“หลังจากหย่ากับสีชิงชวนแล้ว เราแต่งงานกันเลยนะ” ลมหายใจของเขาเป่ารดอยู่บนผมฉัน ตอนนี้เขาอยู่ใกล้กับฉันมาก
ฉันกลัวมาก กลัวจนอยากจะหายตัวไปต่อหน้าเขาตอนนี้เลย ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันเป็นอะไร หนีอีโจวที่ฉันอยากเจออีกครั้งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็ยืนสารภาพรักอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว แต่ฉันกลับอยากหนี
ทันใดนั้นเขาก็กอดฉันเอาไว้ ฉันถูกเขาดึงเขาไปกอดในอ้อมแขนของเขา ความจริงแล้วอ้อมกอดของหนีอีโจวกว้างและอบอุ่นมาก แต่ตัวฉันกลับแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขาราวกับท่อนไม้แข็งๆ
ฉันได้ยินเขาพูดอย่างอบอุ่นที่ข้างหูฉันเบาๆ “เซียวเซิง เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ผมจะไม่ไปจากคุณ…”
คำว่า ‘ตลอดไป’ มันเป็นคำที่ดีมากคำหนึ่ง ฉันเป็นคนที่กลัวความโดดเดี่ยวอ้างว้างมาตลอด
ฉันรักคุณพ่อและคุณแม่ แต่พวกเขาไม่สามารถอยู่กับฉันได้ตลอดไป แล้วหนีอีโจวจะทำได้เหรอ? บางทีควรถามแบบนี้ ว่าฉันต้องการไหม?
ฉันสั่นระริกอยู่ในอ้อมกอดของเขาไม่หยุด เขากอบกุมใบหน้าของฉันไว้ สายตาที่อ่อนโยนราวกับสายน้ำกำลังรินไหลอยู่บนหน้าของฉัน “ไม่ต้องกลัว เซียวเซิง ผมจะปกป้องคุณ ไม่ว่าใครก็ทำร้ายคุณไม่ได้”
ใบหน้าหล่อเหลาและริมฝีปากอุ่นชื้นของเขาโน้มเข้ามาใกล้ฉันจนฉันได้กลิ่นหอมจากเส้นผมของเขา ท้องฉันบิดมวนไปหมดราวกับมีนาจากำลังเหยียบวงล้อไฟอยู่ในท้องของฉันและใช้เอ็นมังกรจิ้มผนังกระเพาะด้านในอยู่อย่างไรอย่างนั้น
การโดนคนที่ฉันแอบรักมาตลอดสารภาพรักน่าจะเป็นเรื่องที่มีความสุขจนหาอะไรมาเปรียบไม่ได้ แต่ฉันกลับเกิดปฏิกิริยาแบบนี้ขึ้น มันแปลกมากจริงๆ
ในตอนที่ริมฝีปากของหนีอีโจวกำลังจะประทับลงมาที่ริมฝีปากฉัน ฉันก็หวาดกลัวจนลืมเบี่ยงหลบ
ทันใดนั้นก็มีแสงสีขาววาบขึ้นอีกครั้ง มันเหมือนกับมีสายฟ้าฟาดลงบนหัวของฉันอย่างไรอย่างนั้น ฉันเด้งตัวออกมาจากอ้อมกอดของหนีอีโจวทันที “ฟ้าแลบ ฟ้าแลบ!”
ฉันข้อเท้าแพลงจนเกือบจะล้ม หนีอีโจวเงยหน้าขึ้นมอง “ไม่เห็นมีฟ้าแลบเลย วันนี้อากาศดี”
เวลานั้นเอง ทันทีที่ฉันปล่อยมือ เชือกจูงสุนัขที่ฉันกำลังจูงอยู่ก็ลื่นหลุดออกจากฝ่ามือ จากนั้นเจ้ามาร์ชเมลโล่ก็วิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
“มาร์ชเมลโล่ มาร์ชเมลโล่หนีไปแล้ว!” ฉันตะโกนออกมาแล้วก็รีบวิ่งตามมันไป
เจ้ามาร์ชเมลโล่หันมามองฉันแวบหนึ่ง เดาว่าคงเห็นฉันวิ่งจนกระโปรงกระพือแล้วคิดว่าฉันกำลังเล่นกับมันแน่ๆ มันจึงวิ่งอย่างสนุกสนานขึ้นกว่าเดิม
ฉันจะวิ่งตามหมาทันได้ยังไง หนีอีโจวตามฉันมาทันในเวลาอันรวดเร็วแล้วจับข้อมือฉันไว้
“ไม่ต้องตาม เราหยุดตาม แล้วเดี๋ยวมาร์ชเมลโล่ก็กลับมาหาเราเอง”
การวิ่งตามหมามันก็แค่การถือโอกาสจบสถานการณ์ที่ฉันคุมไม่อยู่แบบเมื่อครู่ก็เท่านั้น ฉันวิ่งไล่ตามจนหอบ “มันจะหนีไปนะ”
“ไม่หรอก คุณยิ่งตามมันยิ่งวิ่งหนี แค่คุณไม่ตามมันก็ไม่หนีแล้ว” หนีอีโจวดึงให้ฉันหยุดลง ฉันได้แต่หอบหายใจเหมือนเครื่องเป่าลม
แล้วเจ้าตัวตูดขาวที่อยู่ข้างหน้าก็ค่อยๆ หยุดลงจริงๆ ฉันใช้สองมือค้ำยันไว้กับหัวเข่า หอบหายใจจนปอดแทบจะหลุดออกมาอยู่แล้ว
ผ่านไปครู่หนึ่ง เจ้าตัวตูดขาวก็หมุนตัวแล้ววิ่งกลับมาทางฉัน มันหยุดลงตรงหน้าฉันและกระดิกหางให้
“แกทำฉันเหนื่อยแทบตาย” ฉันลูบหัวมัน
“เห็นไหม แค่คุณไม่ตาม มันก็กลับมาเอง มันรู้ว่าพวกเราเป็นเจ้าของมัน มันไม่หนีไปไหนหรอก”
หนีอีโจวยัดเชือกจูงสุนัขใส่ในมือฉัน จากนั้นก็จูงมือฉันอีกครั้ง “เหนื่อยหรือยัง พักหน่อยไหม?”
ฉันเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาข้อมือก็พบว่าเกือบห้าทุ่มแล้ว
“พรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีก ฉันเรียกแท็กซี่กลับดีกว่า!”
“ผมไปส่ง”
“คุณไม่มีรถสักหน่อย”
“เดี๋ยวผมกลับไปเอา”
“มันไกลนะ ฉันเรียกรถเอาดีกว่า”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...