"ท่านอา ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ?" กลางวันแสกๆ แต่ดันขังตัวเองไว้ในห้อง แถมยังทำท่าทางลุกลี้ลุกลน หรือว่าแอบขโมยกิน?
เยี่ยมจริงๆ!
นางก็ว่าอยู่ว่าทั้งๆ ที่ท่านย่าเหลือเนื้อไก่ให้นางครึ่งถ้วย แต่ทำไมตื่นเช้ามาก็หายไปหมดเลย ที่แท้เนื้อไก่พวกนั้นก็เข้าไปอยู่ในท้องของซูฟาเสียงแล้วนี่เอง
"ทำอะไรของเจ้า? ยังไม่รีบออกไปอีก!" ซูฟาเสียงทำเรื่องไม่ดี ซึ่งเดิมทีก็ไม่มีความมั่นใจอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของเจิ้งหมานหม่าน ก็ยิ่งใจฝ่อเข้าไปอีก ยิ่งเขารู้สึกใจฝ่อมากเท่าไร เสียงพูดก็ยิ่งดัง แต่มันก็เหมือนแค่เสือกระดาษเท่านั้น ฟังดูน่าเกรงขาม แต่ไร้ซึ่งน้ำยา ซึ่งขู่อะไรเจิ้งหมานหม่านไม่ได้เลย
อีกฝ่ายเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว มองไปที่มือของซูฟาเสียง ก็เห็นว่าบนชายผ้าห่มมีคราบเหนอะหนะ และยังมีกลิ่นแปลกๆ ฟุ้งกระจายรอบๆ ก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปมแน่น
ท่านอาทำอะไรอยู่กันแน่?
ทว่านางสายตาแหลมคม แม้ว่าซูฟาเสียงเอากางเกงในไปซ่อนไว้แล้ว เจิ้งหมานหม่านก็ยังเห็นขอบสีแดงที่โผล่พ้นออกมาจากปลายหมอนเข้าอยู่ดี นางือโอกาสที่ซูฟาเสียงไม่ระวังตัว ยื่นมือออกไปดึงชายสีแดงนั้นออกมาด้วยความรวดเร็ว
ตอนแรกยังคิดว่าเป็นสมบัติอะไรเสียอีก แต่ทว่าเมื่อมองไป ก็เห็นว่ามันคือกางเกงในของผู้หญิง
เจิ้งหมานหม่านเองก็ไม่ใช่สาวน้อยที่ไร้เดียงสาแล้ว แค่มองก็รู้แล้วว่ามันคืออะไร
มิน่าท่านอาถึงได้แอบอยู่แต่ในนี้ แถมยังดูตื่นตระหนก ที่แท้ก็ทำอย่างว่ากับกางเกงในนี่เอง...เมื่อคิดดูอีกทีว่าสิ่งของที่อยู่บนมือของอีกฝ่ายคืออะไร เจิ้งหมานหม่านก็เข้าใจในทันที
บนใบหน้าเผยสีหน้ารังเกียจ เจิ้งหมานหม่านถอยหลังไปสองก้าว น้ำเสียงมีความเยาะเย้ยว่า "ข้าว่านะท่านอา ทำแบบนี้ท่านนี่ไม่ไหวเลยนะ รีบๆ หาภรรยาสักคนแต่งงานดีกว่า"
ซูฟาเสียงหน้าแดง ท่าทางโกรธมาก แต่ติดตรงที่ถูกเจิ้งหมานหม่านจับจุดอ่อนไว้ จึงไม่สามารถพูแก้ตัวอะไรได้ เพราะอย่างไรเสียคนที่ทำเรื่องแบบนั้นกับกางเกงในก็คือเขา
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ซูฟาเสียงถึงพูดว่า "ข้าจะบอกเจ้าไว้นะ เรื่องนี้ถ้าเจ้าให้ย่าเจ้ากับแม่เจ้ารู้ ข้าไม่ยกโทษให้เจ้าแน่! ข้า...ข้าก็จะบอกว่ามันคือกางเกงในของเจ้า!"
"เห!" เจิ้งหมานหม่านยิ้ม ขณะกำลังจะโต้เถียงกับซูฟาเสียง ตากลับเหลือบไปเห็นตะกร้าผักที่อยู่ด้านข้าง
"นี่อะไรหรือ?" นางยื่นมือไปเปิดผ้าที่ปิดอยู่บนตะกร้าออกอย่างรวดเร็ว หลังจากที่นางได้เห็นสิ่งของที่อยู่ข้างใน ตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที น้ำลายเกือบจะไหลย้อยลงมาด้วย
สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นคือหน่อไม้แห้งหนึ่งถ้วย กับเนื้อกวางและเกี๊ยวอย่างละหนึ่งถ้วย! ซึ่งดูปุ๊บก็รู้ว่าเกี๊ยวนั้นเป็นไส้เนื้อ!
ตอนที่ผ้าปิดไว้ก็ยังดี แต่พอเปิดออกเท่านั้นกลิ่นหอมจากข้างในก็ลอยออกมาทันที ทำเอาเจิ้งหมานหม่านหิวจนน้ำลายไหล
นางมองกลับมา พร้อมแกว่งกางเกงในในมือไปมา ยิ้มตาหยีและพูดว่า "ท่านอาอยากให้ข้าช่วยท่านเก็บเป็นความลับก็ได้ ถ้าของในตะกร้านี้เป็นของข้า ข้าก็จะช่วยท่านเก็บเป็นความลับ"
ใบหน้าของหญิงสาวมีสีหน้าท้าทาย แม้ซูฟาเสียงจะไม่ยินยอม แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็กัดฟันพยักหน้าในท้ายที่สุดและพูดว่า "ก็ได้ ข้าตกลง"
เจิ้งหมานหม่านหัวเราะเสียงดัง แล้วโยนกางเกงในไปที่หน้าของซูฟาเสียง จากนั้นก็ยกตะกร้าไปอย่างเงียบๆ ด้วยความตื่นเต้น
นางถือตะกร้าเข้าไปในห้องของตนเองทันที เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มของตนเองยังนอนหลับอยู่ นางก็เดินไปปลุกอีกฝ่ายให้ตื่น
"ตื่นได้แล้วๆ มาดูสิว่าข้าเอาของดีอะไรมาด้วย"
"อย่ากวนข้าจะนอน" หม่าโหวพลิกตัว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เมื่อคืนนี้นังผู้หญิงคนนี้ไม่ปล่อยให้เขาได้หลับนอนทั้งคืน อุตส่าห์ได้โอกาสนอนชดเชยตอนกลางวัน ทำไมถึงได้มากวนเขาอีกแล้ว?
พูดแล้วนางก็ใช้มือตบไปที่หน้าอกของหม่าโหว ผลักอีกฝ่ายล้มนอนไปบนเตียง ส่วนตนเองนั้นถือถ้วยไปนั่งอยู่ที่ปลายเตียง และกินอย่างเอร็ดอร่อย
"อย่าเลยลนะ ที่รัก ข้าผิดไปแล้ว ให้ข้ากินสักชิ้นเถอะ ข้าหิวจะแย่แล้ว"
เมื่อเห็นเจิ้งหมานหม่านไม่รู้สึกอะไร หม่าโหวก็กัดฟันแล้วพูดว่า "เอาก็เอาวะ คืนนี้เจ้าว่ากี่ครั้งก็กี่ครั้ง ตกลงไหม!"
"ตกลง!" เจิ้งหมานหม่านแสดงสีหน้าพึงพอใจ แล้วรีบยกอาหารมาวางไว้ตรงหน้าหม่าโหว ทั้งคู่ก็นั่งกินด้วยกันบนเตียง
กินเสร็จ หม่าโหวก็ลูบท้องกลมด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ และพูดขึ้นว่า "จริงสิ เจ้าไปเอามาจากที่ไหนหรือ?"
"ท่านอาให้มาน่ะ" เจิ้งหมานหม่านเล่าเรื่องเมื่อสักครู่ให้หม่าโหวฟัง แล้วหัวเราะและพูดว่า "นึกไม่ถึงว่า ท่านอาก็มีอายุอานามแล้ว ยังต้องพึ่งกางเกงในช่วยดับไฟ แต่ข้าล่ะสงสัยจังว่านั่นเป็นกางเกงในของใคร..."
"ใช่ของเจ้าหรือไม่?" หม่าโหวมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย แล้วลูบหัวของตนเอง
"ไม่ใช่อยู่แล้ว เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้าเนี่ย!" เจิ้งหมานหม่านกดไปที่ไหล่ของหม่าโหวอย่างแรง ระเบิดหัวเราะและพูดว่า "เบื่อแล้วใช่ไหม กินอิ่มไปแล้ว ข้าจะทำตอนนี้!"
"อย่า!" หม่าโหวทำหน้าเศร้า ทว่าเจิ้งหมานหม่านกลับยื่นมือไปกระชากกางเกงของอีกฝ่ายออกแล้ว
เพียงครู่เดียวบรรยากาศในห้องก็ร้อนระอุขึ้นมา
เดิมทีซูเฟิ่งอี๋ได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญของหม่าโหว ยังนึกว่าลูกชายตนเองเป็นอะไรเข้า จึงรีบวิ่งออกมาจากห้อง กลับนึกไม่ถึงว่าเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องก็ได้ยินเสียงที่ดังลอดออกมาจากในห้อง จึงก่นด่าไปทีหนึ่ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง
รออยู่นะคะ...
รอ.....,....
รอ.........
แอดจ๋า...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอคะ น่าสนุกมาก😭😭😭...
กำลังสนุกเลย ช่วยมาเพิ่มตอนให้ทีนะคะแอดมิน...
สนุกดี ไม่อัพต่อแล้วหรอค่ะ...