เข้าสู่ระบบผ่าน

พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย นิยาย บท 180

“ใช่แล้ว! พระชายาอวี้อ๋องอย่าได้ถ่อมตน ทักษะการร่ายรำสูงส่งเช่นนี้ จะไม่เข้าใจบทกวีได้อย่างไร”

ลั่วหลันขมวดคิ้วเล็กน้อยการร่ายรำเมื่อครู่ นางเห็นสายตาที่ประหลาดใจในดวงตาของทุกคนแล้ว หากต้องเเต่งบทกวีอีกก็จะยิ่งมีคนสงสัยในตัวนางเพิ่มมากขึ้น

ถึงแม้นางจะไม่กลัวคนสงสัย เเต่ก็ไม่อยากจะนำปัญหามาโดยใช่เหตุ ดูเหมือนว่าอีกสักครู่นางต้องแสร้งทำหน่อย

เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงพยักหน้า “เช่นนั้นขอเชิญไท่จื่อเฟยเริ่มก่อน ลั่วหลันสมองไม่ค่อยเเล่น ต้องคิดสักครู่ถึงจะได้”

เมื่อเห็นนางตอบรับ อู๋หลินหลินก็เม้มปากอย่างภาคภูมิใจ ทำท่าทางหยิ่งยะโส หรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง คิดอยู่ชั่วครู่แล้วพูดออกมาอย่างเนิบเนิบว่า

“ผักชีเก็บมาทำขนม ถั่วงอกเก็บมาเพาะปลูก

เช้าเย็นลูบท้องทั้งสองข้าง ยังไม่ต้องหัวเราะเยาะกับการอยู่อย่างสันโดษ”

“ดี!”

มีเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากฝูงชน

แขกเหรื่อหญิงที่กำลังรับประทานอาหารต่างวางช้อนส้อมลง เเละเข้ามาดูความสนุกสนาน เมื่อได้ยินบทกวีที่อู๋หลินหลินเเต่งออกมาเป็นบทเป็นกลอน ก็ปรบมือเเละส่งเสียงเชียร์

อู๋หลินหลินยิ่งยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ หันไปยิ้มกว้างให้กับผู้ที่ชมนาง

ในขณะนั้น นางมองไปที่ลั่วหลัน เเล้วเลิกคิ้วขึ้นพลางพูดว่า

“เชิญพระชายาอวี้อ๋องเถิด!”

ลั่วหลันเงียบไปครู่หนึ่งในใจ เกี่ยวกับบทกวีบนโต๊ะอาหาร นางพลันนึกถึงบทกวีโบราณบทหนึ่งที่เคยเรียนในหนังสือเรียนสมัยประถมศึกษาในชาติก่อน

ดังนั้น นางจึงหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง เเล้วพูดอย่างช้าๆว่า

“พรวนดินปลูกข้าวตอนเที่ยงวัน

เหงื่อหยดลงพื้นดินที่ต้นข้าว

ใครเล่าจะรู้ว่าอาหารในจาน

เเต่ละเม็ดต้องเหนื่อยยากเพียงใด”

บทกวีที่เรียบง่ายบทนี้ นางเพียงเเค่ต้องการให้มันผ่านไป คิดไม่ถึง คนในงานเมื่อได้ฟังเเล้วกลับเงียบกริบ

เหลิ่งหมิงที่เงียบมาตลอดจู่ๆก็ปรบมือเเละพูดว่า

“บทกวีนี้เข้าใจง่ายมาก ทั้งยังเขียนถึงความยากลำบากของชาวนาในการทำนา เเละยังเตือนใจผู้คนให้เห็นคุณค่าของอาหาร เป็นบทกวีที่ดี เป็นบทกวีดี!”

เหลิ่งซีก็ส่ายหน้าไปมา เเล้วพยักหน้าไม่หยุด

“แม้บทกวีนี้จะมีจำนวนคำไม่มาก เเต่มีความหมายที่ไม่ธรรมดา สมควรที่ชาวบ้านทั่วไปจะนำไปท่องจำ

คำพูดขององค์ชายทั้งสอง ทำให้ลั่วหลันรู้สึกทั้งขำทั้งเศร้า

นางคิดว่าจะอ้างอิงบทกวีโบราณเพื่อเอาตัวรอด พวกเขากลับสงสัยว่าบทกวีนี้นางเป็นคนแต่ง? ถึงแม้ลั่วหลันจะเป็นถึงปริญญาโทการเเพทย์ เเต่ก็ไม่สามารถเเต่งบทกวีโบราณที่คนนำไปท่องจำได้!ช่างน่าละอายจริงๆ!

เมื่อได้ยินเช่นนี้ คนในงานก็พลอยชมเชยตาม

“ดีเลย! วันนี้เป็นครั้งเเรกที่ได้พบลี่เฟยเหนียงเหนียง ถ้าไม่ไปคารวะที่ตำหนักของท่านก็คงไม่เหมาะสม”

ลี่เฟยยกยิ้มที่มุมปาก “เชิญพระชายาอวี้อ๋อง”

“เชิญลี่เฟยเหนียงเหนียงก่อนเพคะ”

พูดจบ ลี่เฟยก็หันหลังเดินนำหน้า ลั่วหลันพาอาไฉ่และอาหงเดินตามไปติดๆ

เหลิ่งซีเอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง เดินตามลั่วหลันไป มองดูนางด้วยความสงสัยตลอดทาง

“พี่สะใภ้ ท่านเป็นคนหรือเซียนกันเเน่ ทำไมข้ารู้สึกว่าท่านไม่ใช่คนธรรมดา”

ลั่วหลันสีหน้าเย็นชา ตอบด้วยเสียงอ่อนโยนว่า

“นี่ท่านด่าข้าหรือ ข้าไม่ใช่คนเเล้วจะเป็นอะไร”

“ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

เหลิ่งซีมองนางแล้วยิ้มร่า “ข้ารู้สึกว่าท่านช่างน่าอัศจรรย์มาก ท่านรู้การเเพทย์ เล่นดนตรีได้ ร่ายรำได้ อีกทั้งยังเเต่งบทกลอนได้ ท่านยังทำอะไรได้อีก?”

เมื่อได้ยินเขาถามเช่นนี้ ลั่วหลันก็ขมวดคิ้ว

“เป็นเพียงความสามารถเล็กน้อยเท่านั้น ท่านอ๋องซีกล่าวเกินไป”

จู่ๆเหลิ่งซีก็ถอนหายใจเล็กน้อย “เห้อ! ตอนนี้ข้ากลับอิจฉาพี่สี่ของข้านิดหนึ่งเสียเเล้ว เขาได้พี่สะใภ้เช่นท่านอยู่เคียงข้าง ช่างโชคดีจริงๆ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย