เข้าสู่ระบบผ่าน

หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง นิยาย บท 35

ใบหน้าอ้วนฉุของหญิงสาวฉายแววประจบประแจง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหลายวันมานี้ได้ออกแรงในมิติหรือเปล่า ฝีหนองบนหน้าของถูซินเยว่จางหายไปไม่น้อย ตอนนี้ดูสบายตาขึ้นมาเป็นพิเศษ

ซูจื่อหังกำมือขึ้นมาทำท่าไอ เพื่อกลั้นเสียงหัวเราะที่กำลังจะออกมาจากลำคอ แล้วแสร้งทำท่าจริงจัง "ครั้งหน้าห้ามทำแบบนี้อีกนะ"

"อืม" ถูซินเยว่พยักหน้าและพูดอย่างจริงใจ "ครั้งหน้าไม่ทำแบบนี้อีกแน่นอน ต่อไปหากข้าเจอหลิวชุนฮวาก็จะเลี่ยงเดินไปทางอื่น ดีไหม?"

"อืม"

อีกฝ่ายจริงจังขึ้นมา ซูจื่อหังก็รู้สึกไม่คุ้นชินไปเล็กน้อย

ถูซินเยว่กลับส่ายลูกกวาดในมือไปมา ถามอย่างจริงจังว่า "แล้วลูกกวาดนี่ไม่เอาจริง ๆ หรอ?" "ไม่" ซูจื่อหังส่ายหน้า เขาไม่ใช่เด็กน้อยเสียหน่อย ไม่พิศวาสลูกกวาดพวกนี้หรอก

เมื่อการติดสินบนล้มเหลว ถูซินเยว่จึงทำได้เพียงนำลูกกวาดใส่กลับเข้าไปในแขนเสื้อ ซูจื่อหังดูเหมือนจะคิดอะไรได้บางอย่าง จึงพูดขึ้นอย่างเคอะเขินว่า "เมื่อครู่ระหว่างทาง ข้าไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิเจ้า แค่คิดว่าเจ้าทำไม่ถูก ดังนั้นข้าจึง...."

พูดไปได้แค่ครึ่งทาง นึกไม่ถึงว่าถูซินเยว่ที่เมื่อครู่ยังเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายได้ยินประโยคนี้เข้าไปเท่านั้นก็ทำท่าขนพองขึ้นมาทันที "ข้าทำไม่ถูกตรงไหน?"

ซู่จื่อหังสำลัก ยกมือขึ้นมากดหน้าผากตัวเองอย่างจนปัญญา

“ไม่ เจ้าทำถูกทุกอย่าง"

ครู่ต่อมา ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นมาอย่างจนคำพูด

“สิ่งที่ข้าทำมันก็ไม่ได้ผิดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เมื่อก่อนหลิวชุนฮวาชอบรังแกข้า ข้าก็แค่เอาคืน" ดวงตาของถูซินเยว่เย็นชาเล็กน้อย แล้วยังพวกคนในตระกูลถูนี่อีก วันนี้ก็ไม่ควรจะยั่วโมโหเธอ หากเธอหมดความอดทนขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็ เธอจะจัดการให้สาสมเลยคอยดู

เมื่อคิดได้ถึงตรงนี้ เสียงสาปแช่งของแม่เฒ่าตระกูลถูก็ลอยมาจากด้านนอก "ทำไมไม่ไปหุงข้าว วิ่งไปวิ่งมาทำไม?" "ข้ะ ข้าจะไปหาพ่อของเสี่ยวเป้ย" นางหลินตอบกลับเสียงอ่อย

“พ่อของเสี่ยวเป้ยทำงานอยู่ในแปลงผักนู่น เจ้าจะไปทำไม? ไม่รู้จักทำงานอยู่เปลืองข้าวไปวัน ๆ ก็พอแรงอยู่แล้ว ยังจะพาเหล่าซื่อไปแอบขี้เกียจอีกคนหรือไง? วันนี้มีแขกมาบ้าน แหกตาดูซิว่านี่มันเวลาไหนแล้ว ยังไม่ไปทำกับข้าวอีก เจ้าจะให้คนในบ้านกินลมแทนข้าวหรือยังไง?"

แม่เฒ่าตระกูลถูน้ำเสียงบาดหู

ถูซินเยว่ขมวดคิ้ว เธอทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ จึงลุกขึ้นไปดูที่หน้าประตู

ก็เห็นนางหลินยืนอยู่ในลานบ้านตัวเล็กตัวน้อย กำลังถูกแม่เฒ่าถูด่าทอ ไม่กล้าต่อปากต่อคำแม้แต่น้อย

“ท่านแม่ ข้าจะไปหุงข้าวเดี๋ยวนี้แหละ ท่านอย่าโกรธไปเลย เดี๋ยวจะกระทบต่อสุขภาพเอาได้" ความสุขเมื่อครู่สูญสลายไปจนหมดสิ้น นางหลินเดินเข้าไปในครัวอย่างอ่อนแรง และเริ่มตั้งหน้าตั้งตาหุงหาอาหารมื้อเที่ยง

แม่เฒ่าตระกูลถูมองดูแผ่นหลังของอีกฝ่าย พึมพำ "หึ" ออกมา กัดฟันพูดว่า "หน้าด้านไร้ยางอาย"

แม้ว่านางหลินจะเป็นลูกสะใภ้จากพื้นที่ชนบท แต่นางก็มีผิวพรรณขาวผ่อง หน้าตาสวยสะอาดสะอ้าน ราวกับคุณหนูในตระกูลร่ำรวย แต่แม่เฒ่าตระกูลถูกลับมองไม่เห็นความดีของนาง มักจะด่าทออีกฝ่ายเป็นประจำ

ถูซินเยว่มองจากระยะไกลก็เห็นว่านางหลินทำอาหารอยู่คนเดียวในครัว ส่วนป้าใหญ่ถูชิวหลานนั่งคุยอยู่กับถูหมิงซวนอยู่กลางลานบ้าน แม่เฒ่าก็กำลังนั่งอาบแดดอย่างเกียจคร้าน ชายสองคนที่อยู่ข้าง ๆ คนหนึ่งคือเหลียงปิน คนหนึ่งคือลุงคนโต ยิ่งไม่น่าจะเข้าไปช่วย

ดูเหมือนว่าสถานภาพของนางหลินในตระกูลถูนั้นช่างน่าเวทนาเหลือเกิน

ถูซินเยว่นึกขึ้นได้ว่าตนนำเนื้อหมูป่ามาด้วย จึงหันกลับมาหยิบตะกร้าขึ้นมาแล้วพูดกับซูจื่อหังว่า "ข้าจะไปช่วยท่านแม่ในครัว เจ้าจะไปเล่นกับเสี่ยวเป้ยก็ได้ หรือจะนั่งอยู่ในบ้านก็ได้ เสร็จแล้วอย่าลืมออกมากินข้าวด้วยล่ะ"

มีกลิ่นอาหารไหม้โชยออกมาจากกระทะเหล็ก นางหลินรีบหันกลับไปตั้งใจทำอาหารต่อ มิเช่นนั้นหากทำเสียของ ก็ต้องถูกดุด่าอีก

ถูซินเยว่เหลือบมองนางหลิน เธอจงใจบอกว่าซื้อเนื้อหมูป่านี้มา เพราะหากว่านางหลินรู้ว่าเธอขึ้นเขาไปล่าสัตว์ และต่อสู้กับหมูป่าด้วยตนเอง คาดว่านางหลินคงต้องตกใจมากแน่ ๆ

แม้ว่าถูซินเยว่จะทำอาหารไม่เป็น แต่เธอยังสามารถทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ก่อไฟ หรือล้างผักได้

ดังนั้นด้วยความช่วยเหลือของเธอ ภาระของนางหลินก็บรรเทาลงได้มากอาหารกลางวันก็ถูกตระเตรียมขึ้นอย่างรวดเร็ว

วันนี้ถือว่าบังเอิญมาก ถูหม่านสามีของถูชิวหลาน ซึ่งก็คือลุงคนโตของถูซินเยว่ที่ไปทำงานช่างไม้ในอำเภอก็กลับมาบ้าน ดังนั้นทั้งครอบครัวก็กลับมารับประทานอาหารด้วยกัน มิเช่นนั้นโดยปกติแล้วถูหมิงซวนและสามีต่างก็อาศัยอยู่ในอำเภอ แม้แต่ถูชิวหลานเองก็อยู่ที่บ้านของตน ไม่มีโอกาสที่จะได้พบกัน

เมื่ออาหารกลางวันพร้อมอยู่บนโต๊ะอาหาร ถูเกินพ่อเฒ่าตระกูลถูและถูซานก็กลับมาแล้ว ล้างไม้ล้างมือแล้วทั้งครอบครัวก็นั่งลงรับประทานอาหารด้วยกัน

ครอบครัวตระกูลถูมีคนเยอะ แต่โต๊ะรับประทานอาหารกลับเป็นแค่โต๊ะแปดเซียนแบบดั้งเดิม (โต๊ะไม้สี่เหลี่ยมจตุรัส นั่งได้มากสุดแค่แปดคน) ดังนั้นทั้งครอบครัวจึงนั่งไม่พอ

แม่เฒ่าตระกูลถูบุ้ยใบ้ให้นางหลินไปนั่งกินที่โต๊ะตัวเล็กที่วางอยู่ด้านหนึ่ง ไม่อนุญาตให้นั่งด้วยกัน ซึ่งเป็นเช่นนี้มาโดยตลอด นางหลินเองก็เคยชินแล้ว จึงถือชามขึ้นมาใบหนึ่งแล้วเทข้าวและอาหารที่เหลือลงไป และนำไปนั่งกินที่ม้านั่งด้านข้าง

พูดได้ว่าฐานะทางบ้านของตระกูลถูนั้นเหนือกว่าตระกูลซูอยู่มาก เมื่อนึกถึงผักใบขมที่กินอยู่ในช่วงสองสามวันนี้ และเห็นอาหารเต็มโต๊ะที่อยู่ตรรงหน้า ทั้งเนื้อหมูและเนื้อหมูป่า ผักต่าง ๆ และไข่ตุ๋น ถูซินเยว่ก็กลืนน้ำลายทันที

ถูซานรู้สึกสงสารภรรยา เขาจึงนำกับข้าวต่าง ๆ มากมายไปให้นางโดยไม่สนใจคำคัดค้านของแม่เฒ่าถู

แม่เฒ่าตระกูลถูหน้าหงิกงอ ไม่พอใจเป็นอย่างมาก พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนโต ไม่ยักจะเห็นเจ้าสนใจใยดีพวกข้า กลับไปสนใจหญิงชั้นต่ำ ดูแลราวกับสมบัติล้ำค่าก็ไม่ปาน"

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง