ใครจะขอร้องเขากัน?
ฉันกระวนกระวายภายใต้การจ้องมองของเขา พร้อมกับหลบสายตาเขา “ไม่ต้องหรอก ฉันมีอาจารย์สอน”
“ใคร? ทนายคนนั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่อยู่แล้ว” คราวก่อนทนายไห่บอกฉันว่าในเซียวซื่อกรุ๊ปมีคนเก่าแก่ที่สู้มาพร้อมคุณพ่อเป็นเวลาหลายปีคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ลาออกแล้วด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ แต่ถ้าฉันมีปัญหาอะไรก็ไปถามเขาได้
“เหยียนหย่งรึเปล่า?”
ฉันตกใจเล็กน้อย “คุณรู้ได้ยังไง?”
“ในเซียวซื่อกรุ๊ปเขาเป็นคนเก่าแก่ที่ตำแหน่งสูงสุด เป็นคนที่สู้มาพร้อมกับคุณพ่อของคุณก็มีแค่เขาแล้ว แต่ช่วงนี้สุขภาพเขาไม่ดีนัก ถ้าคุณมีปัญหาอะไรก็รีบไปถามเขา กลัวว่าเขาจะอยู่ได้อีกไม่นาน”
“สีชิงชวน อย่าแช่งคนอื่นสิ”
“ผมพูดความจริง ถ้าคุณไม่เชื่อก็ลองไปสืบดู”
“ถ้างั้นฉันต้องไปเยี่ยมเขาหน่อยแล้ว” ฉันรู้สึกเสียใจนิดหน่อย แต่ก่อนคุณลุงเหยียนชอบไปที่บ้านบ่อยๆ เขาแก่กว่าคุณพ่อหลายปีและเป็นคนเก่าคนแก่ที่ใจดีมาก
เขาดีกับฉันมากมักจะนำของขวัญมาให้ฉันทุกครั้งที่มา บ้างก็เป็นตุ๊กตาบาร์บี้ที่เปลี่ยนชุดได้ บ้างก็เป็นหนังสือนิทานที่สนุกมาก
ฉันตกอยู่ในภวังค์แห่งความเศร้าโศก เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าใบหน้าของสีชิงชวนเข้ามาใกล้มากแล้ว
“คุณทำอะไรน่ะ?” ฉันตกใจ
“ลิปมันของคุณรสอะไรเหรอ?” ดวงตาของเขาลุกวาว
ฉันถอยหลัง “ฉันไม่ได้ทา”
“มันวาวขนาดนี้ผมไม่เชื่อหรอก” เขาจูบริมฝีปากของฉันอย่างอดไม่ได้
ลิปมงลิปมันอะไรของเขา ข้ออ้างทั้งเพ
หนังสือบทกวีของไห่จื่อเล่มนั้นถูกกดอยู่ระหว่างหน้าอกของเราทั้งสอง ทำเอาฉันรู้สึกอึดอัด
ฉันใช้มือล้วงเข้าไปช่องกลางระหว่างแผ่นอกของเราทั้งสอง ทั้งๆ ที่อยู่บริเวณหน้าอก แต่หาอย่างไรก็หาไม่เจอเสียที
สีชิงชวนหยุดแล้วมองฉันกะทันหัน “คุณลูบผมทำไม?”
“ใครอยากจะลูบคุณกัน? ฉันหา…”
ยังไม่ทันพูดจบเขาก็จับมือของฉันไว้ “กระดุมเสื้อของผมอยู่ตรงนี้”
“ใครจะปลดกระดุมเสื้อของคุณกัน?”
“ไม่เป็นไร วันนี้ผมแถมให้เป็นพิเศษ” ริมฝีปากของเขาจูบลงมาอีกแล้ว
เขากอดฉันแน่น หายใจถี่ๆ
“ปวดหลัง” ฉันปวดมากจริงๆ โดยเฉพาะตอนที่มือของเขาโอบหลังฉัน
เขารีบปล่อยมือ สายตาล่อแหลมของเขายังไม่หายไปในทันที เขาหอบหายใจ “ผมทำคุณเจ็บเหรอ?”
“ใช่” ฉันตอบ
“ขอโทษ” เขาพลางพูดพลางจะดึงเสื้อของฉันออก
“ทำอะไรน่ะ?” ฉันรีบกดมือของเขาไว้อย่างอ่อนไหว
“จะดูว่าหลังคุณเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่ต้องหรอก ฉันกลัวว่าคุณจะทนไม่ไหว” ฉันดึงชายเสื้อของฉันไว้ “ข้างนอกดูไม่ออกหรอก แค่ฟกช้ำแล้วก็กระดูกแตกน่ะ คุณน่ะสิตื่นเต้นจนแผลเปิดรึเปล่า”
“ผมเจอคนมานับไม่ถ้วน จะตื่นเต้นได้ยังไง?” เขานอนลงอีกครั้ง
“หันไป ฉันขอดูแผลของคุณหน่อย”
“ผมกลัวคุณทนไม่ไหวน่ะ”
“คิดมากไปละ”
แต่เขาก็ยังหันไปอย่างเชื่อฟัง ฉันดึงเสื้อเขาขึ้น ผ้าพันแผลตรงหลังได้เอาออกไปแล้วถือว่าฟื้นฟูไวอยู่ มีแค่บริเวณที่ถูกเย็บคราวก่อนที่ยังบวมแดงอยู่เล็กน้อย
“วันนี้คุณได้ทายาหรือยัง?”
“อืม”
“ทาไปกี่ครั้ง?”
“หลายครั้ง”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...