พ่ายรักเมียในนาม(จบ) นิยาย บท 154

“ฉันกลัวพูดผิดแล้วทำเสียเรื่อง กลัวคุณหั่นฉันเป็นสองท่อน”

“ดูไม่ออกว่าคุณก็มีไหวพริบดี หยกแกะสลักนั่นไม่ใช่ภรรยาประธานใช่ไหม?”

“อืม แกะสลักไว้ตั้งนานแล้ว รู้สึกว่าเหมือนคุณนายคนนี้เลยให้โชเฟอร์กลับไปเอา” ฉันจ้องเขาด้วยความอกสั่นขวัญแขวน “ฉันไม่ได้มอบผิดใช่ไหม?”

“ดูท่าทางดีใจของคุณนายแล้วก็รู้ว่าชอบมาก” สีชิงชวนล้วงผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ากางเกงแล้วเช็ดเหงื่อให้ฉัน “วันนี้คุณทำได้ไม่เลว มีไหวพริบด้วย ผมจะให้รางวัลคุณ”

เสียงของเขาอ่อนโยนสุดแสน พลางช่วยฉันเช็ดเหงื่ออย่างเบามือ แม้ฉันรู้ว่าทำให้คนอื่นดู ทว่าหัวใจก็ยังคงเปรียบเสมือนผิวทะเลสาบกระเพื่อมไปมา

แบบว่ากระเพื่อมนิดๆ

“รางวัลอะไรเหรอ?”

“อือ คุณได้รู้แน่” เขาบีบคางฉันกะทันหัน ก่อนจะประกบริมฝีปากฉันอย่างคาดไม่ถึง “รางวัล”

ฉันพูดด้วยความดูแคลน “ถ้ารู้ว่าเป็นอันนี้ฉันปฏิเสธดีกว่า”

เขาหัวเราะอย่างร่าเริง พลางใช้หัวแม่มือถูไถคางของฉัน “เห็นคุณไม่ได้โง่ดักดาน ผมรู้สึกปลื้มมาก”

ใครอยากให้เขาปลื้มปีติกัน?

ฉันชักมือออกจากแขนของเขา “ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ”

ริมฝีปากของฉันมีกลิ่นเหล้าฮวาเตียว โดยได้มาจากริมฝีปากของสีชิงชวน รสชาติมันออกเปรี้ยวๆ หวานๆ และขมฝาดนิดๆ ซึ่งมันตรงกับอุปนิสัยของสีชิงชวนไม่มีผิดเพี้ยน แบบว่าเป็นคนสลับซับซ้อนยากจะคาดเดา

ตอนที่ฉันเดินออกจากห้องน้ำ โอ๊ยแม่เจ้า! สีชิงชวนรอฉันหน้าประตูด้วย

ฉันขนลุกซู่ไปเลย “คุณคือการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของผมนะ แต่ดูแข็งๆ ทื่อๆ ไป ไม่จริงใจซะเลย”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่จริงใจ?” เขาจับแขนของฉัน “ตรงนี้ลื่น รองเท้าส้นสูงคุณบางเกินไป”

เขาเอาใจใส่ฉันขนาดนี้เชียว? ฉันเชื่อไปก่อนก็ได้

เมื่อกลับมาถึงโต๊ะอาหาร ท่านประธานกับภรรยาของเขาก็กำลังฟังเสียงดนตรีจากเครื่องเล่นผิงถานอย่างเคลิบเคลิ้ม ซึ่งเนื้อเพลงท่อนนี้ยาวมาก ร้องติดต่อกันยาวๆ แบบไม่หยุด ฟังแล้วสะใจมาก

ท่านประธานยิ้มเอ่ย “ภรรยาของผมฟังไม่เข้าใจหรอกครับ ส่วนผมก็ไม่เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ แต่รู้สึกเพราะดี”

“เพลงนี้มีชื่อว่าเป่าอวี้เยี่ยมไข้ยามรัตติกาลค่ะ” ฉันเอ่ย “โดยเนื้อเพลงจะพูดถึงจย่าเป่าอวี้ไปเยี่ยมไข้หลินไต้อวี้ตอนกลางคืนของเรื่องความฝันในหอแดงค่ะ เสียงเครื่องผิงถานพลิ้วละล่องดุจสายลมที่พัดพาความมีชีวิตชีวามาและเต็มไปด้วยปาฏิหาริย์ ส่วนเนื้อเพลงก็ไพเราะ ให้ความรู้สึกเศร้าระทมจับใจ ประโยคแรกของเนื้อเพลงก็สามารถบ่งบอกความรู้สึกของเป่าอวี้ในขณะนั้นได้แล้ว ซึ่งเนื้อเพลงมีอยู่ว่า ความหนาวเหน็บมาเยือน น้ำค้างกลายเป็นน้ำแข็ง แสงจันทร์สลัวประหนึ่งจะจางหาย กระแสลมที่โชยมาก็หนาวบาดเข้ากระดูก จวนต้ากวนอันมืดมิดปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัด มันสะท้อนภาพหลินไต้อวี้นอนป่วยหนักอยู่ในจวนต้ากวนได้อย่างดีเลยค่ะ”

ฉันไม่ได้ปั้นน้ำเป็นตัว เวลาว่างๆ ฉันจะชอบอ่านเรื่องราวพวกนี้จริงๆ และบังเอิญคุณพ่อเคยพาฉันมาฟังเพลงตอนนี้ ฉันฟังแล้วก็เอากลับไปศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง

ท่านประธานกับภรรยาฟังอย่างจดจ่อ การทานข้าวครั้งนี้ในช่วงท้ายๆ สีชิงชวนไม่มีคำจะแทรกพูดเลย เพราะฉันแปลวรรณกรรมจีนความฝันในหอแดงเป็นภาษาญี่ปุ่นให้คุณนายท่านนี้ฟัง

เธอดีใจมาก จับมือฉันแล้วถามด้วยใบหน้าระรื่น “เซียวเซิง คุณร้องเพลงเป็นไหม?”

“ฉันคงร้องไม่เพราะค่ะ”

“ร้องเป็นภาษาญี่ปุ่นสักช่วงหนึ่งสิ” ท่านประธานพูดด้วยความสนใจ

สีชิงชวนก็เอาแต่มองหน้าฉัน ไม่คิดที่จะช่วยฉันเลย คาดว่าคงรอดูว่าฉันจะกู้สถานการณ์เช่นไรอยู่มั้ง

เมื่อกี้ฉันเล่าอย่างถึงพริกถึงขิง แต่ตอนนี้ต้องขายหน้าแล้วใช่ไหม?

ฉันครุ่นคิดดีแล้วจึงตอบไปว่า “ร้องเพลงได้ค่ะ แต่ต้องร้องเป็นภาษาจีน เพราะหากแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น มันจะไม่เข้าจังหวะค่ะ”

คุณนายไม่ถือสา “ไม่เป็นไรค่ะ คุณร้องภาษาจีนก็ได้”

ฉันขึ้นไปร้องบนเวทีจริงๆ โดยร้องเนื้อเพลงระหว่างที่เป่าอวี้ไปเยี่ยมหลินไต้อวี้แล้วพวกเขาสองคนคุยกัน การขับร้องแนวผิงถานต้องใช้สำเนียงซูโจว ถึงฉันจะร้องไม่เหมือนทุกจุด แต่ก็ยังพอฟังได้

ฉันชอบช่วงที่จย่าอวี้เป่ากำชับให้หลินไต้อวี้รักษาสุขภาพมาก ฉันขับร้องอย่างเข้าถึงอารมณ์และตราตรึงใจทุกตัวอักษร

“น้องหญิงเอย ชีวิตของเจ้าเต็มไปด้วยความกลุ้มใจ ไฉนต้องดูแคลนตัวเอง เจ้ามีธุระอันใดยังไม่สะสางก็จงบอกแก่ข้า ข้ากับเจ้าประสานดวงใจเป็นหนึ่ง...เจ้าจงนอนแต่หัวค่ำเถิด อย่าได้นอนดึกนักเลย คนป่วยมิควรถูกความมืดมนเล่นงาน”

จากเนื้อเพลงช่วงนี้ ฉันรับรู้ได้ว่าจย่าเป่าอวี้รักหลินไต้อวี้มากแค่ไหน ดวงตาของฉันเริ่มมีน้ำเอ่อล้นจนเปล่งประกายแสงระยิบระยับ

ฉันร้องจบก็ได้ยินเสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านล่างเวที แม้แต่นักแสดงผิงถานก็มาจับมือกับฉันด้วย “ไม่คิดว่าคุณจะร้องเพราะขนาดนี้เลยค่ะ”

ฉันกล่าว “ไม่หรอกค่ะ แต่พอจะร้องได้ ไม่เชี่ยวชาญขนาดนั้นหรอกค่ะ”

อาหารเที่ยงจบลงในบรรยากาศสุขสันต์ คุณนายจับมือฉันหน้ารถอยู่นานก็ไม่ยอมปล่อยสักที “เซียวเซิงคือสาวจีนที่สวยที่สุดที่ฉันเคยเจอมาเลย”

เจอคำชมแบบนี้ ท่อนขาและหน้าท้องของฉันก็สั่นระริก

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)