ลั่วหลานทำท่าให้นางยื่นมือออกนาง แต่หญิงสาวกลับเลิกคิ้วมองเหลิ่งอวี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างของนางแวบหนึ่ง ดวงตาของนางเป็นประกายในทันที นางพูดอย่างมีความนัยว่า
“คุณชายท่านนี้หล่อเหลาจริงๆ ไม่ทราบว่าท่านแต่งงานหรือยังเจ้าคะ หรือมีภรรยาหรืออนุอยู่แล้วหรือไม่”
เหลิ่งอวี้ขมวดคิ้วทันที ใบหน้าของเขาบึ้งตึง
อาไฉ่ที่ยืนอยู่ข้างนางจ้องนางอย่างไม่พอใจ และพูดอย่างโมโหว่า
“เกี่ยวอะไรกับเจ้า เจ้ามาหาหมอหรือว่ามาสืบข่าวกัน”
“มาหาหมอไง”
หญิงสาวกรอกตาใส่อาไฉ่ ขณะที่เงยหน้ามองเหลิ่งอวี้รอยยิ้มเอาใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางทันที
ลั่วหลานไม่ได้โกรธเลย มีคนชอบมองผู้ชายของนางนั้นยืนยันได้ว่าผู้ชายของนางนั้นน่ามอง นางกลับรู้สึกพึงพอใจเล็กๆ
เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวเอามือวางลงบนหมอนจับชีพจรตรงหน้าของลั่วหลานอย่างไม่สบอารมณ์ ลั่วหลานยื่นมือขวาออกไปเพื่อจับชีพจร
ผ่านไปสักพักนางก็เอามือกลับและพูดกับนางว่า
“เจ้าไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงอะไร อาจจะเป็นเพราะเหนื่อยมากเกินไปและพักผ่อนไม่เพียงพอ กลับไปพักสักหน่อยอีกไม่กี่วันก็จะดีขึ้น”
ได้ยินเช่นนี้ หญิงสาวร้อนรนขึ้นมาทันที นางมองลั่วหลาน แล้วคำรามอย่างมีโทสะว่า
“เฮอะ! เจ้าเป็นหมอประสาอะไร ตรวจคนไข้ส่งๆ เช่นนี้ เจ้าไม่ได้หลอกลวงชาวบ้านหรือ ข้าว่าเจ้าเป็นหมอปลอม”
ลั่วหลานกวาดสายตามองนางอย่างแนบเนียน ผู้หญิงคนนี้ดูไม่เหมือนกับหญิงสาวทั่วไป ท่าทางของนางก็ไม่เหมือนกับคนป่วย ดูท่าว่านางจงใจมาจับผิด
คนที่จงใจมาจับผิดในเมืองหนิงหลัวมีเพียงแค่ใต้เท้าสื่อเท่านั้น
คิดได้เช่นนี้ นางจึงเหลือบตาขึ้นและพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า
“อาไฉ่ ส่งแขก”
เมื่อนางพูดจบ หญิงสาวก็ลุกขึ้นยืน ดวงตาของนางเป็นประกายขึ้นแวบหนึ่ง จากนั้นนางก็เซแล้วส่งเสียงร้องอุทานออกมา และร่างของนางก็ล้มลงตรงที่เหลิ่งอวี้ยืนอยู่
ตอนแรกนางคิดว่าเหลิ่งอวี้จะรับนางเอาไว้ แต่คิดไม่ถึงว่าเหลิ่งอวี้จะถอยหลังไปสองก้าว ความหนักอึ้งในใจของนางหายไปทันทีอย่างรักเกียจ จนนางล้มลงกับพื้น หญิงรับใช้ข้างกายนางเห็นเช่นนี้ก็รีบเข้ามาประคองนาง
“คุณหนู ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ”
หญิงรับใช้ประคองนางขึ้นพร้อมกับมองเหลิ่งอวี้แล้วถามว่า “เจ้าเป็นผู้ชายทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เห็นคุณหนูของพวกเราล้มแล้วก็ไม่ประคองเอาไว้”
เหลิ่งอวี้ส่งสายตาเย็นชา เขาเหลือบตาและพูดอย่างเย็นชาว่า
“นางล้มแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า ผู้หญิงที่ไม่เห็นค่าตัวเอง”
หรูเยียนโกรธจนกรอกตาใส่อาไฉ่เสียหลายรอบ นางจึงออกไปจาหอหุยชุนอย่างโมโห
นางออกไปได้สักพัก พวกหลิวเวยทั้งสามคนก็ได้มาขวางทางเอาไว้ หลิวเวยจึงรีบถามขึ้นว่า
“แม่นางหรูเยียน เป็นเช่นไรบ้าง”
“อะไรเป็นเช่นไรกันเจ้าคะ”
หลิ่วหรูเยียนจ้องเขาอย่างไม่สบอารมณ์ นางกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นและมองพวกเขาทั้งสามคนด้วยความโกรธ
“ผู้ชายคนนั้นราวกับท่อนไม้ ผู้หญิงงามอย่างหลิ่วหรูเยียนล้มลงตรงหน้าเขาแล้ว เข้ากลับไม่แม้แต่จะมาประคองข้า ช่างน่ารังเกียจจริงๆ ความแค้นนี้ข้าจะต้องแก้แค้นได้ให้สักวัน”
พูดจบ นางบิดสะโพกเตรียมเดินจากไป แต่พวกหลิวเวยกลับขวางทางนางเอาไว้
“เจ้าไม่ได้ทำเรื่องที่พวกเราให้ทำงั้นหรือ เช่นนั้นก็เอาเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกมา”
หรูเยียนมองไปที่ทั้งสามคนอย่างเย็นชา นางกรอกตาพร้อมพูดอย่างเยียบเย็นว่า
“ข้ายังทำงานไม่เสร็จเลยนะเจ้าคะ พวกท่านไม่ได้บอกว่าให้ข้าทำสำเร็จภายในหนึ่งวัน เรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป จะรีบร้อนทำไม”
พูดทิ้งท้าย นางสะบัดผ้าเช็ดหน้าในมืออีกครั้งและเดินจากไปอย่างมั่นใจ เหลือหลิวเวย ต้าหมิง เสี่ยวไป๋ยืนเหม่ออยู่ที่เดิม พร้อมกับพายุที่หมมุนวน...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...