สุ่ยลั่วหลานงั้นหรือ
เมื่อนึกถึงใบหน้าของนางที่เห็นเขาแล้วจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเมื่อเห็นเขา ความปรารถนาบางอย่างทำให้หัวใจของเหลิ่งอวิ่นคันยุบยิบ เขาจะฆ่านางได้อย่างไร ถ้าหากว่าฆ่าเหลิ่งอวี้ไป เขาจะต้องพานางกลับไปยังจวนรัชทายาทและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแน่
“อวิ่นเอ๋อร์?”
เมื่อเห็นเขาเหม่อ ราชครูอู๋จึงส่งเสียงเรียก “ท่านมีความคิดเห็นต่างงั้นหรือ”
เหลิ่งอวิ่นปรับสีหน้าของตัวเองและโบกปฏิเสธ
“เปล่าขอรับ ทั้งหมดเอาตามที่ท่านตาว่าเลย”
ราชครูอู๋พยักหน้าเล็กน้อย และถอนหายใจพร้อมพูดออกมาว่า
“ข้าร้อนใจแทนเจ้านะ สองปีมานี้พระพลานามัยของฝ่าบาทไม่ค่อยดี ถ้าหากว่าท่านสวรรคตตั้งแต่ก่อนวัยอันควร ท่านขึ้นครองราชย์เร็วหน่อยยังดี ถ้าหากรอให้เหลิ่งอวี้กลับมาแก้แค้นเจ้า และเขาร่วมมือกับหลิ่วเต๋อชาง เกรงว่าทุกอย่างจะสายเกินไปแล้ว”
เหลิ่งอวิ่นลุกขึ้นจากเก้าอี้กะทันหัน เขากำหมัดแน่นและพูดว่า
“ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ หาคนที่เป็นวิทยายุทธในจวนสักสองสามคน”
“โง่เง่า”
จู่ๆ ราชครูอู๋ก็เอ่ยเตือนขึ้นมาว่า “คนในจวนเจ้าเหล่านั้นเป็นแค่วิทยายุทธเล็กน้อยจะทำการใหญ่ได้เช่นไร เกรงว่ายังไม่ทันได้ฆ่าเขา ก็จะถูกเขาฆ่าเอาเสียก่อน พอถึงตอนนั้นจุดอ่อนของเจ้าในมือฝ่ายตรงข้ามก็จะมากขึ้น”
“เช่นนั้นจะทำเช่นไรขอรับ”
เหลิ่งอวิ่นโบกมืออย่างจนใจ “ถ้าอย่างนั้นไปหานักฆ่าในยุทธภพสักสองสามคนดีหรือไม่”
ราชครูอู๋หรี่ตาลงเล็กน้อยและพึมพำนิดหน่อย จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องทำอะไรแล้ว ข้าจัดการเองแล้วกัน!ถ้าพรุ่งนี้เจ้าว่างก็ไปที่จวนอ๋องอวี้สักหน่อย เจ้าจะต้องหาวิธีสืบให้ได้ว่าตอนนี้เหลิ่งอวี้เป็นเช่นไรบ้าง”
“เขาจะทำอะไรได้”
เหลิ่งอวิ่นเบ้ปากอย่างดูถูก “ได้ยินว่าตั้งแต่เขาพิการไปก็เดินไม่ได้แล้ว หลายปีผ่านมาแล้วขาคู่นั้นก็ใช้การไม่ได้มานานแล้ว”
ราชครูอู๋กลับขมวดคิ้วอย่างไม่เชื่อ “เจ้าคิดว่าข้าคู่นั้นของเขาพิการจริงหรือ การโกหกนี้ก็สามารถใช้หลอกฝ่าบาทกระมัง!”
ได้ยินเขาสงสัยเช่นนี้ เหลิ่งอวิ่นก็เบิกตากว้าง และมองไปที่เขาอย่างมึนงง “ความหมายของท่านตาคือ?”
ราชครูอู๋แค่นเสียงออกมาว่า “คนที่เกลียดเหลิ่งอวี้เข้ากระดูกดำไม่ได้มีแค่เจ้านะเหลิ่งอวิ่น ข้าเองก็อยากจะเตือนเจ้าว่า ถ้าอยากคิดจะสืบทอดบัลลังก์ต่อ มีคนจำนวนมากที่คิดจะขัดขวาง เหลิ่งอวี้คนพิการนั่นเจ้าไม่สมควรกลัว แม่ของเจ้าไม่อยู่แล้วไม่มีใครคอยหนุนหลังเจ้า คนเคียงหมอนฮ่องเต้ก็คงไม่สามารถกันเอาไว้ได้แล้ว”
เหลิ่งอวิ่นชะงักไป จากนั้นก็พึมพัมกับตัวเองเสียงเบา
“อวิ่นเอ๋อร์เข้าใจแล้ว”
เหลิ่งอวิ่นทำมือทำความเคารพ “ขอส่งท่านตาขอรับ”
ราชครูอู๋เอามือไพล่หลังไว้ข้างหนึ่งแล้วเดินออกไป เขาเดินออกไปอย่างรวดเร็วและหายตัวไปต่อหน้าเหลิ่งอวิ่น
ส่งราชครูอู๋แล้ว เหลิ่งอวิ่นนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเมื่อครู่และตะโกนออกไปข้างนอก
“เข้ามา...”
เสี่ยวจู้จื่อได้ยินก็วิ่งเหยาะเข้ามา “องค์ชาย กระหม่อมอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
เหลิ่งอวิ่นหรี่ตามองเขา “ไปสืบมาเป็นอย่างไรบ้าง”
เสี่ยวจู้อจื่อรีบพยักหน้าค้อมกายตอบไปว่า
“บ่าวได้ซื่อข้ารับใช้ในจวนอ๋องอวี้ไว้คนหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ เขาบอกว่าเด็กที่ชื่อต้าจื้อนั่นยังสลบอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
“ในเมื่อยังสลบอยู่ก็หมายความว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เขายังมีชีวิตอยู่ก็จะมีวันที่ฟื้นขึ้นมา ดังนั้นขะให้เขามีชีวิตอยู่ไม่ได้”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็มองไปที่เสี่ยวจู้จื่อแล้วหรี่ตาลง จากนั้นก็พูดอย่างชั่วร้าย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...