ถูซินเยว่ ไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เธอคิดแต่จะไปพบซูจื่อหัง ดังนั้นหลังจากได้เงินแล้ว เธอก็รีบกล่าวลาพ่อบ้านอย่างรวดเร็ว
“หลังจากนี้ถ้าเจ้ามีของดี ๆ มาอีก ก็นำมาที่โรงเตี๊ยมเทียนเซียงแห่งนี้ ข้าแซ่เฉียน คนอื่น ๆ เรียกข้าว่าพ่อบ้านเฉียน"
"ได้จ้ะ!"
พ่อบ้านเฉียน ซึ่งแปลว่าเงิน แซ่นี้ช่างสอดคล้องกับลักษณะของพ่อบ้านเสียจริง
เมื่อเดินมาถึงถนน ถูซินเยว่ถามคนสองคนที่สัญจรไปมาเพื่อให้แน่ใจว่าสำนักบัณฑิตไปทางไหน จากนั้นเธอก็เร่งฝีเท้าออกเดินทันที หวังจะได้พบกับซูจื่อหังโดยเร็ว
แต่ไม่คาดคิดว่าขณะที่เธอเดินไปตามถนนนั้น ก็เห็นร่างที่ดูคุ้นตาร่างหนึ่งอยู่ที่หัวมุมถนน
“นี่ นี่คือท่านพี่ซูไม่ใช่หรือ?”
เขาควรจะอยู่ที่สำนักบัณฑิตไม่ใช่หรือ? ทำไมมาที่อยู่หัวมุมถนนตรงนี้กันนะ?
ถูซินเยว่มองจากระยะไกลพบว่าซูจื่อหังนั่งอยู่บนม้านั่งเล็ก ๆ และมีภาพวาดมากมายวางอยู่ตรงหน้าเขา
เมื่อเห็นเช่นนี้ ถูซินเยว่ก็เดาได้ทันที ตอนนี้เป็นเวลาอาหารกลางวัน ซูจื่อหังต้องถือโอกาสใช้เวลานี้ออกมาขายภาพวาดเพื่อหารายได้เพิ่มแน่ ๆ
ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีขาว แม้ว่าเขาจะนั่งอยู่บนม้านั่งตัวเล็ก ๆ แต่ก็ไม่ได้กระทบต่อบุคลิกภาพที่สง่างามของเขาเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ในมือของอีกฝ่ายยังถือหนังสือไว้ม้วนหนึ่ง เขาอ่านหนังสือและขายภาพวาดไปพร้อม ๆ กัน
เขาไม่เพียงแต่ทำงานหนักอยู่ที่บ้านเท่านั้น และยังพยายามทำงานหนักนอกบ้านให้ดีที่สุดเช่นกัน!
ด้วยเหตุผลบางอย่าง จู่ ๆ หัวใจของเธอก็รู้สึกอบอุ่นขึ้น ราวกับว่าเธอกำลังถูกโอบกอดด้วยบางสิ่งบางอย่าง
ถูซินเยว่ยื่นมือออกมาแตะอาหารที่ยังอุ่นอยู่ในตะกร้า แล้วรีบก้าวเดินต่อไป
“ท่านพี่ซู!” หญิงสาวซ่อนความไม่สบายใจและความสงสารทั้งหมดไว้ แล้ววิ่งออกไปพร้อมกับตะโกนไปด้วยความตื่นเต้น
หลังจากที่ซูจื่อหังได้ยินเสียงของถูซินเยว่ ก็มีสีหน้าประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขาหันกลับไปและเห็นร่างที่คุ้นเคยวิ่งเข้ามาหา ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มพร้อมกับลุกขึ้นยืน
“ซินเยว่ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร” หญิงสาววิ่งไปตรงหน้าของชายหนุ่มพร้อมกับหายใจหอบแฮ่ก ๆ ซูจื่อหังวางเก้าอี้ตัวเล็กไว้ข้างหน้าเธอแล้วพูดว่า "รีบนั่งลงก่อน"
ถูซินเยว่รีบนั่งลงอย่างเชื่อฟัง หลังจากนั่งลงแล้วเธอก็ยิ้มขึ้นแล้วพูดว่า "ข้าก็มาหาเจ้ายังไงล่ะ"
พูดจบ ถูซินเยว่ก็เหลือบมองซูจื่อหังพร้อมกับถามว่า "ท่านพี่ซู เจ้ากินข้าวหรือยัง?"
“ยังน่ะ เจ้าก็ยังไม่ได้กินงั้นหรือ งั้นข้าพาเจ้าไปกินข้าวดีไหม?” เมื่อได้ยินว่าถูซินเยว่ขึ้นไปล่าสัตว์บนภูเขาอีกครั้ง ซูจื่อหังก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาเล็กน้อย ในช่วงไม่กี่วันมานี้เขาได้กำไรเล็กน้อยจากการขายภาพวาดซึ่งเพียงพอที่จะพาถูซินเยว่ไปทานอาหารมื้ออร่อย
คาดไม่ถึงว่าเมื่อถูซินเยว่ได้ยินเช่นนี้ เธอกลับส่ายหัวแล้วพูดขึ้นว่า "ข้าเอาอาหารมาด้วย เป็นน้ำแกงที่ท่านแม่ทำเองกับมือเลยนะ"
พูดจบ เธอก็หยิบอาหารที่ห่อไว้แน่นออกมาจากตะกร้าบนหลังของเธอ
“อ่ะ นี่!” ถูซินเยว่ยื่นชามให้ซูจื่อหัง และหยิบชามอีกใบขึ้นมา
ซูจื่อหังเปิดฝาชามข้าวและกำลังจะก้มลงไปกิน กลับพบว่าอาหารในชามของตนเองนั้นต่างจากอาหารในชามของถูซินเยว่
ชามของเขาเต็มไปด้วยเนื้อและน้ำแกง แต่ทว่าชามของถูซินเยว่กลับเต็มไปด้วยผัก
“เจ้ากินของข้าเถอะ” ซูจื่อหังขมวดคิ้วขึ้น และวางชามข้าวของตนเองไว้ตรงหน้าถูซินเยว่ พูดจบ เขาก็หยิบชามของถูซินเยว่ขึ้นมา
เมื่อเห็นถูซินเยว่รับประทานอาหารอย่างจริงจัง เขาก็ตั้งตารอว่าหญิงสาวจะลดน้ำหนักได้สำเร็จหรือไม่ และไม่รู้ว่าถูซินเยว่จะเป็นอย่างไรหลังจากผอมลงแล้ว
ซูจื่อหังคีบเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปาก แต่ทว่าทันทีที่กัดเข้าไปเขาก็ขมวดคิ้วทันที เนื้อชิ้นนี้ดูไม่เหมือนเนื้อหมูธรรมดา เหมือนจะเป็นเนื้อเลียงผามากกว่า
“ซินเยว่ เจ้าขึ้นไปบนภูเขางั้นรึ?”
ซูจื่อหังถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
หัวใจของถูซินเยว่เต้นรัว รู้ว่าตนไม่สามารถปิดบังเรื่องนี้จากซูจื่อหังได้ จึงทำได้เพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น
ตั้งแต่ซูจื่อหังได้รับบาดเจ็บจากครั้งที่แล้ว เขาก็ห้ามไม่ให้ถูซินเยว่ขึ้นไปบนภูเขาอีก ด้วยกลัวว่าเธอจะพบกับอันตราย ตอนนี้หากเขารู้ว่าเธอกลับขึ้นไปบนภูเขาอีกครั้ง เขาจะต้องโกรธเธอเป็นแน่
เป็นไปตามคาด ก่อนที่ถูซินเยว่จะได้เอ่ยปาก ซูจื่อหังก็พูดขึ้นก่อนว่า "หลังจากนี้ข้าไม่อนุญาตให้เจ้ากลับขึ้นไปบนภูเขาอีก"
“ทำไมหรือ?” ถูซินเยว่เบิกตากว้างและมองไปยังชายหนุ่มที่อยู่ตรงข้าม ชายผู้นี้จะบังคับกันมากเกินไปแล้วนะ
“หากเจ้าตกอยู่ในอันตรายจะทำอย่างไร? ข้าไม่ได้อยู่เคียงข้างเจ้า หากเจ้าเจอกับหมูป่าแบบครั้งก่อน เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าไม่มีคนคอยปกป้องได้รับบาดเจ็บขึ้นมาจะทำอย่างไร?” แม้ว่าตระกูลซูจะยากจน แต่เขาก็ไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องฝ่าอันตราย เสี่ยงภัยขึ้นไปบนภูเขาเพื่อตนเองเช่นนั้นทุกวัน
เดิมทีถูซินเยว่รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่เมื่อได้ยินคำพูดของซูจื่อหังแล้ว ก็ใจอ่อนลงทันที
ที่แท้อีกฝ่ายก็เป็นห่วงเธอมากกว่าสิ่งอื่นใดนี่เอง
ทันใดนั้นเธอก็กระพริบตาปริบ ๆ และพูดขึ้นว่า "แล้วถ้าแม้ว่าไม่มีเจ้าอยู่ข้าง ๆ ข้าก็สามารถปกป้องดูแลตัวเองได้ล่ะ?"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง
รออยู่นะคะ...
รอ.....,....
รอ.........
แอดจ๋า...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอคะ น่าสนุกมาก😭😭😭...
กำลังสนุกเลย ช่วยมาเพิ่มตอนให้ทีนะคะแอดมิน...
สนุกดี ไม่อัพต่อแล้วหรอค่ะ...