เข้าสู่ระบบผ่าน

หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง นิยาย บท 60

ตอนแรกที่ซูจื่อหังได้ยินเช่นนั้น เขาก็ยังไม่ทันได้ตั้งสติ แต่เมื่อตั้งสติได้แล้ว รอยยิ้มก็ปรากฏบนริมฝีปากของเขาทันที

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว มองหน้าถูซินเยว่อย่างเรียบ ๆ แล้วถามว่า "เจ้าจะพิสูจน์อย่างไรว่าหากข้าไม่อยู่กับเจ้า เจ้าก็สามารถปกป้องดูแลตัวเองได้?"

“ง่ายจะตาย” ถูซินเยว่หัวเราะคิกคักเผยให้เห็นฟันขาว เธอพูดอย่างจริงจังว่า “แค่ข้าเอาชนะเจ้าได้ ก็พิสูจน์ได้แล้วไม่ใช่หรือว่าข้าปกป้องตัวเองได้"

พูดจบ จู่ ๆ ถูซินเยว่ก็ยื่นมือออกมาแล้วพูดกับซูจื่อหังราวกับว่าเธอเตรียมตัวมาอย่างดี "เรามางัดข้อกัน หากเจ้าแพ้ก็แสดงว่าข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้า ถึงตอนนั้นเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามข้าขึ้นเขาอีก"

ในความคิดของถูซินเยว่ ซูจื่อหังอยู่แต่ในสำนักบัณฑิตตลอดทั้งปี สิ่งที่เขาถือในมือบ่อยที่สุดก็คือพู่กันเขียนหนังสือ คงไม่ค่อยมีแรงแน่นอน

ไม่เหมือนกับตน ยังไม่นับว่าเมื่อก่อนตอนที่สติไม่ดีนั้น มักจะทะเลาะวิวาทกับคนนั้นทีคนนี้ที และในช่วงนี้งานที่ตนทำก็มีแต่งานที่ต้องใช้แรง ตะกร้าหนักห้าสิบกว่าชั่งก็แบกขึ้นหลังได้อย่างสบาย ๆ

ดังนั้นเธอจึงรู้สึกว่าการเอาชนะซูจื่อหังนั้นช่างเป็นเรื่องง่ายดาย

ซูจื่อหังฉลาดระดับไหน แค่เห็นสีหน้าของถูซินเยว่ เขาก็รู้ทันทีว่าหญิงสาวกำลังคิดอะไรอยู่

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น

เมื่อถูกถูซินเยว่จ้องมองอย่างคาดหวัง ซูจื่อหังก็วางชามข้าวในมือลง จากนั้นยื่นมือออกมาวางลงบนโต๊ะแล้วจับมือของถูซินเยว่

แม้ว่าถูซินเยว่จะอ้วน แต่เนื่องจากมีโครงกระดูกที่เล็ก มือของเธอจึงดูไม่ได้อ้วนมาก แต่นุ่มนวลมาก

มือและนิ้วของพวกเขาประสานกัน

ถูซินเยว่คิดแต่จะเอาชนะซูจื่อหังให้ได้ จึงไม่ได้สังเกตว่ามีอะไรผิดปกติ คิ้วของซูจื่อหังเลิกขึ้น จ้องมองดูถูซินเยว่ในระยะประชิด

คราวนี้ซูจื่อหังมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตาของเขาอีกต่อไป ถูซินเยว่สวยขึ้นจริง ๆ

ผิวหน้าสะอาดขึ้นมาก ฝีหนองบนหน้าก็หายไปหมดแล้ว และดวงตาที่แต่เดิมเป็นเส้นเล็ก ๆ ใต้ขนตายาวก็ดูเหมือนจะโตขึ้น

ตอนนี้ถูซินเยว่กระแอมขึ้นแล้วพูดว่า "ระวังนะ ข้าจะนับหนึ่ง สอง สาม แล้วก็เริ่มได้"

หญิงสาวนับหนึ่ง สอง สามอย่างแน่วแน่ แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องงงงันก็คือหลังจากที่เธอนับเสร็จ เธอพยายามออกแรงจนสุดชีวิตก็ไม่สามารถคว่ำมือของซูจื่อหังลงได้

หญิงสาวงุนงง

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

เธอเงยหน้าขึ้นมองดูซูจื่อหัง กำลังรู้สึกฉงนอยู่ว่าทำไมเธอจึงไม่สามารถงัดมือของอีกฝ่ายลงได้ แต่จู่ ๆ ซูจื่อหังก็เลิกคิ้วขึ้น ชั่วพริบตาเดียวก็กดมือของถูซินเยว่ลงบนโต๊ะได้อย่างง่ายดาย

ชายหนุ่มท่าทางสบาย ๆ ราวกับไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย ถูซินเยว่ตะลึงงัน ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติกลับมาได้

“เจ้า เจ้า เจ้า.......” ทำไมเจ้าถึงแข็งแรงขนาดนี้?

เมื่อมองดูท่าทางสับสนของถูซินเยว่ ริมฝีปากของซูจื่อหังก็เผยอยิ้มออกมา จากนั้นเขาก็เลิกคิ้วแล้วพูดว่า "ทำไม เจ้าคิดอยู่ในใจว่าจะเอาชนะข้าได้อย่างนั้นหรือ?"

แม้ว่าสีหน้าของชายหนุ่มจะราบเรียบ แต่น้ำเสียของเขากลับแฝงไปด้วยความขบขันและดูถูก ถูซินเยว่โมโหหนัก

อีตาบ้าซูจื่อหัง!

อีผู้ชายหลังเขา!

หญิงสาวพยักหน้าทันที ตบหน้าอกของเธอและรับปากว่า "เจ้าวางใจเถอะ วางใจได้เลย ข้าจะเชื่อฟังเจ้าทุกอย่าง"

“รีบกินข้าวเถอะ "ซูจื่อหังเหลือบมองรอยยิ้มอันชาญฉลาดของถูซินเยว่และแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักก็แวบวาบอยู่ในดวงตาของเขา

หลังจากที่ทั้งสองตกลงเกี่ยวกับเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ถูซินเยว่ก็รู้สึกว่าหัวใจของเธอในตอนนี้กลายเป็นสีชมพู แม้แต่ข้าวที่กินก็ยังมีรสหวาน

หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ถูซินเยว่ก็เก็บจานชาม เตรียมตัวจะอยู่ขายภาพวาดเป็นเพื่อนซูจื่อหัง รอจนอีกฝ่ายกลับสำนักบัณฑิตแล้ว ตนค่อยกลับบ้าน

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาจากหัวมุมถนน

“จื่อหัง จื่อหัง...”

เมื่อได้ยินเสียงนี้ ทั้งถูซินเยว่และซูจื่อหังต่างก็หันไปตามเสียงนั้น

ก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีเขียววิ่งออกมาจากหัวมุม ถืออะไรบางอย่างอยู่ในมือ

ชายหนุ่มเดินเร็วมาก เพียงครู่เดียวก็เดินมาถึงพวกเขาทั้งสองแล้ว ถูซินเยว่เพิ่งจะเห็นชัด ๆ ว่าในมือของอีกฝ่ายถือกล่องข้าวอยู่

หนิงอวี้เห็นกล่องอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ปาดเหงื่อที่หน้าผากแล้วพูดว่า "ขอโทษที่ข้ามาสายไปหน่อย วันนี้เกิดเรื่องขึ้นที่โรงอาหารน่ะ"

ที่แท้หลายวันมานี้ซูจื่อหังใช้เวลาพักกลางวันออกมาขายภาพวาด และหนิงอวี้เป็นคนนำอาหารมาส่งให้เขา

ถูซินเยว่เงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย เมื่อเหลือบมองหนิงอวี้ก็เห็นว่าอีกฝ่ายมีใบหน้าที่สะอาดสะอ้าน รูปร่างผอมแห้ง และมีปากที่ใหญ่ ดูเป็นคนอารมณ์ดี

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง