กู้ชูหน่วนสตรีอัปลักษณ์ นิยาย บท 15

“อา... ให้พวกข้าเรียกแม่สาวอัปลักษณ์ชื่อเสียงฉาวโฉ่ว่าพี่ใหญ่ มันจะ...”

พลั่ก

เซี่ยวอวี่เซวียนถีบเข้าไปอีกหนึ่งทีและเอ่ยอย่างมีน้ำโหว่า “ใครกล้าเรียกนางว่าหัวขี้เลื่อยอีกข้าจะเจื๋อนเข้าให้ แล้วก็จำไว้ด้วย ในโลกนี้มีแค่ข้าคนเดียวเท่านั้นที่เรียกนางว่าแม่สาวอัปลักษณ์ได้ ถ้าพวกเจ้ากล้าสบประมาทนางอีกละก็ ระวังหัวของพวกเจ้าไว้เลย”

มุมปากของกู้ชูหน่วนกระตุกจนเผยให้เห็นรอยยิ้มที่พึงพอใจ

นางคล้องคอผู้เป็นคู่หูเอาไว้และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ทำดีมากเสี่ยวเซวียนเซวียน รู้จักปกป้องพี่ใหญ่ด้วย”

“ไปเลยๆ ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลขุนนางผู้มีความรู้ จะมาแตะเนื้อต้องตัวอะไรไม่เหมาะสมเช่นนี้”

“เซี่ยวอวี่เซวียน คนอย่างเจ้าให้ความสำคัญกับคำว่าความเหมาะสมด้วยรึ”

เซี่ยวอวี่เซวียนยอมรับเลยว่าฝีปากของเขายังห่างไกลจากกู้ชูหน่วนนัก แม้แต่คนตายยังโกรธได้เลยเมื่อพูดคุยกับนาง

เมื่อทำอะไรกู้ชูหน่วนไม่ได้ เซี่ยวอวี่เซวียนจึงทำได้เพียงเอาความโกรธไปลงกับคุณชายคนอื่นๆ

“มัวทำบื้ออะไรอยู่ ยังไม่รีบเรียกพี่ใหญ่อีก”

“อา...”

เหล่าคุณชายจากตระกูลขุนนางมีสีหน้าลำบากใจ พวกเขามองเซี่ยวอวี่เซวียนอย่างวิงวอน ทว่าเซี่ยวอวี่เซวียนกลับมีสีหน้าที่เด็ดเดี่ยวจนพวกเขาต้องเอ่ยอย่างไม่เต็มใจว่า “พี่ใหญ่”

“อื้อ”

กู้ชูหน่วนตอบรับง่ายๆ อย่างไม่เคอะเขิน

นางรู้ว่าเซี่ยวอวี่เซวียนเป็นพวกปากร้ายใจดี เห็นได้ชัดว่าเขากังวลว่าพวกคุณชายจากตระกูลขุนนางเหล่านี้จะดูถูกนาง ดังนั้นเขาจึงยืนกรานให้พวกนั้นเรียกนางว่าพี่ใหญ่

มุมปากของหลิ่วเย่ว์และคุณชายคนอื่นๆ กระตุกเล็กน้อย

นางยังกล้าตอบรับอีกหรือ พี่ใหญ่ยอมรับนางให้เป็นพี่ใหญ่ได้อย่างไรกัน

หลิ่วเย่ว์ถามว่า “พี่ใหญ่ พวกข้าเรียกนางว่าพี่ใหญ่ เรียกท่านว่าพี่ใหญ่ แล้วแบบนี้ต่อไปจะไม่สับสนหรอกหรือ”

“ใช่ๆๆๆ”

“ง่ายจะตาย แค่เรียกเขาว่าพี่รองก็จบแล้ว” กู้ชูหน่วนพูดยิ้มๆ

เซี่ยวอวี่เซวียนทำหน้าเหวอ “พี่รองอะไรกัน แม่สาวอัปลักษณ์ เจ้าช่างหน้าไม่อายเสียจริง”

“เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย”

“เอาน่ะๆ อย่าโกรธไปเลยน่าเสี่ยวเซวียนเซวียน หรือจะให้พวกเขาเรียกเจ้าว่าน้องเล็ก”

เซี่ยวอวี่เซวียนจ้องนางเขม็ง

น้องเล็กอะไร แบบนั้นเขาก็ยิ่งเสียเกียรตินะสิ

“เอาเถอะๆ เช่นนั้นเรียกเจ้าว่าลูกพี่แล้วเรียกข้าว่าพี่ใหญ่ก็แล้วกัน”

นี่ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่

เซี่ยวอวี่เซวียนกลั้นลมหายใจรอรับการหยอกล้อจากกู้ชูหน่วน แต่ไม่คิดว่าอยู่ๆ นางจะคว้าพัดจากมือของเขาไปพัดอย่างสบายใจเฉิบ

ถามเขาว่า “การชุมนุมแข่งขันวิชาการมันคืออะไรงั้นหรือ”

ดูเหมือนแม่สาวอัปลักษณ์จะไม่สังเกตว่าเขายังเคืองอยู่

ช่างน่าโมโหเสียจริง

ใครที่ได้แต่งงานกับนางหลังจากนี้คงต้องทรมานจนตายอย่างแน่นอน

หลิ่วเย่ว์และคุณชายคนอื่นๆ มองหน้ากันและเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “เจ้าไม่เคยได้ยินเรื่องการชุมนุมแข่งขันวิชาการงั้นหรือ”

กู้ชูหน่วนส่ายหน้า

ความทรงจำของนางขาดหายไปและนางก็จำอะไรได้ไม่มากนัก

“การชุมนุมแข่งขันวิชาการจะจัดขึ้นทุกๆ ห้าปี ทุกรัฐจะส่งชายหญิงที่มีความสามารถมาเข้าร่วม การแข่งขันซึ่งเป็นแบบแพ้คัดออก สุดท้ายจะเหลือเพียงสามสิบคนสุดท้ายเท่านั้นที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันอาจจะดุเดือดมาก แต่ถึงอย่างไรนักเรียนจากสำนักศึกษาวังหลวงของพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการประเมินและเข้ารอบชิงได้เลยอยู่แล้ว”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กู้ชูหน่วนสตรีอัปลักษณ์