ซูจื่อหังก็ตกใจเช่นกัน และมองไปยังฉงเป่าอย่างไม่คาดคิด
ฉงเป่ารีบพูดว่า "ข้าชอบพี่ซินเยว่ ข้าไม่อยากไปจากพี่ซินเยว่ ข้าจะอยู่ที่นี่!"
พูดเป็นด้วยหรือเนี่ย?
ซูจื่อหังรู้สึกโล่งใจไปไม่น้อย ถ้าพูดเป็นล่ะก็ การจะถามหาว่าพ่อแม่ของเด็กคนนี้อยู่ที่ไหน แล้วเขาไปเดินพรากมาได้อย่างไร ก็จัดการได้ง่ายขึ้นแล้ว
แต่เมื่อเขาก้มศีรษะลงและไปเห็นเป้ากางเกงของฉงเป่าเข้า พอพบว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กผู้ชาย เมื่อเห็นฉงเป่าที่ฝังตัวอยู่ในอ้อมกอดของถูซินเยว่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าทําไมในใจของเขาถึงได้รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเหมือนกัน
ทันมเขายื่นมือออกมาดึงฉงเป่าออกจากร่างของถูซินเยว่ทันที
ซูจื่อหังเองก็ไม้ได้ใช้แรงมากสักเท่าไหร่นัก แต่ฉงเป่าดิ้นขัดขืนไปมาอยู่สองครั้งก็ยังไม่สามารถดิ้นหลุดจากมือของอีกฝ่ายไปได้
พอดิ้นไม่หลุด เขาก็ได้แต่จ้องเขม็งไปยังซูจื่อหังที่บัดนี้ใช้แขนทั้งสองข้างชูตัวเองอยู่
"ปล่อยข้านะ!" เขาใส่แค่เอี๊ยมตัวเดียวเท่านั้น ยังไงเขาก็ไม่ยอมลุกออกจากผ้าห่มไปหรอก ก็ข้างนอกมันหนาวจะตายนี่นา!
สีหน้าของฉงเป่าน้อยอกน้อยใจขึ้นมาในทันใด
ซูจื่อหังเองเห็นแบบนี้ก็หมดปัญญา ตัวเองก็เป็นผู้ใหญ่แล้วแท้ ๆ แต่กลับไปรังแกเด็กคนหนึ่ง ว่าไปแล้วเขาเองก็รู้สึกอายเหมือนกัน จึงได้แต่วางฉงเป่าลงอย่างไม่มีทางเลือก
ฉงเป่ารีบมุดเข้าไปในผ้าห่มใหม่แล้วกอดผ้าห่มไว้แน่น จากนั้นมองซูจื่อหังด้วยสายตาน่าสงสาร
ซูจื่อหังถูกอีกฝ่ายมองจนรู้สึกอึดอัดไปหมด
ส่วนถูซินเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ นั้นถึงกับกระตุกมุมปากแล้วแอบก่นด่าอยู่ในใจ เจ้าฉงเป่านี้ช่างหน้าด้านซะไม่มีอ่ะ นี่ถ้านับอายุขึ้นมาจริง ๆ เจ้าฉงเป่านี่เคยบอกว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่ามิตินี้มีมานานแค่ไหนแล้ว
แล้วในฐานะที่เขาเป็นผู้พิทักษ์แห่งมิติ คาดว่าเจ้าฉงเป่านี่คงเป็นสัตว์ประหลาดที่อยู่มาเป็นหมื่น ๆ ปีได้แล้วมั้ง
แล้วตอนนี้ยังจะมาทําสีหน้าน่าสงสารแบบนี้ต่อหน้าผู้ชายของตัวเองอีก นี่มัน...
ถูซินเยว่กระแอมครั้งหนึ่ง เธอหันกลับไปมองซูจื่อหังด้วยความที่ไม่อยากจะเห็นใบหน้าน้อยอันตุ้ยนุ้ยที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหลของฉงเป่า จากนั้นกล่าวขึ้นมาว่า "ในเมื่อเด็กคนนี้ไม่อยากไป ก็ให้เขาอยู่บ้านเราก่อนเถอะ ยังไงที่บ้านเราก็ไม่ได้ขาดแคลนถึงขนาดเหลือบ่ากว่าแรงอยู่แล้ว ท่านไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านก่อน ไว้รอหาครอบครัวของเขาเจอเมื่อไหร่ค่อยส่งเขากลับไป"
แต่คาดว่าชาตินี้ก็คงไม่มีทางส่งกลับไปได้หรอก
หญิงสาวพูดเสริมในใจอย่างเงียบ ๆ
ซูจื่อหังเห็นว่าฉงเป่าดูเหมือนจะค่อนข้างติดถูซินเยว่ จึงทําได้เพียงพยักหน้าเท่านั้น อย่างไรเสียเด็กก็ยังอายุน้อยขนาดนี้อยู่ จะให้เขาอุ้มไปไว้ที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านก็ทำไม่ลงคออยู่ดี ในเมื่อเมียตัวเองชอบงั้นก็ให้อยู่ไปก่อนละกัน
"งั้นเดี๋ยวข้าจะไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านก่อน แล้วแวะไปเอาเสื้อผ้าเด็กที่บ้านคนอื่นมาสักหน่อยด้วยเลย" อากาศแบบนี้ ใส่เอี๊ยมแค่ตัวเดียวไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว
ถูซินเยว่รีบพยักหน้า
ส่วนฉงเป่าหลบอยู่ใต้ผ้าห่มแทะขาเป็ดที่เหลือ ราวกับว่าไม่ได้ยินอะไรเลย
ซูจื่อหังมองฉงเป่าแว้บหนึ่งแล้วลูบหัวถูซินเยว่อย่างอ่อนโยนพลางกล่าวว่า "งั้นข้าไปก่อนล่ะ ถ้าเจ้าหิวแล้วล่ะก็ ในหม้อมีมันเทศนะ"
ถูซินเยว่ตอบ "อืม" กลับไป แต่จมูกกลับได้กลิ่นเป็ดย่างหอมกรุ่นลอยมา... หนอยแน่ เจ้าฉงเป่านี่ มันน่านัก! เดี๋ยวรอจนซูจื่อหังออกไปก่อน ดูสิว่าตัวเองจะสั่งสอนเขายังไง!
และก็เป็นไปตามคาด หลังจากที่ซูจื่อหังจากไปแล้วนั้น หญิงสาวก็เปลี่ยนสีหน้าทันที และยื่นมือไปหาฉงเป่าอย่างเฉยชา
ฉงเป่ามองถูซินเยว่อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วก้มหน้าลงมองเนื้อเป็ดย่างที่เหลืออยู่ไม่มากนัก สุดท้ายก็ยอมจํานน ก่อนจะวางเนื้อเป็ดย่างลงบนมือของถูซินเยว่อย่างไม่เต็มใจนัก
ช่วยไม่ได้ ถ้าเขาไม่ให้แล้วล่ะก็ ด้วยนิสัยที่เกรี้ยวกราดของถูซินเยว่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วตัวเองต้องถูกเตะลงเตียงไปแน่ ๆ
"แต่เจ้ายังเด็กอยู่นะ" นางหยูรีบกล่าวขึ้น
เขาเนี่ยนะเด็ก?
ว่าเขาอย่างอื่นยังพอรับได้ แต่มาว่าเขาเด็กเนี่ยนะ?! นี่มันดูถูกเขาชัด ๆ เขาอายุตั้งกี่หมื่นปีแล้ว ยังถือว่าเด็ก?
ฉงเป่าเถียงนางหยูไม่ไหว จึงได้แต่มองถูซินเยว่เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่มันกลับทำให้เขาแทบจะกระอักเลือดแทนเมื่อถูซินเยว่ไม่เพียงแต่ไม่ช่วยเขา แต่ยังพยักหน้าอย่างจริงจังและพูดว่า "ท่านแม่พูดถูกแล้ว ให้ฉงเป่าไปนอนกับท่านจะดีกว่า ในบ้านมีหนูอยู่ เกิดคลานขึ้นเตียงเจ้ากลางดึก..."
ฉงเป่าได่แต่มองถูซินเยว่อย่างคับแค้นใจ
สุดท้าย ภายใต้การอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์ของทั้งสามคน ฉงเป่าก็ไม่มีทางเลือกนอกจากถูกบังคับให้ยอมรับแต่โดยดี
แต่ว่า ภายใต้คําขอร้องอันแรงกล้าของเขา ซูจื่อหังก็ได้ย้ายเตียงเล็กเตียงหนึ่งเข้าไปในห้องของนางหยูให้เขา แม้ว่าจะนอนห้องเดียวกับนางหยู แต่ก็แยกเตียงกัน
ดังนี้แล้ว ฉงเป่าก็ถือว่ายังพอรับได้อยู่ถึงแม้จะไม่ค่อยเต็มใจนัก
ในระหว่างที่กินข้าว ซูจื่อหังกับนางหยูต่างก็ได้ถามเกี่ยวกับครอบครัวของฉงเป่า แต่ก็ล้วนถูกฉงเป่าตอบกำกวมกลับไปหมด ถ้าถามว่าบ้านเขาอยู่ที่ไหน พ่อแม่ชื่ออะไร ฉงเป่าล้วนตอบไม่รู้ทั้งนั้น
ก็เขาจะไปรู้ได้ยังไงกันเล่า?
เมื่อเป็นเช่นนี้ ซูจื่อหังและนางหยูจึงไม่ซักไซ้ต่อแล้วเตรียมตัวรอข่าวจากทางหัวหน้าหมู่บ้านแทน
ยังไงฉงเป่าก็แค่เด็กตัวเล็ก ๆ เพิ่มมาสักคนก็ไม่ได้กินอะไรมาก
หากเลี้ยงเขาได้สักระยะก็ถือได้ว่าเป็นพรหมลิขิต
กลับเป็นถูซินเยว่ที่ตกใจกับทักษะการหลอกลวงของเจ้าฉงเป่า ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมาอาศัยอยู่ที่บ้านได้ง่ายขนาดนี้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง
รออยู่นะคะ...
รอ.....,....
รอ.........
แอดจ๋า...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอคะ น่าสนุกมาก😭😭😭...
กำลังสนุกเลย ช่วยมาเพิ่มตอนให้ทีนะคะแอดมิน...
สนุกดี ไม่อัพต่อแล้วหรอค่ะ...