นี่มันลูกสะใภ้ของหัวหน้าหมู่บ้านไม่ใช่หรือไงกัน?
ถูซินเยว่จําได้ว่าตอนที่ตนเพิ่งข้ามมิติมานั้น ยังเคยป้อนขี้วัวให้อีกฝ่ายกินอยู่เลย ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่ได้เจออีกฝ่ายเป็นเวลานานแล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมาเยี่ยมตัวเองด้วย
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือลูกสะใภ้ของหัวหน้าหมู่บ้าน หลิวชุนฮวา
เมื่อก่อนตอนที่เจ้าของร่างยังโง่อยู่ หลิวชุนฮวาก็ดูถูกเจ้าของร่างและมักจะพาคนอื่นมารังแกนาง แต่หลังจากที่ถูซินเยว่ข้ามมิติมาแล้วก็สั่งสอนอีกฝ่ายไปครั้งหนึ่ง ต่อมาก็มีเรื่องหลางฮุยอีก หลิวชุนฮวาจึงไม่กล้าเดินเตร็ดเตร่ต่อหน้าถูซินเยว่อีกแล้ว
คาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าหลังจากผ่านไปนานขนาดนี้ นางจะมาเยี่ยมตัวเองพร้อมกับของขวัญ
ยังมีพวกผู้หญิงด้านหลังที่ปกติเห็นเธอก็แทบจะหลบไปให้ไกลจากตัวเธอ...
ถูซินเยว่สงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงทําให้พวกนางแต่ละคนล้วนเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อตนเองไปได้
ยังคงเป็นหลิวชุนฮวาที่พูดอย่างอึดอัดใจว่า "ซินเยว่ เมื่อก่อนพวกข้ามีอคติกับเจ้าและรังแกเจ้าอยู่บ่อย ๆ มันเป็นความผิดของพวกข้าทั้งหมด เมื่อวานเจ้าช่วยพวกหลี่เม่าไว้ ต้องขอบใจเจ้าจริง ๆ นะ"
พอพูดจบ หลิวชุนฮวาก็โค้งคํานับให้ถูซินเยว่อย่างจริงใจ
เมื่อก่อนที่นางรังแกถูซินเยว่ก็เพราะถูซินเยว่ทั้งนั้นสกปรกทั้งอ้วน และยังชอบรังแกเด็กในหมู่บ้านอีก ดังนั้น นางจึงอยากสั่งสอนอีกฝ่าย
แต่ตอนนี้ถูซินเยว่ก็ไม่ได้โง่แล้วแถมยังดูดีขึ้นมากอีกด้วย หลิวชุนฮวาจึงรู้สึกละอายมากกับสิ่งที่ตัวเองเคยทําไปเหลือเกิน
ตอนนี้นางแค่หวังว่าถูซินเยว่จะให้อภัยตัวเองได้
เมื่อหลิวชุนฮวาพูดจบก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งพูดต่อว่า "ข้าคือพี่สาวของเถี่ยต้าน เมื่อวันเถี่ยต้านบอกกับข้าว่า เป็นเพราะเจ้า พวกเขาถึงได้สามารถหนีรอดจากหมีมาได้ ขอบคุณเจ้ามากเลยนะ! ซินเยว่ เจ้าต้องรักษาตัวให้ดี ๆ ล่ะ ต่อไปพวกเราทุกคนก็เป็นเพื่อนกันแล้ว ถ้ามีปัญหาอะไรก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกันนะ"
ผู้หญิงชนบทก็เป็นแบบนี้ ไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมมากมายอะไรนัก แค่คําพูดไม่กี่คําก็แสดงความจริงใจของตัวเองออกมาแล้ว
เมื่อเห็นท่าทางที่จริงใจของพวกนางแล้ว ถูซินเยว่กลับรู้สึกไม่ค่อยชินซะงั้น
เธอไปไหนมาไหนคนเดียวจนชินแล้ว ตั้งแต่เกิดใหม่มานี้ก็ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้คนในหมู่บ้านสักเท่าไหร่นัก จู่ ๆ ก็มีคนมากมายมาอยู่ตรงหน้าเธอแบบนี้ เธอก็เลยรู้สึกเขิน ๆ ขึ้นมาหน่อย
แต่ถึงแม้ว่าอารมณ์ของเธอจะผันผวนยังไงก็ตาม ใบหน้าของหญิงสาวก็ยังคงสงบเรียบเช่นเดิม
เธอพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม "พูดออกมาก็ดีแล้วล่ะ เรื่องในอดีตพวกนั้นข้าไม่เคยเก็บมาใส่ใจหรอกนะ"
หลังจากส่งผู้หญิงเหล่านั้นกลับไปแล้ว นางหยูก็นั่งอยู่ที่หน้าประตูสะสางดูของที่พวกนางนํามา บ้างก็เอาผักมา บ้างก็เอาเนื้อมา
"ทําให้พวกนางสิ้นเปลืองแล้วจริง ๆ" นางหยูส่ายหน้า "ของเยอะขนาดนี้ ถึงเวลาต้องตอบแทนทีละคน ๆ แล้วล่ะ"
ซูจื่อหังพยักหน้าเห็นด้วย
หลังจากกินอาหารกลางวันกันแล้ว ถูซินเยว่ก็ทนนอนต่อบนเตียงอีกไม่ไหวแล้ว เธอเลยรีบลุกจากเตียงและบอกซูจื่อหังและนางหยูว่าจะจัดการกับปลาเล็กเหล่านั้นอย่างไร
เรื่องนี้ถูซินเยว่ได้คิดไว้ตั้งนานแล้ว
ในสมัยโบราณยังไม่มีปลาเล็กแห้ง ปลาที่ดักได้จากตาข่ายดักกุ้งนั้นส่วนมากจะเป็นพวกปลาเล็ก ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจเอาปลาเล็กเหล่านี้มาทําเป็นปลาแห้ง พอถึงเวลาก็เอาไปส่งไปให้กับทางโรงเตี๊ยมเทียนเซียง
ถ้าขายดีล่ะก็ เธอก็จะชักชวนให้คนในหมู่บ้านมาทําร่วมกัน นี่เป็นวิธีที่ดีในการสร้างรายได้เลยนะ
"ปลาแห้งนี่ข้าไม่เคยได้ยินจริง ๆ ด้วยแหละ เคยได้ยินแต่ปลาร้าก็เท่านั้น" นางหยูนําปลาที่แช่แข็งในหิมะออกมาละลายนํ้าแข็ง และทําตามคําสั่งของถูซินเยว่ โรยเศษไม้ลงในหม้อเหล็กและวางปลาทีละตัวบนฟางของตาข่ายเหล็ก จากนั้นใส่ตาข่ายเหล็กลงในหม้อ
หลังจากที่ไฟลุกไปประมาณสิบห้านาทีแล้ว กลิ่นหอมของปลาก็ลอยมาจากในหม้อ นางหยูรีบยกหม้อขึ้นและเอาตาข่ายเหล็กไปจัดการ
อายุสิบห้าปีในสมัยโบราณถือว่าอายุไม่น้อยแล้ว บางคนถึงกับมีลูกแล้วด้วยซ้ำไป
ถูซินเยว่นั่งก่อไฟอยู่หลังเตา พอนึกถึงว่าประจําเดือนของตัวเองยังไม่มา ก็ขมวดคิ้วขึ้นอย่างหงุดหงิดทันที
ว่ากันว่าหมอไม่สามารถรักษาตัวเองได้ เธอลองตรวจชีพจรตัวเองดูก็ดูไม่ออกว่าเหมือนกันว่าร่างกายตัวเองมีอะไรผิดปกติ เมื่อก่อนฉงเป่าเคยบอกว่าเธอเคยถูกวางยาพิษมาก่อน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่า
ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ก็ตาม ถูซินเยว่ก็ได้ตัดสินใจแล้วว่า หลังปีใหม่จะไปหาหมอลองตรวจดู
ถ้าประจําเดือนไม่มาแบบนี้ งั้นเธอก็เป็นแม่คนไม่ได้แล้วสิ
ไม่ว่าตลอดทั้งปีจะยากลําบากแค่ไหนก็ตาม แต่วันปีใหม่นี้ก็มักจะคึกคักเป็นที่สุด
ทุกคนต่างก็เริ่มเตรียมอาหารฉลองปีใหม่ตั้งแต่ตอนเที่ยงจนถึงกลางคืน หลังจากที่ฟ้ามืดลงแล้ว พวกเขาก็จุดประทัดก่อนแล้วจึงเริ่มกินอาหารกัน
ก่อนจะกินข้าว นางหยูมองลานใหญ่บ้านตระกูลซูข้าง ๆ ที่เงียบสงบแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพูดกับซูจื่อหังว่า "จื่อหัง ลูกเอาชามนี้ไปให้ย่าของลูกกินเถอะ"
ตลอดทั้งปี นางเองก็ไม่ได้อยู่ดูแลแม่เฒ่าตระกูลซูเลยจึงรู้สึกไม่สบายใจอยู่ตลอด
ซูจื่อหังก้มหน้ามองก็เห็นในชามมีเนื้อไก่อยู่ครึ่งชาม เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้า
แม่เฒ่าตระกูลซูยังไงก็เป็นย่าของเขา วันส่งท้ายปีเก่าอย่างนี้ ซูจื่อหังย่อมไม่เสียดายเนื้อไก่ชามเล็ก ๆ เพียงชามเดียวแน่นอนอยู่แล้ว
"ข้าจะไปเดี๋ยวนี้" ซูจื่อหังรับเนื้อไก่แล้วเดินไปที่บ้านตระกูลซูทันที
ซูเฟิ่งอี๋กําลังเตรียมอาหารฉลองปีใหม่ในห้องครัว ส่วนแม่เฒ่าตระกูลซูนั้นนั่งขมวดคิ้วแน่นอยู่ที่หน้าประตู ไม่รู้ว่ากําลังรออะไรอยู่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง
รออยู่นะคะ...
รอ.....,....
รอ.........
แอดจ๋า...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอคะ น่าสนุกมาก😭😭😭...
กำลังสนุกเลย ช่วยมาเพิ่มตอนให้ทีนะคะแอดมิน...
สนุกดี ไม่อัพต่อแล้วหรอค่ะ...