ฉงเปาพูดอย่างดูถูก "ที่นี่คือป่าละเมาะ มีต้นพลับแล้วมันน่าแปลกใจตรงไหน แต่ว่าลูกพลับที่นี่เป็นลูกพลับเขียว รสชาติขมฝาด กินไม่ได้"
ตอนถูซินเยว่ได้ยินสิ่งนี้ เธอก็เดินมาถึงใต้ต้นลูกพลับแล้ว เธอย่นจมูกอย่างกลุ้มใจ ถามขึ้นอย่างหดหู่ว่า "ไม่ใช่ม้าง ลูกพลับตั้งเยอะแยะขนาดนี้แต่กินไม่ได้?"
น่าเสียดายแย่
ตรงหน้านี้อย่างน้อยก็ต้องมีสักยี่สิบต้น กิ่งก้านของมันต่างก็มีลูกพลับออกผลอยู่ มองเข้าไปละลานตาเป็นอย่างมาก เธอชูมือขึ้นไปเด็ดลูกพลับมาหนึ่งลูก กัดเข้าไปหนึ่งคำอย่างดื้อดึง แต่ก็ต้อง "ถุย" ทิ้งทันที
“ขมมาก!” ลิ้นเริ่มชาแทบทนไม่ได้ ถูซินเยว่ขมวดคิ้วอย่างห่อเหี่ยว แล้วหยิบกระบอกน้ำออกมากลั้วปากจากตะกร้า รู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย
เดิมทีเธอคิดว่าลูกพลับมากมายขนาดนี้ หากเอาไปขายในตลาด ก็คงได้เงินมาบ้าง แต่ดูเหมือนตอนนี้จะฝันสลาย
"ถ้าลูกพลับเหล่านี้กินได้ จะยังรอให้เจ้ามาเก็บอยู่อีกหรือ ถูกเด็ดไปนานแล้ว" ที่นี่ยังไม่ใช่ใจกลางหุบเขา ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนขึ้นมา ป่าลูกพลับใหญ่ขนาดนี้ ใครล่ะจะไม่อยากมา
ถูซินเยว่ที่ถูกฉงเป่าดูแคลนก็เกิดอาการไม่พอใจ เธอขมวดคิ้วอย่างจนปัญญา จู่ ๆ ก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ ถามขึ้นว่า "ฉงเป่า ผักต่าง ๆ ที่ปลูกในมิติแห่งน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เอาออกมาได้หรือเปล่า?"
เดิมทีเธอแค่คิดถึงเรื่องนี้และถามออกไปอย่างลอย ๆ แต่นึกไม่ถึงว่าฉงเป่าจากในมิติกลับพูดขึ้นด้วยท่าทีสบาย ๆ ว่า "เจ้าไม่รู้หรอกหรือ พืชผักที่ออกผลและสุกได้ที่แล้วก็สามารถนำออกมาได้" "อ้าว!" ถูซินเยว่ถามขึ้นอย่างโมโห "แล้วทำไมเจ้าไม่บอกตั้งแต่แรก?" หากฉงเป่าบอกเรื่องนี้กับเธอตั้งแต่แรก เธอยังต้องลำบากลำบนออกมาหาผักป่าอีกหรือ?
เมื่อคิดว่าสามารถนำเอาอาหารออกมาจากมิติได้ ถูซินเยว่ก็ดีใจมากเสียจนอ้าปากค้าง อาหารจากในมิติเต็มไปด้วยสารอาหาร อีกทั้งยังโตเร็ว ต่อไปหากเธออยากกินอะไร ก็แค่นำออกมาจากมิติ เช่นนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอดตายอีกต่อไปแล้วล่ะสิ?
ถูซินเยว่เพิ่งจะดีใจได้ไม่ถึงสองวินาที ฉงเป่าก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "เจ้าฝันหวานเกินไปหรือเปล่า ในโลกนี้จะมีที่ไหนที่มันจะง่ายดายขนาดนั้น ถึงแม้ว่าจะสามารถนำอาหารจากพื้นที่ในมิติออกมาได้ แต่ก่อนอื่นเจ้าต้องเติมยุ้งฉางในมิติให้เต็มอยู่เรื่อย ๆ ไม่เช่นนั้นน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ในมิติก็จะแห้งเหือดลงเพราะความเกียจคร้านของเจ้า ถึงเวลานั้นเจ้าก็จะไม่มีน้ำพุศักดิ์สิทธิ์อีก ดังนั้นเจ้าจึงสามารถนำอาหารเหล่านั้นออกมาได้แค่ครั้งคราวเท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะพึ่งพามิติแห่งน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ตลอดไป!"
“อะไรนะ?” เมื่อถูซินเยว่ได้ยินดังนั้นก็หมดแรงทันที แม้แต่รอยยิ้มก็ค้างแข็งอยู่บนใบหน้า เธอถามขึ้นอย่างจนคำพูด "ถ้าเช่นนั้นเจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าไอ้มิติแห่งน้ำพุศักดิ์สิทธิ์นี่มันมีประโยชน์อะไรกันแน่? ข้าขุดดินเหนื่อยตัวเป็นเกลียวอยู่ทุกวี่วัน ใช้น้ำพุได้แค่หยดสองหยด แม้แต่ผักที่อยู่ในนั้น ก็ต้องเก็บไว้ในยุ้งฉาง แล้วข้า....."
ในโลกนี้ยังมีผู้ดูแลมิติที่น่าสงสารขนาดนี้อีกหรือ? ถูซินเยว่รู้สึกเศร้าใจจริง ๆ
ฉงเป่ากระแอมขึ้นหนึ่งที รู้สึกเห็นใจ แต่ก็ยังคงพึมพำว่า "ประโยชน์ของมิติก็มีเยอะอยู่ ตอนนี้เจ้ายอมลำบากหน่อย ต่อไปจะมีที่ให้เจ้าได้เสวยสุขแน่!"
ถูซินเยว่ไม่อยากวุ่นวายกับฉงเป่าอีกต่อไป แม้ว่าลูกพลับเขียวจะกินไม่ได้ แต่ถูซินเยว่รู้สึกเสียดาย จึงเด็ดใส่ตะกร้าไว้ ลองเอาไปทำลูกพลับตากแห้ง ถึงเวลาอับจนหนทางแล้วจริง ๆ ก็ยังมีลูกพลับแห้งรองท้อง ไม่ต้องทนหิว
ขณะที่กำลังคิดอยู่ เสือก็ดูหมดความอดทนไปเล็กน้อย ทันใดนั้นก็เขย่าต้นพลับด้วยขาหน้าของมัน ต้นพลับไม่มั่นคงอยู่เป็นทุนเดิม ถูกเขย่าเช่นนี้ขาของถูซินเยว่รู้สึกไม่มั่นคง เธอยังไม่ทันจะตั้งตัวได้ กิ่งไม้ที่อยู่ใต้เท้าก็หัก เธอร่วงลงมาจากต้นไม้ทันที
หลังของเธอหล่นกระแทกหิน ถูซินเยว่เกลือกกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเธอรู้สึกราวกับกำลังจะแตกสลาย นอนนิ่งอยู่เป็นเวลานาน
เสือตัวนั้นเมื่อเห็นว่าถูซินเยว่ตกลงมาแล้ว ก็กระโดดไปมาทันที ราวกับกำลังแสดงความตื่นเต้น จากนั้นจึงเดินมาดมกลิ่นร่างของถูซินเยว่
เสียงหายใจฟืดฟาดของเสือดังอยู่ตรงหน้า ถูซินเยว่หรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง พร้อมกับจับขวานในมือแน่น ทันใดนั้นเองเสือก็ดูเหมือนจะค้นพบบางสิ่งบางอย่าง มันอ้าปากอันใหญ่โตของมัน ก้มหัวลงกัดไปที่ร่างของถูซินเยว่ทันที
"อ๊ากกกกก!” เสียงกรีดร้องของฉงเป่าดังมาจากมิติ
ถูซินเยว่ยังจับขวานในมือแน่นขึ้น เหวี่ยงมันขึ้นมาทันทีทันใด โดยตั้งใจจะฟันเข้าที่ปากของเสือ
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีบางอย่างเกิดขึ้นที่ทำให้เธอประหลาดใจเป็นอย่างมาก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง
รออยู่นะคะ...
รอ.....,....
รอ.........
แอดจ๋า...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอคะ น่าสนุกมาก😭😭😭...
กำลังสนุกเลย ช่วยมาเพิ่มตอนให้ทีนะคะแอดมิน...
สนุกดี ไม่อัพต่อแล้วหรอค่ะ...