หากถูชิวหลานไม่พูดขึ้นมา คนอื่นก็ยังไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ พอได้ยินนางพูดเช่นนี้ ทุกคนก็สังเกตเห็นทันที
ถูซินเยว่เคยเป็นคนสติไม่ดีที่พูดจาไม่ชัดถ้อยชัดคำ เดี๋ยวร้องไห้เดี๋ยวหัวเราะ ตอนนี้ไม่เพียงแต่ชัดถ้อยชัดคำ ทั้งยังพูดได้เฉลียวฉลาดอีกด้วย
“ซินเยว่หายสติไม่ดีมาตั้งนานแล้ว ครั้งก่อนข้าเจอนางที่ตลาดในอำเภอ นางก็พูดจาได้คล่องแคล่วแล้ว" ถูหมิงซวนกัดฟัน ฉายแววโมโหในน้ำเสียง พูดขึ้นว่า "เมื่อครู่ นางต้องจงใจแกล้งบ้ามาเล่นตลกกับพวกเราแน่ ๆ นี่มันเกินไปจริง ๆ ทุบตีเหลียงปินจนเป็นสภาพนี้ ยังเป็นคนอยู่อีกหรือ?"
พูดจบ นางก็ซับน้ำตา
ความรู้สึกผิดแวบขึ้นมาในดวงตาของนางหลิน นางแอบสบตากับถูซานและพยักหน้าให้อีกฝ่ายเงียบ ๆ ถูซานเข้าใจได้ทันทีว่าลูกสาวของตนไม่ได้สติไม่ดีอีกต่อไปแล้ว ก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที แต่เมื่อเห็นสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ก็ต้องกลั้นรอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้
อันที่จริง เขารู้สึกสะใจที่ซินเยว่ลงมือเมื่อครู่
ไม่ใช่ว่าถูซานไม่รู้เรื่องชั่ว ๆ ที่ตระกูลเหลียงทำ แต่ในเมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้ ทั้งยังเห็นดีเห็นงามโดยท่านพ่อท่านแม่ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถพูดอะไรได้
ซินเยว่ทุบตีเหลียงปินที่ชอบดูถูกคนเช่นนี้ ก็คือสิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริง
ทุกคนในตระกูลถูขมวดคิ้ว ถูเกินเหลือบมองไปยังทิศทางที่ถูซินเยว่เดินออกไป ประกายแวบขึ้นมาในดวงตาที่ขุ่นมัวของเขาและไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาหยิบกล้องสูบยาออกมาเคาะไปบนโต๊ะ พูดขึ้นเรียบ ๆ ว่า "ยืนงงอะไรกันอยู่ ถูซินเยว่จะไปก็ให้นางไป นั่งลงกินข้าวต่อเถอะ"
พูดตามตรงเขาไม่ได้สนใจหลานสาวคนนี้มากนัก จะดีจะเลวก็ช่าง
หญิงอ้วนอัปลักษณ์แต่งงานกับชายยากจน ถึงแม้คำพูดจะออกมาจากปากคนอื่น แต่ถูเกินก็ยังรู้สึกเสียหน้า
ในเมื่อชายชราเอ่ยปาก ทุกคนในครอบครัวตระกูลถูก็ต้องกลับไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวอย่างเชื่อฟัง ใบหน้าของเหลียงปินเต็มไปด้วยบาดแผล ฟันหน้าเกือบถูกตบจนหลุดออกจากปาก ในเวลานี้เขากินไม่ลงอีกต่อไป
เมื่อนึกถึงท่าทางหยิ่งผยองของถูซินเยว่ก่อนจากไป สายตาที่เหิมเกริมนั้น เขาก็แอบกำหมัดแน่นที่ใต้โต๊ะ คิดในใจว่าจะไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปง่าย ๆ
เขาไม่มีทางทำอะไรถูซินเยว่ได้ เพราะอย่างไรแล้วชายชาตรีจะไม่มีวันทำร้ายผู้หญิง ไม่เหมือนกับซูจื่อหัง
รอจนกระทั่งซูจื่อหังไปที่สำนักบัณฑิตในอำเภอ เขาจะต้องหาคนมาสั่งสอนไอ้บัณฑิตไส้แห้งให้รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง
ในเวลานี้ถูซินเยว่และซูจื่อหังก็ได้เดินออกมาจากบ้านตระกูลถูอย่างไม่แยแส ถือตะกร้าเปล่าเดินบนถนนปูหิน
ได้ระบายอารมณ์ที่บ้านตระกูลถู ถูซินเยว่ก็อารมณ์ดีขึ้นมาก ร่างกายที่อวบอ้วนรู้สึกเบาขึ้น
“ท่านพี่ซู ข้าขอบใจเจ้ามากนะวันนี้" กล้าเต็มใจออกมาปกป้องเธอต่อหน้าผู้คนมากมาย
ซูจื่อหังส่ายหัว มองดูใบหน้ากลมที่ยิ้มตาหยีนั้น ก็หันหน้าไปอีกทางอย่างประหม่า พูดขึ้นว่า "ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ข้าควรจะต้องขอบใจเจ้าที่ปกป้องข้าต่างหาก"
“ถ้าเช่นนั้นเราสองคนก็ถือว่าต่างฝ่ายต่างช่วยกัน เป็นพันธมิตรกันแล้วงั้นสิ?"
“พันธมิตร?” ซูจื่อหังเอ่ยคำนี้ออกมา รู้สึกทะแม่ง ๆ
“ก็ใช่ไง!”ถูซินเยว่เลิกคิ้วแล้วพูดว่า “เราร่วมมือกันระบายความโกรธแค้นที่บ้านตระกูลถู โจมตีความโอหังของศัตรู ก็เรียกว่าพันธมิตรไม่ใช่หรือไง!"
หญิงสาวมองซูจื่อหังด้วยท่าทางจริงจัง แต่กลับเห็นว่าจู่ ๆ ดวงตาของเขาจ้องไปที่มือของเธอ หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วถามขึ้นว่า "มือเจ้าเป็นอะไรไป?"
เขายื่นมือมาคว้าข้อมือของถูซินเยว่ มองไปที่หลังมือแดงก่ำของอีกฝ่ายสายตาก็ฉายแววเจ็บปวดด้วยความสงสารแวบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“ทำไมถึงแดงไปหมดอย่างนี้?"
“พี่ใหญ่ เจ้า เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร? กับดักหนูนี่ข้าไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ข้า....."
"เจ้าหุบปาก!"
เมื่อได้ยินเสียงข้างใน ถูซินเยว่และซูจื่อหังก็มองหน้ากันแล้วก็เดินเข้าไป
“ข้าก็ว่าได้ยินเสียงเอะอะมาแต่ไกล ที่แท้แล้วก็เสียงป้าคนโตของเจ้านี่เอง"
ซูเฟิ่งอี๋นั่งอยู่บนพื้น ข้อเท้าข้างหนึ่งของเธอถูกหนีบไว้แน่นด้วยกับดักหนูผิวหนังโดยรอบมีรอยฟกช้ำ บวมแดง โชคดีที่กับดักหนูนี้ทำจากไม้ ถ้าหากว่าทำจากเหล็ก คาดว่าข้อเท้าของอีกฝ่ายคงเลือดสาดไปแล้ว
ถูซินเยว่เดินมาหานางด้วยรอยยิ้มและทำท่าเกินจริงว่า "อ้าว นี่มันกับดักหนูที่ข้าเอามาไว้ดักหนูไม่ใช่เรอะ? ท่านป้าเจ้าเข้ามาเหยียบในนี้ได้ยังไงกัน? หรือว่าเจ้าก็ทำตัวเหมือนหนูเข้ามาลักขโมยของงั้นรึ?"
“เจ้า!” ซูเฟิ่งอี๋โกรธจัดเมื่อเห็นเห็นรอยยิ้มขี้เล่นของถูซินเยว่ เมื่อเห็นดวงตาที่เยาะเย้ยของถูซินเยว่ ก็ถามขึ้นอย่างโมโห "ต้องเป็นเจ้าแน่ ๆ ใช่ไหม เจ้าตั้งใจเอากับดักหนูมาวางไว้ในนี้!"
“ก็ใช่น่ะสิ ข้าตั้งใจเอากับดักหนูมาวางไว้ที่นี่ แต่ว่าข้าวางไว้เพื่อดักหนู แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า?" ถูซินเยว่กระพริบตาอย่างไร้เดียงสา ในขณะที่ซูเฟิ่งอี๋กำลังจะกรีดร้องด้วยความโกรธ ทันใดนั้นเธอก็ยื่นมือออกมาตบเบา ๆ ไปที่หน้าของซูเฟิ่งอี๋
“ท่านป้า เจ็บเท้าหรือเปล่า?"
หญิงสาวน้ำเสียงหวานเยิ้ม
ซูเฟิ่งอี๋ตกตะลึง ยังจะมีหน้ามาถามอีก ถูกกับดักหนูหนีบเข้าให้แบบนี้จะไม่เจ็บได้อย่างไร? หากไม่ใช่ว่าต้องมานั่งรออยู่ที่นี่เพื่อหลอกเอาเงินค่ารักษา ซูเฟิ่งอี๋คงร้องไห้กลับไปทายาที่บ้านตั้งนานแล้ว
“ถูซินเยว่ ข้าจะบอกเจ้าให้นะ เจ้ากล้าทำข้าเจ็บขนาดนี้ ข้าจะเอาเรื่องเจ้าให้ถึงที่สุด หากเจ้าไม่รับผิดชอบ ข้าจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านว่าเจ้าจงใจจะทำร้ายผู้อื่น!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง
รออยู่นะคะ...
รอ.....,....
รอ.........
แอดจ๋า...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอคะ น่าสนุกมาก😭😭😭...
กำลังสนุกเลย ช่วยมาเพิ่มตอนให้ทีนะคะแอดมิน...
สนุกดี ไม่อัพต่อแล้วหรอค่ะ...