เข้าสู่ระบบผ่าน

หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง นิยาย บท 145

"พี่ซินเยว่ พี่ดูปลาตัวนี้ว่ายอยู่ในกะละมังนี่สิ!" เสี่ยวเป้ยพูดพลางตบมือ เมื่อเจอของเล่นสนุก ๆ เขาก็ลืมมันเผาที่อยู่บนเตาไปเสียสนิท

ถูซินเยว่หัวเราะพร้อมกับพูดขึ้นว่า "งั้นเจ้าก็ตั้งใจเลี้ยงมันให้ดี เลี้ยงให้กลายเป็นปลาตัวใหญ่ ๆ เลย"

"อื้ม!" เสี่ยวเป้ยรีบพยักหน้าอย่างแข็งขัน กอดชามในมือตัวเองอย่างทะนุถนอม

ซูจื่อหังจับปลากลับมาก็ไปทำกับข้าว ส่วนถูซินเยว่ก็ทำปลาอยู่ข้างนอก

นางหยูก็พาภรรยาของหยวนเป่ามาพอดี

เมื่อภรรยาของหยวนเป่าได้ยินว่าทำปลาแค่หนึ่งชั่วยามก็ได้เงินตั้งยี่สิบอีแปะ ก็พยักหน้าตกลง

ปกตินางอยู่ที่บ้านก็ไม่ค่อยมีอะไรทำ ได้แต่ซักเสื้อผ้า หุงข้าวไปวัน ๆ ตอนนี้มีโอกาสหาเงินได้ ก็ดีใจจนบรรยายไม่ถูก

เมื่อเดินตามนางหยูเข้ามา พอเห็นปลาตัวน้อย ๆ มากมายอยู่ในถัง ภรรยาของหยวนเป่าก็ตกตะลึงขึ้นมาทันที

"โอ้โห ซินเยว่ ไปจับปลาตั้งเยอะตั้งแยะขนาดนี้มาจากไหนกัน!"

ปลาเต็มถังขนาดนี้ ดู ๆ ไปก็น่ากลัวเอาเรื่องอยู่

ถูซินเยว่ยิ้มอย่างมีเลศนัย พูดขึ้นว่า "ก็ไปจับมาจากอ่างเก็บน้ำน่ะสิ ไม่งั้นข้าจะไปเอามาจากไหนได้?"

จับมาจากอ่างเก็บน้ำ.....

ซินเยว่นี่มันช่างเก่งกาจเกินมนุษย์ไปแล้ว!

ภรรยาของหยวนเป่าอุทานอยู่ในใจ

อุปกรณ์จับปลาในสมัยโบราณนั้นล้าหลังมาก ดังนั้นคนอื่นไม่มีทางจับปลาในคราวเดียวได้ทีละมาก ๆ ขนาดนี้ แต่ขอแค่เป็นเรื่องที่ออกมาจากปากถูซินเยว่ ไม่ว่าจะเกินจริง เหนือปาฏิหารย์ขนาดไหน ภรรยาของหยวนเป่าก็เชื่อไปหมด

เพราะตั้งแต่ที่ถูซินเยว่เอาชีวิตรอดจากหมีมาได้จากครั้งที่แล้ว ผู้คนจำนวนมากในหมู่บ้านต้าเย่ต่างก็ขนานนามถูซินเยว่ว่ากลายเป็นเทพเจ้าไปแล้ว

“กรรไกรอยู่ที่ไหน ข้าจะผ่าท้องปลาได้ยังไง?" อาซ้อหยวนเป่ายกม้านั่งตัวเล็ก ๆ มานั่งลงข้าง ๆ ถูซินเยว่ แล้วเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย

นางหยูที่อยู่ข้าง ๆ พูดขึ้นว่า "ข้ากับซินเยว่จะผ่าท้องปลา ส่วนเจ้าก็ควักเอาเครื่องในออกมาให้สะอาด เจ้าดูข้านะ ใช้นิ้วดึงออกมาแบบนี้ แล้วก็เอาไปล้างน้ำหนึ่งรอบ แบบนี้ก็สะอาดแล้ว"

น้ำตรงนี้เป็นร้อนกับน้ำเย็นผสมกัน ดังนั้นจะไม่รู้สึกหนาวมือ เพียงแต่ว่าปลาชนิดนี้จะมีกลิ่นคาวค่อนข้างแรง

อย่างไรก็ตาม หากทำเงินได้ อาซ้อหยวนเป่าไม่ใส่ใจหรอกว่าปลาจะมีกลิ่นคาวหรือไม่ นางพยักหน้าและทำตามคำแนะนำของของนางหยู เริ่มควักเครื่องในปลาออกมา

ในตอนแรกอีกฝ่ายยังเชื่องช้าอยู่ เมื่อค่อย ๆ เชี่ยวชาญมากขึ้น อาซ้อหยวนเป่าก็ควักเครื่องในปลาได้อย่างรวดเร็ว

เสี่ยวเป้ยก็ยืนถือกรรไกรอยู่ นั่งเรียนรู้วิธีการทำความสะอาดปลาอยู่ข้าง ๆ

“เสี่ยวเป้ยนี่เป็นเด็กดีจริง ๆ ปีนี้เพิ่งอายุแค่สิบขวบใช่ไหม? ทำปลาแบบนี้ท่าทางใช้ได้เลยนะเนี่ย" นางหยูเห็นท่าทางของเสี่ยวเป้ย ไม่เพียงแต่ไม่บ่นที่ถูซินเยว่สั่งให้เสี่ยวเป้ยอยู่ที่นี่ ทั้งยังรักและเอ็นดูเสี่ยวเป้ยมาก

ถูซินเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ ยิ้มแล้วก็พูดว่า "เสี่ยวเป้ย เจ้าต้องระวังมือด้วยนะ ถ้าเหนื่อยแล้ว ก็เข้าไปเล่นข้างในก็ได้รู้หรือเปล่า?"

“รู้ครับ” เสี่ยวเป้ยพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

เดิมทีคิดว่าเด็กคนนี้จะทำเล่น ๆ เพื่อความสนุก ที่ไหนได้ เสี่ยวเป้ยกลับช่วยพวกเขาทำปลาจนถึงหลังทำอาหารเที่ยงเสร็จ

ในช่วงเวลานี้ เด็กน้อยไม่ปริปากบ่นว่าหิวเลยแม้แต่น้อย

“เด็กคนนี้เก่งจริง ๆ !"

"ใช่ ๆ เสี่ยวเป้ยรู้จักประสาจริง ๆ ตอนเที่ยงกินข้าวเยอะ ๆ นะ" นางหยูตักข้าวให้เสี่ยวเป้ย อาซ้อหยวนเป่าก็อยู่กินข้าวเที่ยงด้วยกัน เห็นท่าทางที่นางหยูเอ็นดูเสี่ยวเป้ย ก็แอบยิ้มแล้วพูดว่า "อาซ้อรักเด็กแบบนี้ ข้าว่าต้องให้ซินเยว่กับจื่อหังเร่งมือหน่อยแล้ว มีหลานตัวอ้วน ๆ ให้ท่าน คงจะดีใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ?"

คำพูดเหล่านี้ตรงใจนางหยูยิ่งนัก นางคีบเนื้อชิ้นหนึ่งใส่ในชามของถูซินเยว่ แล้วพูดขึ้นว่า "ซินเยว่ เจ้าต้องบำรุงร่างกายให้ดู ๆ นะ ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบ ส่วนเรื่องลูกเจ้าและจื่อหังก็พยายามเข้าหน่อย แม่รออุ้มหลานอยู่นะ"

เมื่อฟังจากน้ำเสียงของนางหยู คนที่ไม่รู้จักอาจคิดว่าถูซินเยว่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของนางหยูต่างหาก!

ซูจื่อหังส่ายที่อยู่ข้าง ๆ ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

นางหยูรักและเอ็นดูเสี่ยวเป้ย ดังนั้นนางจึงกำชับให้เสี่ยวเป้ยอยู่ค้างคืนที่บ้าน ทั้งยังทำอาหารอร่อย ๆ เต็มโต๊ะให้เขา ตอนกลางคืนเสี่ยวเป้ยก็นอนด้วยกันกับถูซินเยว่และซูจื่อหัง

โชคดีที่เสี่ยวเป้ยตัวเล็ก นอนกลางระหว่างทั้งสองคนก็ไม่ได้กินพื้นที่มากนัก

ดูแล้ว ทั้งสามคนราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน

วันรุ่งขึ้นตอนที่ซูจื่อหังกำลังจะไปส่งเสี่ยวเป้ยกลับบ้าน นางหยูก็เตรียมอาหารอร่อย ๆ มากมายให้กับเสี่ยวเป้ย

หลังจากที่ซูจื่อหังกลับมา ทั้งสองก็ขึ้นเขาไปด้วยกัน

ถูซินเยว่เดินไปที่กับดักของเมื่อวาน วันนี้เธอไม่ได้เอาของกินติดมาด้วย จึงแอบเอาน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ใส่ในกระบอกน้ำ เมื่อนั่งลงบนหินก็เปิดกระบอกน้ำออกมา

“ผ่านไปสองวันแล้ว ไม่รู้ว่าเสี่ยวหวงจะเป็นไงบ้าง"

ถูซินเยว่กลัวเหลือเกินว่าต่อไปเธอจะไม่ได้เจอกับเสี่ยวหวงอีก

“วางใจเถอะ เสี่ยวหวงจะต้องไม่เป็นไร” ซูจื่อหังตบไหล่ถูซินเยเบา ๆ เพื่อปลอบใจเธอ

“ปกติเสี่ยวหวงแข็งแกร่งและกล้าหาญมาก เจ้าว่าทำไมถึงสู้เสืออีกตัวไม่ได้นะ?"

ในขณะที่รออยู่นั้น ถูซินเยว่ก็คิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อย และเอ่ยถามขึ้นด้วยความข้องใจ

“เสี่ยวหวงยังเป็นเสือหนุ่มอยู่ เสืออีกตัวคงเป็นเสือที่โตเต็มวัยแล้ว" ซูจื่อหังวิเคราะห์

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง