“ขอบพระทัยพิณผีผาของไท่จื่อเฟย ตอนนี้ขอคืนให้ท่าน”
อู๋หลินหลินมองนางด้วยสายตาเย็นชา ในดวงตามีเเต่ความโกรธ
นางไม่ได้เเค่เเย่งความโดดเด่นของไท่จื่อเฟยของนางไปเท่านั้น เเต่เเทบจะกดนางจมลงไปในดินเลยทีเดียวล่ะ
นางพูดกับหมิ่นเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆอย่างขุ่นเคืองว่า
“เก็บให้ดี พิณผีผานี้เลือกคนเล่น กลับไปต้องทำความสะอาดให้ดีๆ”
เห็นได้ชัดว่านางเสียใจที่ให้ลั่วหลันยืมพิณผีผา
ลั่วหลันกระพริบตาเป็นประกายให้นาง พยักหน้าให้พลางยิ้มบางๆและพูดว่า
“พิณของไท่จื่อเฟยก็ดีอยู่หรอก เเต่เสียงยังเพี้ยนไปบ้าง สายที่สองควรจะตั้งให้ตึงขึ้น สายที่สี่ควรจะหย่อนลงอีกหน่อย”
พูดจบ นางก็กลับมาที่ห้องโถงอีกครั้ง โค้งคำนับให้ฮ่องเต้ เเล้วกลับไปยังที่นั่งของตน
เหลิ่งซีที่นั่งอยู่ข้างๆมองนางด้วยสายตาที่ทั้งงงงวยเเละประหลาดใจ
“เจ้าบอกว่าเจ้าไม่เข้าใจเรื่องดนตรีมิใช่หรือ ทำไมร่ายรำได้ดีขนาดนี้”
ลั่วหลันพยักหน้าพลางยิ้มเบาๆ “เป็นเพียงกลเม็ดเล็กน้อย ขอบพระทัยท่านอ๋องซีที่เมื่อครู่ยื่นมือช่วยเหลือ”
ที่เเท้นางรู้หมดทุกอย่าง นางไม่ได้แค่เต้นรำอย่างลืมตัว นางสังเกตุเห็นการกระทำเล็กๆน้อยๆของอู๋หลินหลินเเล้ว เพียงเเต่นางไม่คาดคิดว่าเหลิ่งซีจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนาง เรื่องนี้ทำให้นางประหลาดใจเล็กน้อย
เหลิ่งซีขยิบตาให้นางอย่างทะเล้นสองสามครั้ง “คำพูดของพี่สะใภ้ก็สุภาพเกินไปแล้ว เพียงเเต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะทำอะไรได้มากมายขนาดนี้ ตอนนี้ข้าสงสัยเเล้วว่าเจ้าเป็นนางฟ้าลงมาจุติหรือเปล่า”
สำหรับคำพูดติดตลกของเขา ลั่วหลันไม่ได้ใส่ใจอะไร ตอนนี้ความรู้สึกของนางที่มีต่อท่านอ๋องซีผู้นี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย
การถวายของขวัญหลังจากนั้น ลั่วหลันไม่ได้สนใจดูมากนัก นางคิดว่าอีกสักครู่ต้องหาทางไปที่ตำหนักของพระสนมลี่ ไปหาหลี่ว์มามาผู้นั้น สอบถามเรื่องของซุนมามา
หลังจากที่ทุกคนถวายของขวัญวันเกิดเสร็จ ก็ถึงช่วงงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ฮ่องเต้มีธุระจึงเสด็จกลับก่อน ดังนั้นงานเลี้ยงอาหารกลางวันจึงมีพระสนมฉางกุ้ยเฟยเป็นประธาน
นางตั้งใจให้ลั่วหลันนั่งร่วมโต๊ะกับนาง คนที่นั่งอยู่โต๊ะนี้มี:
พระสนมฉางกุ้ยเฟย พระสนมลี่กุ้ยเฟย เหลิ่งซี เหลิ่งหมิง อู๋หลินหลิน ลั่วหลัน
วันนี้พระสนมฉางกุ้ยเฟยอารมณ์ดีมาก ดังนั้น บรรยากาศในงานจึงอบอุ่นเเละสนุกสนาน
ลั่วหลันไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก นางเเค่อยากจะกินให้เสร็จโดยเร็วเเละออกจากที่นี่
ในขณะนั้น พระสนมลี่เฟยมองไปที่ลั่วหลันด้วยสายตาที่สงสัย
เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น ความทะเยอทะยานของอู๋หลินหลินก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาทันที
เมื่อครู่ทักษะการร่ายรำของนางเอาชนะนางไปแล้ว หากนางเอาคืนได้ในเรื่องการแต่งบทกวีวาดภาพ ก็ถือว่ากู้หน้าได้บ้าง
ดังนั้น นางจึงเยาะเย้ยอย่างไม่ลดละว่า
“พระชายาอวี้อ๋องเป็นคนถ่อมตัวจริงๆ เช่นนั้นเอาอย่างงี้ พวกเราเเต่งบทกวีเฉพาะกิจในงานเลี้ยงวันเกิดของพระมารดา ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มสีสัน เป็นอย่างไร”
ทันทีที่นางพูดจบ ในดวงตาของพระสนมฉางกุ้ยเฟยก็ปรากฏแววตาที่ยากจะอธิบาย
ตอนที่ลั่วหลันเล่นพิณผีผาเเละร่ายรำ นางก็สงสัยในตัวตนของอีกฝ่ายเเล้ว นางถึงกับสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ลั่วหลันที่นางหามาจากชนบทในตอนเเรก หญิงสาวจากชนบทจะมีทักษะสูงขนาดนี้ได้อย่างไร
นางถึงกับสงสัยว่า ลั่วหลันที่อยู่ตรงหน้าใช้เวทมนตร์แปลงโฉม นางเข้ามาในจวนอวี้อ๋อง เเละเข้าใกล้ราชวงศ์ จะต้องมีจุดประสงค์บางอย่าแอบแฝง
คำพูดของอู๋หลินหลินทำให้นางสนใจพอดี ถือโอกาสนี้ทดสอบนางอีกครั้ง
ดังนั้น นางจึงพยักหน้ารับลูกอย่างเห็นด้วย “คำพูดของหลินหลินมีเหตุผล ถ้าหลันเอ๋อร์เเต่งบทกวีไม่ได้ ก็พูดคำอวยพรสองสามคำก็ได้”
พระสนมลี่เฟยก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดมุมปาก เเล้วพยักหน้าพลางพูดว่า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...