เข้าสู่ระบบผ่าน

หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง นิยาย บท 41

เมื่อเห็นคนทั้งสองหนีไป ถูซินเยว่ซึ่งยืนอยู่ที่ประตูด้วยสีหน้าดุร้ายก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

เธอหันศีรษะและมองไปที่ซูจื่อหังและนางหยู กระพริบตาปริบ ๆ เลิกคิ้วแล้วพูดว่า "ข้าเก่งเปล่า?"

วินาทีที่แล้วยังดุร้ายราวกับปีศาจจากนรกอเวจี วินาทีต่อมากลับกลายเป็นหญิงสาวข้างบ้านที่น่ารักมีชีวิตชีวา

ซูจื่อหังพยักหน้า ในที่สุดก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ยกนิ้วโป้งให้อีกฝ่าย

นางหยูรู้สึกหวาดกลัวกับความแข็งแกร่งของถูซินเยว่มากเสียจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

นับตั้งแต่นางแต่งงานเข้ามาที่ตระกูลซู ไม่มีวันไหนที่เธอไม่ถูกพี่สามีคนนี้รังแก

อาจกล่าวได้ว่านางหยูมีความกลัวซูเฟิ่งอี๋อยู่ในจิตใต้สำนึกไปแล้ว

แต่คนที่เธอกลัวมากที่สุดกลับคุกเข่าลงและร้องขอความเมตตาจากถูซินเยว่

เมื่อนึกถึงท่าทางราวกับสุนัขจนตรอกของซูเฟิ่งอี๋นั้น นางหยูก็รู้สึกเหลือเชื่อ

ภรรยาที่กล้าหาญชาญชัยขนาดนี้ ขอมาเป็นสะใภ้ไม่รู้ว่าผิดหรือถูกกันแน่

ทันทีที่ความคิดนี้เข้ามาในหัว ถูซินเยว่ก็จับมือนางขึ้นมา ยิ้มแล้วพูดว่า "ได้รับบทเรียนวันนี้ไป ต่อไปต่อให้ข้าและท่านพี่ซูไม่อยู่บ้าน ท่านป้าตัวดีนั่นก็ไม่กล้ามารังแกท่านแม่แล้ว ข้ากับท่านพี่ซูก็จะได้วางใจ"

เธอและซูจื่อหังไม่สามารถอยู่บ้านได้ตลอดเวลา

อีกไม่กี่วัน ซูจื่อหังจะไปสำนักบัณฑิตในเมือง ส่วนตนก็ต้องออกไปหาเลี้ยงชีพ หาเงินมาดูแลครอบครัว

นางหยูกำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้านคนเดียว หากวันนี้ไม่เกิดขึ้น ไม่แน่ว่าซูเฟิ่งอี๋อาจฉวยโอกาสเข้ามารังแกนางอีก

รอยยิ้มของถูซินเยว่นั้นจริงใจ และดวงตาเล็ก ๆ ของเธอก็สดใสราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า เป็นประกายระยิบระยับ

นางหยูมองดูเธอ ความกังวลทั้งหมดเมื่อครู่หายวับไป เกิดความรู้สึกผิดขึ้นในใจอย่างไม่มีเหตุผล นางพยักหน้าแล้วพูดว่า "ซินเยว่ ขอบใจเจ้ามาก"

นางรู้สึกซาบซึ้ง

ถูซินเยว่หัวเราะหึ ๆ สองทีแล้วพูดว่า "ท่านแม่ ท่านยังไม่ได้กินข้าวกลางวันใช่ไหม ข้าเอาของกินจากบ้านตระกูลถูมาฝากท่าน ข้ากับท่านพี่ซูก็ยังกินไม่อิ่มพอดี เรามาหุงข้าวกินข้าวกันเถอะ"

พูดจบ เธอก็นำหมูสามชั้นมัน ๆ ชามหนึ่งออกมาจากตะกร้าผัก

ทันทีที่นำชามหมูสามชั้นออกมา กลิ่นของเนื้อหมูก็อบอวลไปทั่วห้องทันที และแม้แต่นางหยูก็อดที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ไม่ได้

หลังจากที่นางกลับมาจากบ้านของหมอหลี่ ก็เจอซูเฟิ่งอี๋กำลังก่อความวุ่นวายอยู่ที่นี่ ยังไม่ทันจะได้กินข้าวสักคำ นอกจากนี้ตระกูลซูยากจน เนื้อหมูสามชั้นเช่นนี้ ปกติจะซื้อมาก็ต่อเมื่อถึงช่วงเทศกาลเท่านั้น ทั้งยังไม่เคยตกมาถึงนาง

เมื่อเห็นอาการของนางหยูเช่นนี้ ถูซินเยว่ก็รีบวางเนื้อหมูสามชั้นไว้บนโต๊ะ แล้วจูงมือหนางหยูไปทำกับข้าว

ในทางกลับกัน ซูจื่อหังกลับจ้องมองไปที่ชามของหมูสามชั้นใบนั้น มุ่ยปาก หากเขาจำไม่ผิดหมูสามชั้นชามนี้น่าจะวางอยู่บนโต๊ะอาหารที่บ้านตระกูลถู นางเอามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ฉกลูกกวาดมาก็ว่าไปอย่าง นี่ถึงกับฉกหมูสามชั้นกันเลยทีเดียวหรือ......

ชายหนุ่มบีบขมับอย่างหัวจะปวด กำลังจะคว้าข้อมือของถูซินเยว่เอาไว้ พูดคุยโดยใช้เหตุผลกับเธอ คาดไม่ถึงว่าถูซินเยว่กลับลากนางหยูและเริ่มพูดเจื้อยแจ้ว

“พวกเราเอาเนื้อหมูป่าไป คนที่บ้านตระกูลถูดีใจ ยืนกรานให้ข้าเอาหมูสามชั้นชามนี้กลับมาให้ได้ ข้าปฏิเสธแล้วปฏิเสธอีกก็ไม่เป็นผล สุดท้ายคิดได้ว่าท่านแม่อยู่บ้านไม่มีของดี ๆ กิน ก็เลยไม่คัดค้านอีก รับเอามาไว้"

หญิงสาวทำหน้าจริงจัง ดวงตาไม่ขยับเลยสักนิดเวลาที่พูดโกหก

นางหยูพยักหน้าอย่างมีความสุขและกล่าวว่า "ซินเยว่ เจ้าช่างเป็นเด็กดีที่ซื่อสัตย์"

ซื่อสัตย์?

“ได้ยินมาว่าเมื่อวานนางก็ถล่มบ้านตระกูลถูซะไม่เหลือชิ้นดี ทุบตีเหลียงปินจนใบหน้าเขียวช้ำไปหมด เรียกได้ว่าหมดสภาพเลยแหละ หากไม่ใช่ว่ามีคนเข้าไปห้ามไว้ นางตั้งใจว่าจะฆ่าเหลียงปินให้ตายเชียวนะ!"

“สวรรค์!” ทันใดนั้นหญิงสาวหลายคนก็กรีดร้องออกมาพร้อมกัน

หญิงสาวในชนบท หากไม่พอใจก็แค่พาพวกพ้องมาตบตี กระชากผมกันสองสามที แต่ไม่มีใครกล้ายกระดับถึงขั้นฆ่าแกงกัน!

ในเวลานี้ ภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่ดุร้ายและเอาแต่ใจได้ปรากฏขึ้นอยู่ในใจของพวกนางอย่างเงียบ ๆ

“เออนี่แน่ะ เฟิ่งอี๋ ขาเจ้าเป็นอะไรไป ข้าเห็นเจ้าเดินกะเผลก ๆ มาตั้งแต่เช้า"

ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน ซูเฟิ่งอี๋ก็ยืนแอบอยู่ที่มุมหนึ่ง ไม่กล้าเข้าไปร่วมวงสนทนา ซักผ้าด้วยตัวสั่นเทา ตอนนี้มีคนถามนางเรื่องอาการบาดเจ็บที่เท้า นางก็สะดุ้งตกใจทันที รีบส่ายหัวแล้วพูดว่า "ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรหรอก"

ขณะที่กำลังพูด นางก็เงยหน้าขึ้นและเห็นร่างอ้วน ๆ อยู่ไม่ไกลเดินถือถังและร้องเพลงเดินเยิบยาบมาทางนี้ ท่าทางการเดิน และเสียงที่คุ้นเคยนั้น ต้องเป็นถูซินเยว่ไม่ผิดแน่

เมื่อซูเฟิ่งอี๋เห็นถูซินเยว่ก็ราวกับเห็นผี รีบก้มหน้าก้มตาเอาเสื้อผ้าใส่ลงในถัง ไม่ซงไม่ซักมันแล้ว รีบอุ้มถังขึ้นมาและพร้อมจะวิ่งหนีไป

แต่เท้าของนางกลับลื่นไถลโดยไม่คาดคิดและนางก็ตกลงไปในแม่น้ำโดยไม่ระวัง แม่น้ำไม่ลึกมาก สูงแค่ครึ่งลำตัว ซูเฟิ่งอี๋ตกใจจนร้องเสียงหลง พวกผู้หญิงที่อยู่ริมแม่น้ำก็พากันตกใจไปด้วย

ในขณะนั้นเอง กลับเห็นร่างอวบอ้วนเดินลงไปในแม่น้ำ ยื่นมือไปดึงเอวของซูเฟิ่งอี๋ แล้วโยนอีกฝ่ายขึ้นไปบนฝั่ง

ซูเฟิ่งอี๋สำลักเอาน้ำออกมาจากปากหลายที ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว ก็ได้ยินถูซินเยว่ที่เหมือนจะหัวเราะก็ไม่ใช่ "ท่านป้า เห็นข้าถึงจะตื่นเต้นแค่ไหน ก็ไม่ถึงกับต้องทำความเคารพกันยกใหญ่ขนาดนั้นก็ได้"

เสียงนี้......

ซูเฟิ่งอี๋กำลังตื่นตระหนก เดิมทีอยากจะพูดขอบคุณ แต่ทันใดนั้นเสียงก็จุกอยู่ในลำคอ แม้แต่ถังไม้ยังไม่กล้าหยิบ รีบกึ่งคลานกึ่งวิ่งหนีไป

ถูซินเยว่ยืนอยู่ริมแม่น้ำอย่างจนคำพูด หันไปก็เห็นพวกผู้หญิงเหล่านั้นต่างก็หยุดการซักเสื้อผ้า มองเธออ้าปากค้าง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง