาอกเอาใจเหลียงปินจนเคยชิน ดังนั้นเมื่อยั่วยวนซูจื่อหังจึงชำนาญเป็นอย่างดี ไม่มีท่วงท่าความประหม่าอยู่เลย

"ถูหมิงซวน รบกวนเจ้าระวังตัวด้วย"

"ไม่" ถูหมิงซวนส่ายหน้า พร้อมน้ำตาไหลลงจากดวงตาทั้งสอง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง