หากยอมแพ้ให้กับพวกเขาในครั้งนี้ ก็จะมีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีกเรื่อย ๆ
แต่นางหยูตัดสินใจแล้ว จึงส่ายหัวแล้วพูดขึ้นว่า "ให้พวกเขาไปเถอะ"
พูดจบ นางก็เดินไปหาแม่เฒ่าตระกูลซูแล้วพูดเบา ๆ ว่า “ท่านแม่ ที่ผ่านมาข้าผิดเอง สุขภาพข้าไม่ค่อยดีจึงไม่ค่อยได้มาเยี่ยมท่าน หลังจากนี้ข้าจะมาเยี่ยมท่านแม่บ่อย ๆ นะ ”
"หึ!" แม่เฒ่าตระกูลซูเหลือบมองนางแล้วพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า "ถือว่าเจ้ายังรู้จักกาลเทศะอยู่นะ"
พูดจบ นางก็ไม่ใส่ใจนางหยู ยกถังหอยมุกขึ้นและเดินจากไป
หลังจากที่ร่างของแม่เฒ่าตระกูลซูพ้นสายตาไปแล้ว นางหยูถึงได้เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้อย่างเลื่อนลอยด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
สีหน้าของถูซินเยว่ก็ดูแย่พอ ๆ กัน
ผลจากการทำงานหนักอย่างเหน็ดเหนื่อยถูกพรากไปในพริบตา แล้วถูซินเยว่จะไม่เสียใจได้อย่างไร?
เดิมทีเธออยากจะลองชิมดูว่าหอยมุกจะอร่อยเพียงไหน
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้เธอโกรธมากขึ้นไปอีกก็คือ แม้เวลาจะผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว แต่นางหยูก็ยังโง่เขลาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
“ท่านแม่ ทำไมท่านต้องให้หอยมุกพวกเขาไปด้วย?"
ถูซินเยว่นั่งลงตรงข้ามกับนางหยู
เธอมักจะพูดอะไรตรงไปตรงมาเสมอ
เมื่อนางหยูได้ยินดังนั้น ก็ริมฝีปากสั่นระริกแล้วพูดขึ้นว่า "ข้ารู้ว่าเจ้าอยากพูดอะไร แต่อย่างไรแล้วนางก็เป็นแม่สามีของข้า ข้ารับปากกับพ่อของซูจื่อหังไว้ว่าจะต้องกตัญญูรู้คุณพวกเขา แต่ครึ่งปีมานี้ ข้าไม่ได้ไปเยี่ยมพวกเขาเลยจริง ๆ "
เมื่อพูดถึงตรงนี้ นางหยูก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดอย่างมากและพูดว่า "ไม่ว่าแม่สามีจะทำผิดแค่ไหน แต่นางก็คือแม่สามีของข้า ช่างเถอะ นางอยากกินหอยมุก ก็ให้นางไปเถอะ...."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ นางหยูก็ดูโศกเศร้า ราวกับกำลังคิดว่าเมื่อก่อนนางไม่ควรจะปฏิบัติตนเช่นนี้กับแม่เฒ่าตระกูลซู
ถูซินเยว่โกรธมากจนอยากจะเป็นลม
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง และเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้คำพูดรุนแรงขณะที่กำลังโกรธอยู่ เธอจึงตัดสินใจแบกจอบออกไปขุดดินก่อน
ตอนเย็น หลังจากที่ซู่จื่อหังกลับมา ถูซินเยว่ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง
เมื่อซูจื่อหังได้ยินดังนั้น เขาก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "ท่านย่าและท่านป้าทำเกินไปจริง ๆ กล้ามารังแกท่านแม่เช่นนี้"
“และท่านแม่ก็เต็มใจที่จะถูกรังแก!” เมื่อคิดถึงตรงนี้ ถูซินเยว่ก็รู้สึกพูดไม่ออก
เดิมทีเธอคิดว่าความคิดที่เธอปลูกฝังให้กับนางหยูในตลอดหกเดือนที่ผ่านมาจะสามารถเปลี่ยนความโง่เขลาของอีกฝ่ายได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอคงจะไร้เดียงสาเกินไป
แม่เฒ่าตระกูลซูเข้ามาพูดแค่สองสามคำ นางหยูก็ยอมแพ้ไปง่าย ๆ
ถูซินเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เธอเตะเท้าไปที่ธรณีประตูจนเจ็บระบม
ซูจื่อหังรีบเข้าไปจับขาของเธอไว้แล้วพูดอย่างจนใจ "โมโหก็โมโหไปสิ จะลงโทษตัวเองทำไม"
“ข้าก็แค่ไม่ทันระวังน่ะ!"
ถูซินเยว่เลิกคิ้ว ได้ฟังคำพูดของชายหนุ่ม เธอก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังถามขึ้นอย่างเกรง ๆ ว่า "ถ้าพวกนางกลับมาอีกล่ะ?"
“กลับมาอีก?” ซูจื่อหังเงยหน้าขึ้น ทำท่าโบกมืออย่างอวดดี แล้วพูดว่า “หากพวกนางกลับมาอีก ข้าก็จะไล่ตะเพิดพวกนางไปเลย"
“ฮ่าฮ่า เจ้า พวกนางเป็นญาติผู้ใหญ่ของเจ้านะ"
“ญาติผู้ใหญ่แล้วยังไง ใครก็ไม่มีสิทธิ์อย่ามาแย่งหอยมุกของภรรยาข้าไปได้" ซูจื่อหังพูดพร้อมรอยยิ้ม
หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยกันข้างนอกธรณีประตูสักพัก ความทุกข์ในใจของถูซินเยว่ก็เลือนหายไป
แต่ที่อีกด้านหนึ่งของลานบ้านตระกูลซู ซูเฟิ่งอี๋มองดูหอยมุกในถังน้ำก็หัวเราะขึ้นว่า "ท่านแม่นี่เยี่ยมยอดจริง ๆ ดีกว่าข้าเยอะเชียว ไปแค่แป๊บเดียวก็ได้หอยกลับมาทั้งถังเลย"
“เพราะว่าเจ้ามันไม่ได้เรื่อง" แม่เฒ่าตระกูลซูมองอีกฝ่ายอย่างดูถูก
“ใช่ ๆ ๆ ข้าจะไปเก่งกาจเหมือนท่านแม่ได้อย่างไรกัน" ต่อหน้าแม่เฒ่าซู ซูเฟิ่งอี๋มันกจะติดนิสัยประจบประแจง นางกรอกตาไปมาจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า "ท่านแม่ ในเมื่อนางหยูมีท่าทีเช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นต่อไปบ้านนั้นทำอะไรอร่อย ๆ พวกเราก็ไปเอามาสิ....."
พูดจบ แม่เฒ่าตระกูลซูก็เคาะหน้าผากนางแล้วพูดอย่างถากถางว่า "เจ้ามันไม่ได้เรื่องจริง ๆ มีของดี ๆ กิน ทำไมเราต้องไปเอาเอง ต้องให้พวกมันเอามาให้เราถึงบ้านต่างหาก"
เมื่อซูเฟิ่งอี๋ได้ยินดังนั้น ดวงตาของนางก็เป็นประกายขึ้นทันที
นางรู้ดีว่าแม่เฒ่าซูต้องมีแผนบางอย่างเป็นแน่ คำพูดไม่กี่คำก็ทำเอานางหยูพูดไม่ออก ตอนนี้ต่อให้ถูซินเยว่จะเก่งกาจสักแค่ไหน หากมีนางหยูอยู่ อีกฝ่ายก็ต้องเกรงใจและไม่กล้าหืออือแน่นอน
นางรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่ง และกำลังวาดฝันชีวิตที่แสนสุขของตนอยู่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง
รออยู่นะคะ...
รอ.....,....
รอ.........
แอดจ๋า...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอคะ น่าสนุกมาก😭😭😭...
กำลังสนุกเลย ช่วยมาเพิ่มตอนให้ทีนะคะแอดมิน...
สนุกดี ไม่อัพต่อแล้วหรอค่ะ...