เข้าสู่ระบบผ่าน

พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย นิยาย บท 232

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ นางก็หัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง ก่อนเอ่ยต่อว่า

“ก็เหมือนกับผู้คนในเมืองหลวง น้อยคนนักที่จะกล้าพูดจาอย่างเปิดเผย น้อยคนนักที่จะกล้ายิ้มแย้มอย่างจริงใจ ส่วนใหญ่แล้ว พวกเขามักจะตีหน้าขรึม ทำตัวเหมือนหุ่นเชิด เคร่งครัดกับกฎเกณฑ์ต่าง ๆ แม้แต่การเดินเหินก็ยังต้องคอยระวัง...”

พูดถึงตรงนี้ นางก็หันขวับมามองเขา ใบหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยเส้นเลือดดำที่ปูดโปน มุมปากยกยิ้มขมขื่น

ลั่วหลันรีบแก้ตัว “หม่อมฉันมิได้มีเจตนาอื่นใด ท่านอย่าได้คิดมาก…”

“เจ้าพูดถูกแล้ว”

เขาสบตานางตรง ๆ ใบหน้าพลันแต้มไปด้วยรอยยิ้ม

“ชีวิตราชวงศ์ก็เป็นเช่นนี้จริง ๆ ข้าเข้าเฝ้าเสด็จพ่อแต่ละครั้ง คำพูดทุกคำล้วนต้องผ่านการกลั่นกรองจากซุนมามาก่อนจึงจะพูดออกมาได้ แม้กระทั่งตอนที่ข้าเติบโตขึ้น ได้รับพระราชทานจวนแล้วก็ยังไม่ต่างกัน”

เอ่ยถึงตรงนี้ แววตาของเขาหม่นลงเล็กน้อย มุมปากยกยิ้ม ก่อนจะพูดต่อว่า

“กลับกลายเป็นว่าสามปีที่ข้าเป็นอัมพาตนอนอยู่บนเตียง กลับรู้สึกอิสระขึ้นมาก แม้ร่างกายจะไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แต่จิตใจกลับเป็นอิสระ ข้าไม่ต้องคอยระแวดระวังคำนึงถึงผู้อื่นอีกต่อไป ไม่ต้องคอยรักษาหน้าตาของราชวงศ์อีกแล้ว หึหึ!”

เขาแอบยิ้มอย่างขมขื่น รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความอึดอัดและขื่นขมอันมากมาย

ทันใดนั้นเอง ลั่วหลันก็จับมือเขากลับ พลางแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนกล่าวว่า

“เอาล่ะ อย่าไปคิดเรื่องพวกนั้นเลย ข้างหน้ามีเรื่องสนุกให้ดู พวกเราไปดูกันเถอะ!”

สิ้นคำ นางก็จูงมือเขา วิ่งไปยังฝูงชนเบื้องหน้า

ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน นางวิ่งนำหน้า เขาตามหลัง ปล่อยให้ร่างบอบบางและงดงามนั้นฉุดดึงเขา วิ่งฝ่าผู้คนไปข้างหน้าอย่างร่าเริง

จู่ ๆ เขาก็ยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นเปล่งประกายจากก้นบึ้งของหัวใจ ใบหน้าคมสันหล่อเหลาราวกับถูกสลั ยิ่งทวีเสน่ห์สะกดวิญญาณเมื่อประดับด้วยรอยยิ้มนั้น

ช่วงเวลาเช่นนี้ ช่างแสนสบายเหลือเกิน เขาพลันรู้สึกว่าอยากให้มันดำเนินเช่นนี้ตลอดไป

เมื่อมาถึงด้านหลังกลุ่มชน เห็นฝูงคนออกันอยู่ทั้งด้านในและด้านนอก เหลิ่งอวี้อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เขาหันไปส่ายหน้ากับนางพลางเอ่ยว่า

“พวกเราอย่าเบียดเข้าไปเลยดีกว่า คนเยอะเหลือเกิน”

เสียงชื่นชมยินดีดังแว่วมาจากฝูงชน เร้าความสนใจของลั่วหลันให้ตื่นขึ้นในฉับพลัน นางจึงชะเง้อมองผ่านช่องว่างระหว่างผู้คน แล้วก็ได้เห็นว่าใจกลางวงล้อมนั้นมีคนกำลังเล่นหยอกล้อกับลิงน้อยตัวหนึ่งอยู่

ความครึกครื้นเช่นนี้ นับตั้งแต่ข้ามมิติมายังโลกนี้ นางเพิ่งจะได้พบเจอเป็นครั้งแรก อย่างไรเสีย นางก็จำต้องไปดูให้เห็นกับตา

ลั่วหลันจึงหันไปมองเหลิ่งอวี้ พลางเขย่าแขนเขา แววตาของนางเปล่งประกายวิงวอน

“ท่านพี่ ให้ข้าเข้าไปดูหน่อยเถิดนะ! ดูเพียงชั่วครู่เท่านั้น ข้ารับรองว่าจะไม่เสียเวลามากหรอก”

เมื่อสบเข้ากับแววตาที่ส่องประกายวิบวับ ทว่าใบหน้ากลับฉายแววออดอ้อนราวกับเด็กน้อย เหลิ่งอวี้จึงได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วใช้นิ้วแตะหน้าผากของนางอย่างเอ็นดู พลางเอ่ยกำชับว่า

“หญิงสาวที่ดูความครึกครื้นอยู่ตรงนี้เล่า? นางหายไปไหนแล้ว?”

ชายนักแสดงละครลิงตกใจจนตัวสั่นเทา ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างลนลาน

“มะ…ไม่รู้ ข้า... ข้าไม่เห็น... ไม่เห็น... หญิงสาวคนไหนเลย”

เมื่อพินิจดูแล้ว คนเล่นละครลิงผู้นี้ไม่น่าจะเป็นผู้ที่สามารถซ่อนลั่วหลันไว้ได้ เหลิ่งอวี้จึงสะบัดเขาลงกับพื้นอย่างแรง พลางวิ่งวนหาลั่วหลันไปทั่วบริเวณนั้นราวกับคนเสียสติ

เขาทำหลันเอ๋อร์หายไปแล้ว เขาทำนางหายไปจริง ๆ หรือ?

ยืนอยู่ท่ามกลางถนนที่จอแจ เขาเหลือบมองไปรอบทิศ ทว่ากลับไม่พบแม้แต่เงาร่างที่คุ้นเคย เขารู้สึกราวกับว่าหัวใจของตนได้แหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี หมดสิ้นแล้วซึ่งความหวัง ความรู้สึกราวกับมีมดนับหมื่นตัวรุมกัดกิน ยิ่งไปกว่านั้นยังเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชากร่างออกเป็นชิ้น ๆ อย่างทุรนทุราย

“หลันเอ๋อร์…”

เสียงของเขาเจือความแหบพร่า ทว่าในหูกลับแว่วได้ยินคำว่า “ท่าน...พี่…”

“หลันเอ๋อร์?”

สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก รีบหันซ้ายแลขวาอย่างร้อนรน ทันใดนั้นเอง ร่างเงาหลายร่างก็ปรากฏขึ้นที่ไกลออกไป เขาวิ่งตามไปอย่างบ้าคลั่ง เสี่ยวหลิงจื่อและเสี่ยวซวงจื่อเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามไปด้วย

ยามนี้ศีรษะของลั่วหลันถูกผ้าคลุมเอาไว้ แม้นางจะมองไม่เห็นสิ่งใด แต่ก็รับรู้ได้ว่าตนกำลังถูกแบกอยู่บนบ่าของใครบางคน กำลังวิ่งตะบึงไปตามท้องถนนอย่างบ้าคลั่ง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย