หลั่วหลันเหลือบมองเขา ความเกลียดชังในสายตาของนางนั้นมีเพิ่มมากขึ้น
นางพูดอย่างเย็นชาว่า
“เจ้าทำบาปมากเกินไป เด็กคนนี้จะรอดไหมคงต้องดูลิขิตฟ้าแล้วแหละ”
“นี่เจ้า...”
หากคำพูดนี้ออกมาจากปากของคนอื่น เขาคงจะโกรธอย่างมาก บางทีอาจจะฆ่าคนคนนั้นเลยก็เป็นได้ แต่เมื่อคำพูดนี้ออกมาจากปากของสุ่ยหลั่วหลัน เขาเองก็ไม่แปลกใจ
เขาจับคางแล้วยิ้ม จากนั้นก็กระตุกยิ้มและพูดอย่างได้ใจว่า
“ข้าเหลิ่งอวิ่นทำอะไรมีมโนธรรม พระเจ้าจะต้องรักษาลูกชายของข้าไว้แน่”
หลั่วหลันไม่อยากจะพูดคุยอะไรกับเขามาก จึงได้ยกใบสั่งยาในมือขึ้นมาตรงหน้าแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า
“นี่คือยารักษาครรภ์ เอาไปให้นางกินเถอะ อีกไม่กี่วันข้าจะมาอีกครั้ง”
หลังจากพูดจบนางก็เดินออกไป เหลิ่งอวิ่นถือใบสั่งยาไว้ในมือแล้ววิ่งตามนางไป จากนั้นก็พูดเอาใจว่า
“ข้าได้ยินมาว่าทักษะการเต้นของอวี้หวังเฟยนั้นยอดเยี่ยมมาก แถมยังดีดขิมได้เก่งด้วย ข้านี่นึกเสียใจจริงๆ ที่ไม่สามารถไปร่วมงานวันเกิดของพระสนมฉางกุ้ยเฟยได้ ไม่อย่างนั้นข้าคงจะโชคดีได้เห็นความสามารถของอวี้หวังเฟย”
หลั่วหลันเดินไปพลางพูดอย่างดูถูก
“ไม่ใช่ว่าใครๆ จะสามารถเห็นข้าเต้นได้ บางคนอาจจะไร้วาสนาเห็นมันตลอดชีวิต”
“ฮ่าฮ่าฮ่า...”
อยู่ๆ เหลิ่งอวิ่นก็เงยหน้าและหัวเราะออกมาเสียงดัง “ไม่รู้ว่าน้องสี่ของข้ามีวาสนาได้เห็นไหมนะ จริงสิ เจ้ามักจะเต้นให้เขาดูย่อยๆ เหรอ ข้าช่างอิจฉาน้องสี่ของข้าจริงๆ ที่มีผู้หญิงแบบเจ้าอยู่ข้างๆ เฮ้อ!”
อยู่ๆ หลั่วหลันก็หยุดลงแล้วมองเขาอย่างเย็นชา จากนั้นก็พูดทีละถ้อยคำว่า
“หากให้เจ้าสลับกับเขา เขาจะยอมเหรอ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เหลิ่งอวิ่นก็อึ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มเศร้า
“หากมีผู้หญิงอย่างเจ้าอยู่เคียงข้างตลอดเวลา อย่าว่าแต่ต้องติดเตียงสามปีเลย สามสิบปีข้าก็ยอม”
คำพูดสวยหรูใครพูดไม่เป็น หากเขาใช้ชีวิตแบบเหลิ่งอวี้สักคน เขาคงจะรับไม่ได้
หลั่วหลันทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ให้กับเขา “ทำกรรมใดไว้กรรมนั้นก็ตามสนอง เพื่อลูกหลานรุ่นต่อๆ ไป รัชทายาทควรจะทำบุญมากๆ ถึงจะถูก”
เมื่อพูดจบนางก็เดินจากไปทันที อาไฉ่และอาหงติดตามอย่างใกล้ชิด
รถม้าของจวนรัชทายาทจะส่งนางกลับ แต่นางก็ปฏิเสธ อยู่ๆ นางก็อยากจะเดินเล่นขึ้นมา
อาหงถามด้วยความสงสัยว่า
“หวังเฟยเป็นอะไรไปเพคะ ทำไมถึงไม่นั่งรถม้า”
“ข้ารู้สึกหงุดหงิดใจ อยากจะเดินเล่นหน่อย”
ร่างกายของต้าจื่อเกือบจะหายดีแล้ว จางหยวนวั่ยพาคนมารับเขาด้วยตนเอง แต่เขาไม่ยอม เขายืนกรานที่จะล้างแค้นให้กับน้องเสี่ยวหมิง และจะไปหาพี่เสี่ยวอวี้ที่จวนรัชทายาท
เขาขอร้องหลั่วหลันอยู่สามครั้ง แต่หลั่วหลันก็ไม่สามารถตอบตกลงเขาได้ หากรัชทายาทรู้ว่าเขาฟื้นแล้ว งั้นเหลิ่งอวิ่นคงจะฆ่าปิดปากเขาแน่
ขณะที่หลั่วหลันไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไง ก็มีอีกปัญหาหนึ่งเกิดขึ้น
พระสนมฉางกุ้ยเฟยพากลุ่มคนมาที่จวนอวี้อ๋องอย่างท่าทางดุเดือด
หลั่วหลันรู้สึกประหลาดใจกับการบุกรุกที่กะทันหันของนาง เพราะเหลิ่งอวี้ไม่อยู่ในจวน หากนางสังเกตเห็นอะไร มันจะเป็นปัญหาได้
ในห้องโถงใหญ่ของจวนอวี้อ๋อง พระสนมฉางกุ้ยเฟยนั่งอยู่ที่เก้าอี้หลัก สีหน้าของนางโกรธจนหน้าเขียว ดูเหมือนกับปีศาจดุร้าย
หลั่วหลันโค้งคำนับแสดงความเคารพ และถามเสียงเบาว่า
“หากเหนียงเหนียงมีเรื่องอะไรให้คนมาแจ้งก็พอแล้ว หลั่วหลันจะไปหาเอง ให้ท่านลำบากมาที่นี่ด้วยตนเองได้ยังไงกัน”
พระสนมฉางกุ้ยเฟยมองนางอย่างเย็นชาและถามด้วยเสียงแข็งว่า
“สุ่ยหลั่วหลัน เจ้าเป็นใครกันแน่”
เมื่อได้ยินแบบนี้ หลั่วหลันก็ขมวดคิ้วมองนาง และถามด้วยสงสัยว่า
“นี่เหนียงเหนียงกำลังพูดอะไรกัน สุ่ยหลั่วหลันก็คือสุ่ยหลั่วหลัน ไม่ทราบว่าที่เหนียงเหนียงถามแบบนี้หมายความว่ายังไงเพคะ”
“หึ! เจ้ากล้าพูดว่าเจ้าคือสุ่ยหลั่วหลันเหรอ ข้าให้คนไปตรวจสอบมาแล้ว สุ่ยหลั่วหลันอาศัยอยู่ในชนบทตั้งแต่เด็ก นางเต้นไม่เป็น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉิมหน้าตาเป็นยังไง เจ้าที่เป็นสุ่ยหลั่วหลันไม่เพียงแต่เล่นดนตรีได้แถมยังเต้นได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังแต่งบทกวีทันทีทันใดได้ ข้าสงสัยว่าเจ้าไม่ใช่สุ่ยหลั่วหลัน เจ้าเป็นตัวปลอม เจ้าเป็นใครกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...