เข้าสู่ระบบผ่าน

หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง นิยาย บท 34

ภูมิหลังของครอบครัวตระกูลถูนั้นจัดว่ามีหน้ามีตาในหมู่บ้านต้าเย่อยู่พอสมควร ในบ้านก็มักจะมีขนมหรือของกินติดบ้านอยู่เสมอ เช่นขนมถ้วยฟูหรือลูกกวาดแข็ง แต่แม่เฒ่าตระกูลถูจงเกลียดจงชังนางหลินมาโดยตลอด พลอยทำให้ไม่ชอบหลานชายคนนี้ไปด้วย จึงมักจะแจกขนมให้กับหลาน ๆ บ้านอื่น

ในวันธรรมดา เสี่ยวเป่ยทำได้แค่มองดูเด็กคนอื่นกินตาปริบ ๆ

“พี่ซินเยว่ ข้าอยากกิน" เสี่ยวเป้ยตื่นเต้นยกใหญ่เมื่อเห็นลูกกวาด

เด็กน้อยเรียกตนว่าพี่ด้วยท่าทีออดอ้อนเช่นนี้ มีหรือถูซินเยว่จะไม่ใจอ่อน เธอกำลังจะยื่นลูกอมในมือให้เสี่ยวเป้ย แต่นางหลินกลับถามขึ้นอย่างจนใจ "ซินเยว่ เจ้าไปขโมยของคนอื่นมาอีกแล้วใช่ไหม?"

ไม่โทษที่นางหลินถามขึ้นเช่นนี้ เพราะขนมทุกชิ้นที่เจ้าของร่างเดิมนำกลับมาให้เสี่ยวเป้ยนั้นล้วนถูกฉกหรือขโมยมาจากเด็กคนอื่น ๆ ทั้งสิ้น

นางหลินอดชิงถามขึ้นมาก่อน ก็สมควรแล้ว

เมื่อเสี่ยวเป้ยได้ยินว่าลูกกวาดนั้นถูกขโมยมา ก็รีบหดมือกลับทันที ส่ายหัวอย่างรู้จักประสากล่าวว่า"พี่ซินเยว่ ท่านพ่อท่านแม่บอกว่าไม่ควรขโมยของ พี่ซินเยว่ เสี่ยวเป้ยไม่เอาลูกกวาดแล้ว พี่รีบเอามันไปคืนเจ้าของเถอะ ไม่เช่นนั้นพี่จะถูกคนในหมู่บ้านด่าเอานะ"

แม้ว่าเด็กน้อยจะอยากกินแค่ไหนก็ตาม แต่เขาก็ต้องระงับความอยากนั้นไว้ ได้แต่เลียริมฝีปากแผล็บ ๆ

ถูซินเยว่กลับยิ่งชอบน้องชายของตนคนนี้ขึ้นมาทันที ดูเหมือนว่าครอบครัวของบุตรชายคนที่สี่ของตระกูลถูจะรู้จักสอนลูกหลานได้เป็นอย่างดี เติบโตขึ้นในครอบครัวเสแสร้งจอมปลอมอย่างตระกูลถูนี้ เด็ก ๆ ไม่เสียคน ก็นับว่าหายาก

ถูซินเยว่กำลังจะเอ่ยปาก นางหลินก็หันไปหาซูจื่อหังที่อยู่ด้านข้างแล้วพูดขึ้นว่า "จื่อหัง ข้าต้องขอโทษเจ้าจริง ๆ ข้าขออภัยแทนซินเยว่ด้วย เป็นความผิดของซินเยว่เอง นางสติไม่ดี ไม่รู้จักอะไรผิดอะไรถูก บางเรื่องเจ้าต้องอดทนกับนางหน่อยนะ"

ลูกสาวของเธอเพิ่งแต่งงานกับตระกูลซู ก็มีความผิดติดตัว นางหลินกลัวจริง ๆ ว่าซูจื่อหังจะขับไล่นางออกไป

“ท่านแม่ ท่านจะขอโทษเขาทำไมกัน ข้าไม่ได้ทำผิดอะไรซะหน่อย" ถูซินเยว่หมดคำจะพูด รีบพูดขัดนางหลินขึ้นทันที

เจ้าลูกกวาดนี่ไม่เกี่ยวอะไรกับซูจื่อหังแม้แต่นิดเดียว

ขณะที่ถูซินเยว่กำลังรู้สึกหดหู่อยู่นั้น ซูจื่อหังที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เหลือบมองเธอ แล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า "ลูกกวาดนี้เป็นข้าเองที่ซื้อให้ซินเยว่ นางไม่ได้ขโมยมา"

"พรืด!"

ถูซินเยว่แทบจะพ่นชาในปากของเธอออกมา

เธอเงยหน้าขึ้น เหลือบมองดูท่าทางจริงจังของซูจื่อหัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

ใครบอกว่าคนในชนบทซื่อสัตย์ ดูท่าทางของซูจื่อหังที่โกหกได้หน้าตายขนาดนี้ ทำเอาถูซินเยว่ตาค้างไปทันที

“เจ้าซื้อให้ซินเยว่งั้นหรือ?" นางหลินตกตะลึง แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

นางรู้ดีว่าลูกสาวของตนหน้าตาอัปลักษณ์ ทั้งยังสติไม่ดี ซูจื่อหังไม่รู้สึกรังเกียจก็นับเป็นบุญของนางแล้ว ด้วยสภาพความแร้นแค้นอย่างบ้านของซูจื่อหังนั้น การเจียดเงินมาซื้อลูกกวาดให้นาง มันจะเป็นไปได้อย่างไร?

แต่ซูจื่อหังที่นั่งอยู่ข้างหน้าเธอก็พยักหน้า

“ข้าซื้อลูกกวาดนี้มาด้วยตัวเองจริง ๆ ให้เสี่ยวเป้ยกินเถอะ ไม่เป็นไรหรอก"

ถูซินเยว่ที่อยู่ด้านข้างส่ายลูกกวาดแข็งในมือไปมา พูดกับเสี่ยวเป้ยที่ตาละห้อยจนแทบจะน้ำลายไหลออกมาแล้วนั้นว่า "ได้ยินแล้วใช่ไหม ลูกกวาดนี้ไม่ได้ถูกขโมยมาซะหน่อย รีบเอาไปกินเร็วเข้า"

“ขอบคุณพี่ซินเยว่" เสี่ยวเป่ยรีบหยิบลูกกวาดมา แต่ดูเหมือนเขาจะนึกอะไรได้ จึงหันไปหาซูจื่อหังพร้อมกับรอยยิ้มหวาน "ขอบคุณพี่เขย"

พี่เขย?

เจ้าเด็กเวรนี่ ประจบประแจงเก่งจริง ๆ

ถูซินเยว่บุ้ยปาก

นางหลินมองดูลูกสาวและลูกเขยที่นั่งอยู่ตรงหน้า นางมีบางอย่างที่อยากจะพูดกับพวกเขาเป็นการส่วนตัว จึงยื่นถั่วแระให้เสี่ยวเป้ยแล้วกำชับว่า "เจ้าเอาถั่วนี่ไปแกะเปลือกออกตรงหน้าบ้าน แม่จะคุยกับพี่สาวเจ้าสักพัก"

หลังจากได้ยินคำพูดนี้ของถูซินเยว่ นางก็ตะลึงงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงถามขึ้นว่า "ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เจ้าหายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"

“ในวันแต่งงาน อยู่ดี ๆ ก็หายเลย"

ถูซินเยว่ยิ้มตาหยี

ในขณะที่กำลังคิดว่านางหลินจะโผเข้ามากอดตนนั้น ทันใดนั้นนางหลินกลับลุกพรวดขึ้นด้วยความดีใจ พลางพูดว่า "ซินเยว่ เจ้ารอประเดี๋ยวนะ รอประเดี๋ยว ข้าจะไปบอกเรื่องนี้กับพ่อเจ้า!"

ถูซานกำลังกำจัดวัชพืชในทุ่งผักบนเนินเขาด้านหลัง ร่วมกับผู้ชายคนอื่น ๆในตระกูลถู

หากเขารู้ว่าลูกสาวคนโตปลอดภัยดี ต้องดีใจมากแน่นอน

นางหลินพูดจบ ก็วิ่งถลาออกไปนอกห้องด้วยความตื่นเต้น ทิ้งให้ถูซินเยว่และซูจื่อหังอยู่ในห้องสองคน มองหน้ากันไปมา

“แม่ข้าตื่นเต้นมากจริง ๆ " ถูซินเยว่ทำลายความเงียบขึ้น

ซูจื่อหังเหลือบมองเธอแล้วพูดว่า "ลูกกวาดเมื่อครู่คงเอามาจากหลิวชุนฮวาสินะ"

ถูซินเยว่ชะงัก สีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย พึมพำขึ้นว่า "เจ้ารู้ด้วยหรอ เจ้ารู้แล้วยังช่วยข้าโกหกอีก"

“ถ้าข้าไม่ช่วยเจ้าโกหก เจ้าจะหาข้อแก้ตัวอย่างไรได้ เสี่ยวเป้ยยังรู้จักประสามากกว่าเจ้าเสียอีก รู้ว่าไม่ควรขโมยของ" ซูจื่อหังบีบขมับอย่างจนปัญญา แม้ว่าภรรยาของเขาคนนี้จะหายสติไม่ดีแล้ว แต่นิสัยยังเหมือนเด็กอยู่มาก

ถูซินเยว่พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด "ข้าไม่ใช่ขโมยซะหน่อย ข้าแค่เอาคืนมาจากสิ่งที่ข้าควรจะได้รับก็เท่านั้น"

มีอยู่ครั้งหนึ่ง หลิวชุนฮวาใช้ลูกกวาดเป็นเหยื่อล่อเพื่อขอให้เจ้าของร่างเดิมทำสิ่งที่น่าขายหน้า แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้ลูกกวาดนั้นมา ตอนนี้เธอแค่ช่วยเจ้าของเดิมเอาสิ่งที่นางสมควรได้รับกลับมาพร้อมดอกเบี้ย ผิดตรงไหน?

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ถูซินเยว่ก็หยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อมอบให้ซูจื่อหัง พูดขึ้นว่า "ยังมีอีกเม็ดนึง เจ้ากินไหม?"

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง