ถูซานถูกสั่งสอนเช่นนี้ต่อหน้าลูกหลาน สีหน้าก็ฉายแววไม่พอใจ อดไม่ได้ที่จะพูดแทนนางหลินว่า "ชุนเหนียงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อครอบครัวนี้มาโดยตลอด นางทำงานทุกอย่างในบ้าน อีกอย่างนางเป็นภรรยาของลูก ให้กำเนิดบุตรชายบุตรสาวแก่ลูก หากลูกจะรักใคร่สงสารนางก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร"
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกจากปาก แม่เฒ่าถูก็ยิ้มเยาะทันที "ให้กำเนิดบุตรชายบุตรสาว ให้กำเนิดคนโง่สติไม่ดีอย่างนั้นน่ะหรือ?"
อะไรอีก?
ถูซินเยว่ที่กำลังคีบหมูสามชั้นอยู่ก็ชะงักกึกทันที อยู่ดี ๆ ทำไมถึงลากเธอเข้ามาเป็นคนโง่สติไม่ดีได้อีก หรือว่าตอนนี้แม้ว่าเธอจะหายแล้ว ก็ยังดูสติไม่ดีอยู่งั้นหรือ?
นอกจากนี้ คำพูดของแม่เฒ่าถูก็น่าเกลียดจนเกินไป นางหลินรับใช้ครอบครัวเยี่ยงวัวเยี่ยงควาย แม้แต่นั่งร่วมโต๊ะอาหารยังทำไม่ได้ ได้กินของดี ๆ ก็ยังไม่ได้อีก?
เป็นผู้หญิงด้วยกันทำไมถึงข่มเหงรังแกกันเช่นนี้?
แม่เฒ่าถูเองก่อนจะเข้ามาบ้านนี้ก็เคยแต่งงานมาก่อน จงใจจะดูถูกกันให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยใช่ไหม
ถูซินเยว่กำลังจะโยนตะเกียบในมือของเธอทิ้ง แต่ทันใดนั้นข้อมือของเธอก็ถูกคว้าเอาไว้ เมื่อหันไปก็เห็นซูจื่อหังกำลังส่ายหน้าที่ถ้าไม่สังเกตก็แทบจะมองไม่เห็นให้เธอ บอกเธอด้วยสายตาว่าอย่าวู่วาม
ตอนนี้มีคนมากมายในตระกูลถู และแม้ว่าถูซินเยว่จะแข็งแกร่งขนาดไหน ก็สู้พวกเขาไม่ได้แน่นอน
ก็ได้
เมื่อเข้าใจความคิดของซูจื่อหังแล้ว ถูซินเยว่ก็อดกลั้นเอาไว้อย่างหงุดหงิด
แต่นางหลินกลับพูดขึ้นอย่างอ่อนแอ "ท่านพี่ ข้าไม่เป็นไร นั่งตรงนี้ก็สบายดี ท่านพี่กินเถอะ ไม่ต้องสนใจข้า"
“หึ ของกินดี ๆ ทั้งนั้น ก็ต้องสบายดีอยู่แล้วสิ" ถูชิวหลานเหลือบมองนางหลินด้วยท่าทางน่ากลัว จากนั้นจึงคีบเนื้อชิ้นหนึ่งใส่ลงในชามของเหลียงปิน แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "ลูกเขยของแม่ กินเยอะ ๆ ล่ะ กินเยอะจะได้มีแรงหาเงินมาดูแลหมิงซวนของพวกเรายังไงล่ะ"
“ขอบคุณท่านแม่” เหลียงปินเหลือบมองถูหมิงซวน ดวงตาของเขาจ้องไปที่รอยแดงที่คอของอีกฝ่าย มีประกายรุ่มร้อนวาบขึ้นมาในดวงตา เขาพยักหน้าทันที “ท่านแม่วางใจเถอะ ข้าจะดูแลหมิงซวนเป็นอย่างดี"
ทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกัน และเหลียงปินก็ลุ่มหลงในเรือนร่างของถูหมิงซวนมากราวกับว่าเขาไม่เคยได้เจอผู้หญิงมาแปดชาติ เขาใช้งานเธอจนร่างกายเกือบแตกสลายทั้งวันทั้งคืน ถูซินเยว่ได้ยินความหมายแฝงในน้ำเสียงของเหลียงปิน แม้ว่าจะยังคงมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า แต่ร่างกายของเธอก็สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
เมื่อเห็นเหลียงปินมองมาอย่างสงสัย ถูหมิงซวนก็รีบคีบไข่ใส่ในชามของอีกฝ่ายทันที พูดว่า "ท่านพี่ต้องดูแลกิจการในอำเภอทุกวัน ลำบากท่านแล้วจริง ๆ "
เหลียงปินยิ้มอย่างพึงพอใจทันที
ถูซินเยว่ขี้เกียจดูพวกเขาแสดงความรัก ดังนั้นเธอจึงก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างไม่สนใจใคร เพื่อหลีกเลี่ยงการมองเห็นอะไรที่ทำให้เธอคลื่นไส้ กำลังกิน ๆ อยู่กลับเห็นซูจื่อหังคีบเนื้อหมูให้เธอหนึ่งชิ้น เมื่อเห็นว่าถูซินเยว่กินหมดแล้วก็คีบให้เธออีกหนึ่งชิ้น
จู่ ๆ ถูซินเยว่ก็รู้สึกเคอะเขินเล็กน้อย ตานี่คือตั้งใจใช่ไหม เธออยากจะลดความอ้วนอยู่นะ! ไม่ต้องเอาเนื้อมาให้แล้ว!
อยู่ในบ้านตระกูลซูมานาน ไม่เคยได้ลิ้มรสเนื้อสัตว์ใด ๆ เมื่อเห็นเนื้อสัตว์ ถูซินเยว่ก็อดใจไม่ไหว ยังไม่ทันได้ปฏิเสธใด ๆ เธอก็ยัดมันเข้าไปปากเสียแล้ว
ถูชิวหลานที่อยู่ข้าง ๆ มองท่าทางของเธอ ก็ทำท่าปิดปากแสร้งทำเป็นกั้นหัวเราะ "ดูเหมือนว่าซินเยว่อยู่ที่บ้านตระกูลซูจะหิวโหยเหลือเกินนะ ต่อไปถ้าหิวอีก ก็มาอาศัยของกินที่บ้านตระกูลถูได้นะ วางใจเถอะ พวกข้าไม่รังเกียจเจ้าหรอก"
ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขารู้สึกว่าท่าทางที่ถูซินเยว่พูดจาเหลวไหลนั้น น่ารักไม่เบาเลยทีเดียว
แม้แต่ซูจื่อหังเองก็คิดว่ามันเกินจริง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถูชิวหลานและคนอื่น ๆ ถูชิวหลานเหลือบมองซูจื่อหัง จากนั้นจึงพ่นลมจากจมูกอย่างเย้ยหยัน พูดถากถางขึ้นว่า "ถูซินเยว่ เจ้าอยากให้ข้าขำตายหรือไง? จื่อหัง? บัณฑิตผู้ร่ำเรียนหนังสืออย่างเขาเนี่ยนะ? ขนาดนักล่าในหมู่บ้านยังไม่กล้าพูดเลยว่าสามารถชกหมูป่าให้ตายได้ในหมัดเดียว แต่เจ้าบอกว่าซูจื่อหังทำได้ ใครจะไปเชื่อ"
“เหอ ๆ ถ้าไม่เชื่อท่านลองถามเหลียงปินดู ว่าใครกันแน่ที่เอาเนื้อหมูป่านี้มา" ถูซินเยว่พูดขึ้นอย่างเบิกบาน
ก็แค่เนื้อหมูป่าชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นเดียว เหลียงปินไม่ใส่ใจมันสักนิด แต่ตอนนี้ถูชิวหลานกลับทำให้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด เขาขมวดคิ้วและพูดขึ้นว่า "ข้าไม่ได้เอาเนื้อหมูนี่มาเป็นเรื่องจริง แต่ว่าซินเยว่ เจ้าบอกว่าจื่อหังล่ามาได้ ก็ดูไม่น่าเชื่อเท่าไหร่นะ" "เจ้าไม่เชื่อ?" ถูซินเยว่ยิ้มเย็น วางตะเกียบลง จากนั้นพูดขึ้นว่า "หรือต้องให้ข้าแสดงให้พวกเจ้าดู ว่าสามีของข้าล่าหมูป่ามาได้อย่างไร?"
เธอยืนขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามราวกับโรคบ้ากำเริบ
ดวงตาของถูชิวหลานสว่างวาบขึ้นทันที พูดขึ้นว่า "งั้นก็เอาเลย"
ก็ดีเหมือนกัน จะได้ให้นางอ้วนนี่แสดงเป็นหมู
ถูซินเยว่เหลือบมองเหลียงปินแล้วพูดอย่างจริงจังว่า "ข้าว่าให้พี่เขยมาแสดงเป็นหมูป่าดีกว่า ไม่งั้นข้าไม่มีคู่แสดง แล้วจะแสดงให้พวกท่านดูได้อย่างไรล่ะ?" พูดจบ ด้วยกลัวว่าเหลียงปินจะปฏิเสธ จึงรีบพูดขึ้นว่า "ข้ายอมแสดงให้พวกท่านดูแล้ว เชื่อว่าพี่เขยก็คงไม่ใจจืดใจดำ ข้าขอถือวิสาสะรบกวนท่านหน่อยก็แล้วกัน"
พูดมาเช่นนี้ เหลียงปินไม่มีโอกาสปฏิเสธได้เลย
เขาลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า "เอาก็เอา"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง
รออยู่นะคะ...
รอ.....,....
รอ.........
แอดจ๋า...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอคะ น่าสนุกมาก😭😭😭...
กำลังสนุกเลย ช่วยมาเพิ่มตอนให้ทีนะคะแอดมิน...
สนุกดี ไม่อัพต่อแล้วหรอค่ะ...